ประกาศ
ประกาศ
สถาปนาสมเด็จพระมหาสมณเจ้า[๑]
มีพระบรมราชโองการ
ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ให้ประกาศทราบทั่วกัน ด้วยทรงพระราชดำริห์ว่า พระมหาสังฆปรินายก
ปธานาธิบดีแห่งสงฆมณฑลทั่วพระราชอาณาจักร์ ซึ่งมีสมณศักดิ์ว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
นั้น ได้มีนามอย่างสังเขปว่า สมเด็จพระสังฆราช เปนประเพณีสืบมา
แต่ส่วนพระบรมราชวงศ์ผู้ได้รับมหาสมณุตมาภิเษกดำรงสมณศักดิ์เช่นนี้ หาได้เรียกว่า
สมเด็จพระสังฆราชไม่ ย่อมเรียกพระนามไปตามพระอิศริยยศแห่งพระบรมราชวงศ์
ไม่ปรากฏพระเกียรติยศในส่วนทรงดำรงสมณศักดิ์นั้นเลย
จึงทรงพระราชดำริห์ว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระอุปัธยาจารย์ ได้ทรงรับมหาสมณุตมาภิเษกเปนมหาสังฆปรินายกปธานาธิบดีสงฆ์
มาจนกาลบัดนี้ถึง ๑๐ พรรษาล่วงแล้ว ทรงมีคุณูปการในทางพุทธศาสนกิจยิ่งนัก
พระองค์มีพระชนมายุเจริญยิ่งขึ้นล่วง ๖๐ พรรษา ประจวบอภิลักขิตสมัยครบรอบวันประสูติ์
ทรงบำเพญพระกุศลเฉลิมพระชัณษา สมควรจะสถาปนาพระนามในส่วนสมณศักดิ์ให้ปรากฏพระเกียรติยศยิ่งขึ้น
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเปลี่ยนคำนำพระนามเปน สมเด็จพระมหาสมณเจ้า
กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (มีสร้อยพระนามคงตามเดิม) เพื่อเฉลิมพระเกียรติยศสืบไปชั่วกาลนาน
อนึ่ง
เมื่อได้ทรงสถาปนาสมเด็จพระมหาสมณเจ้าพระองค์ปัจจุบันฉนี้แล้ว จึงทรงพระราชดำริห์ถึง
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระปรมานุชิตชิโนรส กับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาปวเรศรวริยาลงกรณ์
ผู้ได้ทรงรับมหาสมณุตมาภิเษกเปนมหาสังฆปรินายกปธานาธิบดีสงฆ์มาแต่อดีตกาล
ก็มีคุณูปการในทางพุทธศาสนกิจณสมัยนั้นมาเปนอย่างยิ่ง สมควรจะสถาปนาพระสมณศักดิ์ขึ้นไว้เช่นเดียวกัน
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเปลี่ยนคำนำพระนามสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอทั้งสองพระองค์นั้นเปน
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า ตั้งแต่บัดนี้สืบไปด้วย
พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศไว้ ณ วันที่ ๑๒ เมษายน
พระพุทธศักราช ๒๔๖๔ เปนปีที่ ๑๒ ในรัชกาลปัจจุบันนี้
สุกัญญา/ผู้จัดทำ
๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๒
นฤดล/ตรวจ
๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๓๘/-/หน้า ๑๐/๑๒ เมษายน ๒๔๖๔