ข้อ ๑๒
เพื่อความสะดวกรวดเร็วและประสิทธิภาพในการบริหารโครงการ ให้สำนักงานสิทธิมนุษยชน
โดยความเห็นชอบของอุปนายกหรือผู้ที่นายกมอบหมายมีอำนาจเป็นการเฉพาะรายดังต่อไปนี้
๑๒.๑ อนุมัติเงินยืมทดรองจ่ายรายเดือนให้แก่ประธานทนายความจังหวัด
ตามประมาณการที่เสนอมา โดยความเห็นชอบของกรรมการบริหารภาค
๑๒.๒ ให้ทนายความอาสาไปเบิกเงินค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะ
และค่าที่พัก จากประธานทนายความจังหวัดโดยตรง
๑๒.๓
ให้ประธานทนายความจังหวัดส่งรายงานการเงินของแต่ละเดือน พร้อมหลักฐานการเบิกจ่าย
และเอกสารตาม ข้อ ๑๐.๑ ให้แก่กรรมการบริหารภาคภายในกำหนดเวลา ๗ วัน
นับแต่วันสิ้นสุดของเดือนนั้น ๆ เพื่อกรรมการบริหารภาคตรวจสอบและส่งสำนักงานสิทธิมนุษยชนโดยด่วนต่อไป
๑๒.๔
สำนักงานสิทธิมนุษยชนมีสิทธิที่จะไม่อนุมัติเงินยืมทดรองจ่ายของเดือนต่อไป
หากยังไม่ได้รับรายงานการเงินพร้อมเอกสารทั้งหมดตามข้อ ๑๒.๓
๑๒.๕
คณะกรรมการมีอำนาจที่จะเสนอให้อุปนายกหรือผู้ที่นายกมอบหมาย ปรับเพิ่มหรือลดเงินยืมทดรองจ่ายที่ได้อนุมัติไปแล้ว
เมื่อได้คำนึงถึงความจำเป็น ความเหมาะสมด้านปริมาณงานและประสิทธิภาพในการดำเนินงานของประธานทนายความจังหวัดแต่ละจังหวัด
ประกาศ ณ วันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
สัก กอแสงเรือง
นายกสภาทนายความ
[เอกสารแนบท้าย]
๑. โครงการทนายความอาสาให้คำปรึกษาผู้ต้องหาและเข้าฟังการสอบปากคำในคดีอาญา
(สมท. ๒ รายงานการปฏิบัติหน้าที่)
๒. โครงการทนายความอาสาให้คำปรึกษาผู้ต้องหาและเข้าฟังการสอบปากคำในคดีอาญา
(สมท. ๓ (ส่วนภูมิภาค) แบบขอเบิกค่าพาหนะ/ค่าตอบแทน)
๓. โครงการทนายความอาสาให้คำปรึกษาผู้ต้องหาและเข้าฟังการสอบปากคำในคดีอาญา
(สมท. ๔ (ส่วนกรุงเทพฯ) แบบขอเบิกค่าตอบแทน)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบังคับสภาทนายความ คือ
โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๔๑ วรรคสอง
บัญญัติไว้ว่าในชั้นสอบสวนผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความ หรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้
ซึ่งสภาทนายความได้จัดตั้งสำนักงานสิทธิมนุษยชนขึ้นรองรับบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว
ดังนั้น
เพื่อเป็นการส่งเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความอาสาสมัครในการให้คำปรึกษาผู้ต้องหาและเข้าฟังการสอบปากคำในคดีอาญา
อันเป็นการรองรับสิทธิมนุษยชนของประชาชนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
จึงเห็นสมควรให้มีการออกข้อบังคับว่าด้วยการดำเนินการของสำนักงานสิทธิมนุษยชน
สภาทนายความ ไว้เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการเบิกจ่ายค่าตอบแทนของทนายความอาสาให้สอดคล้องกันทั่วประเทศและเป็นไปตามแนวทางการบริหารงบประมาณของรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนหน่วยงานของสภาทนายความ จึงจำเป็นต้องออกข้อบังคับฉบับนี้
ดลธี/ผู้จัดทำ
๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
นฤดล/ผู้ตรวจ
๒๑ มกราคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๗/ตอนพิเศษ ๘๔ ง/หน้า ๖๓/๒๓ สิงหาคม ๒๕๔๓