ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๐ และรายการการกู้เงิน
และค้ำประกัน
ระหว่างเดือนเมษายน - กันยายน ๒๕๕๐[๑]
ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๐ และรายการการกู้เงิน
และค้ำประกัน
ระหว่างเดือนเมษายน - กันยายน ๒๕๕๐[๑]
ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
มาตรา ๑๖ วรรค ๒ กำหนดให้กระทรวงการคลังสรุปรายงานสถานะหนี้สาธารณะและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ภายใน ๖๐ วัน หลังจากสิ้นเดือนมีนาคมและเดือนกันยายนของทุกปี
โดยรายงานดังกล่าวต้องแสดงหนี้สาธารณะที่เกิดจากการกู้เงินและค้ำประกัน ณ
สิ้นเดือนดังกล่าว
รวมทั้งรายการการกู้เงินและค้ำประกันที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงระยะเวลาระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม
และเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ตามลำดับ
กระทรวงการคลังขอรายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่
๓๐ กันยายน ๒๕๕๐ และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน ซึ่งรวมทั้งการปรับโครงสร้างหนี้
ระหว่างเดือนเมษายน - กันยายน ๒๕๕๐ ดังนี้
๑. รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน
๒๕๕๐
๑.๑ หนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๐
มีจำนวน ๓,๑๖๖,๔๔๖.๔๓ ล้านบาท หรือร้อยละ
๓๗.๗๐ ของ GDP ประกอบด้วย หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง ๒,๐๓๙,๓๒๔.๗๕ล้านบาท
หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน ๙๐๖,๓๗๓.๙๖
ล้านบาท หนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ๑๘๕,๑๕๔.๔๔
ล้านบาท และหนี้องค์กรของรัฐอื่นๆ ๓๕,๕๙๓.๒๘ ล้านบาท
หนี้สาธารณะจำนวนดังกล่าวจำแนกตามอายุของหนี้เป็นหนี้ระยะยาว
๒,๗๙๙,๖๒๕.๖๒ ล้านบาท
และหนี้ระยะสั้น ๓๖๖,๘๒๐.๘๑ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๘.๔๒
และร้อยละ ๑๑.๕๘ และจำแนกตามแหล่งที่มาเป็นหนี้ต่างประเทศ ๔๐๑,๒๘๒.๘๘
ล้านบาท และหนี้ในประเทศ ๒,๗๖๕,๑๖๓.๕๕
ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๒.๖๗ และร้อยละ ๘๗.๓๓ ตามลำดับ ดังปรากฏตามตารางที่ ๑
ตารางที่
๑ หนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๐
หน่วย
: ล้านบาท
รายการ
๓๐
ก.ย. ๕๐
%
GDP
๑.
หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง
๑.๑ หนี้ต่างประเทศ
๑.๒ หนี้ในประเทศ
๒,๐๓๙,๓๒๔.๗๕
๙๕,๘๖๓.๑๙
๑,๙๔๓,๔๖๑.๕๖
๒๔.๒๘
๒.
หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน
๒.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน
- หนี้ต่างประเทศ
- หนี้ในประเทศ
๒.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน
- หนี้ต่างประเทศ
- หนี้ในประเทศ
๙๐๖,๓๗๓.๙๖
๕๐๖,๗๗๘.๑๒
๑๗๑,๑๒๓.๗๐
๓๓๕,๖๕๔.๔๒
๓๙๙,๕๙๕.๘๔
๑๓๔,๒๙๕.๙๙
๒๖๕,๒๙๙.๘๕
๑๐.๗๙
๓.
หนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ
๓.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน
๓.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน
๑๘๕,๑๕๔.๔๔
๑๘๕,๑๕๔.๔๔
๒.๒๐
๔.
หนี้องค์กรของรัฐอื่น
๔.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน
๔.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน
๓๕,๕๙๓.๒๘
๑๗,๙๙๓.๒๘
๑๗,๖๐๐.๐๐
๐.๔๒
๕.
รวม ๑.+๒.+๓.+๔.
๓,๑๖๖,๔๔๖.๔๓
๓๗.๗๐
หมายเหตุ
: ๑. ประมาณการ GDP
ปี ๒๕๕๐ เท่ากับ ๘,๓๙๙
พันล้านบาท (สศช. ณ วันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๐)
๒.
ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ยังไม่รวมหนี้ของ SPV จำนวน ๑๘,๕๐๐
ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลมีภาระผูกพันต้องจ่ายภายใต้สัญญาเช่าพื้นที่อาคาร สัญญาบริการ
สัญญาบริการจัดหาเฟอร์นิเจอร์ และสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง
ของโครงการศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งตามระบบ GFS นับเป็นหนี้สาธารณะ
๒. รายการการกู้เงินและค้ำประกัน
ระหว่างเดือนเมษายน - กันยายน ๒๕๕๐
คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะได้จัดทำแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๐ เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินการบริหารและจัดการหนี้สาธารณะ
ประจำปีงบประมาณ ประกอบด้วย ๖ แผนย่อย และได้ปรับปรุงแผนฯ ในระหว่างปี เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินกู้และบริหารหนี้
ซึ่งหลังการปรับปรุงแผนฯ ครั้งที่ ๓/๒๕๕๐ ทำให้วงเงินรวมในแผนฯ
ที่จะบริหารจัดการมีจำนวนทั้งสิ้น ๑,๐๕๔,๕๕๙.๗๕
ล้านบาท ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างเดือนเมษายน - กันยายน ๒๕๕๐ กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการกู้เงินและบริหารหนี้เป็นวงเงินทั้งสิ้น
๖๖๔,๙๗๗.๓๙ ล้านบาท ดังปรากฏตามตารางที่ ๒
ตารางที่
๒ การกู้เงินและการบริหารหนี้ระหว่างเดือนเมษายน - กันยายน ๒๕๕๐
หน่วย
: ล้านบาท
รายการ
แผน
ผลดำเนินการ
๑.
การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐบาล
๔๓๓,๒๐๐.๐๐
๒๙๕,๙๔๐.๐๐
๒.
การบริหารและจัดการเงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้ FIDF
๑๐๙,๗๓๑.๐๒
๔๗,๗๓๑.๐๒
๓.
การบริหารเงินกู้เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบ
สถาบันการเงิน
ไม่มี
๒๖.๐๐
๔.
การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจ
๓๗๕,๑๖๐.๗๗
๒๙๓,๒๒๔.๒๙
๕.
การก่อหนี้จากต่างประเทศ
๑๐,๖๙๖.๐๐
๖.
การบริหารหนี้ต่างประเทศ
๑๒๕,๗๗๑.๙๖
๒๘,๐๕๖.๐๘
รวม
๑,๐๕๔,๕๙๙.๗๕
๖๖๔,๙๗๗.๓๙
ซึ่งมีสาระสำคัญ
ดังนี้
๒.๑ การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐบาล
๒.๑.๑
กระทรวงการคลังได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จำนวน ๔๐,๙๔๐
ล้านบาท โดยออกพันธบัตรรัฐบาล วงเงินรวม ๒๑,๘๕๕
ล้านบาท และตั๋วสัญญาใช้เงินวงเงินรวม ๑๙,๐๘๕ ล้านบาท
๒.๑.๒ กระทรวงการคลังได้ Roll-over
ตั๋วเงินคลังเพื่อบริหารดุลเงินสด วงเงิน ๘๐,๐๐๐
ล้านบาท
๒.๑.๓
กระทรวงการคลังได้ปรับโครงสร้างหนี้ตั๋วเงินคลังที่ได้กู้มาเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่สะสมมาในช่วงปีงบประมาณ
๒๕๔๒ - ๒๕๔๗ โดยดำเนินการแปลงเป็นพันธบัตรระยะยาว จำนวน ๗๐,๓๗๐
ล้านบาท และใช้เงินคงคลังไถ่ถอนตั๋วเงินคลัง จำนวน ๖๓๐ล้านบาท ทั้งนี้
ในส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการแปลงเป็นพันธบัตรระยะยาว จำนวน ๖๗,๐๐๐
ล้านบาท ได้ Roll-over ตั๋วเงินคลังต่อไป
๒.๑.๔ กระทรวงการคลังได้ Roll-over
พันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนดไถ่ถอนจำนวน ๓๗,๐๐๐ ล้านบาท
โดยกู้เงินระยะสั้น จำนวน ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท
และใช้เงินจากงบชำระหนี้จำนวน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท
ชำระคืนในวันที่ครบกำหนด จากนั้นได้ทยอยออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อไปชำระคืนต้นเงินกู้ระยะสั้น
ซึ่งใช้เวลาประมาณ ๒ เดือน
๒.๒ การบริหารและจัดการเงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้
FIDF
กระทรวงการคลังได้ดำเนินการออกพันธบัตร
FIDF๓ จำนวน ๓,๐๐๐ ล้านบาท โดยเป็นพันธบัตรออมทรัพย์ทั้งจำนวน
และดำเนินการ Roll-over พันธบัตร FIDF๓
ที่ครบกำหนดไถ่ถอน จำนวน ๔๔,๗๓๑.๐๒ ล้านบาท
โดยกู้เงินระยะสั้นมาชำระคืนในวันครบกำหนด
แล้วทยอยออกพันธบัตรเพื่อทดแทนเงินกู้ระยะสั้น ซึ่ง ณ สิ้นเดือนกันยายน ๒๕๕๐
ดำเนินการออกพันธบัตรไปแล้ว จำนวน ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท
๒.๓ การบริหารเงินกู้เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน
บริษัท
โทเทิล เซอร์วิสเซส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) (ชื่อเดิม คือ ธนาคารจีอีมันนี่
เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเปลี่ยนจาก บริษัทเงินทุน เอเซียไฟแนนซ์ จำกัด
(มหาชน)) ได้ไถ่ถอนหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่ออกตามโครงการช่วยเพิ่มเงินกองทุนชั้นที่ ๒
จำนวน ๒๖ ล้านบาท ระยะเวลา ๑๐ ปี (ครบกำ
หนด ๙ กันยายน ๒๕๕๒) ที่กระทรวงการคลังได้ถือไว้
ซึ่งกระทรวงการคลังได้นำเงินที่ได้รับจากการไถ่ถอนหุ้นกู้ดังกล่าวส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน
และดำเนินการไถ่ถอนพันธบัตรรัฐบาลที่ออกให้กับบริษัท โทเทิล เซอร์วิสเซส โซลูชั่น
จำกัด (มหาชน) ก่อนครบกำหนด จำนวน ๒๖ ล้านบาท โดยใช้เงินคงคลัง
ทำให้ลดยอดหนี้คงค้างได้ทั้งสิ้น ๒๖ ล้านบาท และลดภาระดอกเบี้ยในอนาคตได้ จำนวน
๓.๑๒ ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้ส่วนต่างจากราคาไถ่ถอนพันธบัตรรัฐบาลอีก ๐.๕๖๔
ล้านบาท
๒.๔ การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจ
รัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการกู้เงินและบริหารหนี้ในประเทศ
จำนวนทั้งสิ้น ๒๙๓,๒๒๔.๒๙ ล้านบาท
เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๕๓,๘๕๓.๒๙
ล้านบาท และไม่ค้ำประกันจำนวน ๒๓๙,๓๗๑ ล้านบาท
สามารถแบ่งตามวัตถุประสงค์ได้ดังนี้
๒.๔.๑ เงินกู้ในประเทศทดแทนเงินกู้จากต่างประเทศ
รัฐวิสาหกิจ ๒ แห่ง
ได้กู้เงินในประเทศทดแทนเงินกู้จากต่างประเทศวงเงินรวม ๑,๖๘๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน ได้แก่
(๑) การไฟฟ้านครหลวงได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร
วงเงินรวม ๑,๓๐๐ ล้านบาท
เพื่อดำเนินการแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าฉบับที่ ๙ ปี ๒๕๔๗ - ๒๕๕๐
(๒)
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๓๘๐ ล้านบาท
เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๖ ส่วนที่ ๒
๒.๔.๒
เงินกู้เงินบาทสมทบโครงการเงินกู้จากต่างประเทศ
รัฐวิสาหกิจ ๓ แห่ง ได้กู้เงินบาทสมทบโครงการเงินกู้จากต่างประเทศวงเงินรวม
๔,๘๙๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน ได้แก่
(๑)
การประปานครหลวงได้กู้เงินจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
วงเงิน ๕๐๐ ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลัก ครั้งที่ ๗
(๒) การไฟฟ้านครหลวงได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร
วงเงินรวม ๔,๒๐๐ ล้านบาท
เพื่อดำเนินการแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าฉบับที่ ๙ ปี ๒๕๔๗ - ๒๕๕๐
(๓)
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๑๙๐ ล้านบาท
เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๖ ส่วนที่ ๑
๒.๔.๓ เงินกู้เพื่อลงทุน
รัฐวิสาหกิจ ๕ แห่ง ได้กู้เงินเพื่อลงทุน
วงเงินรวม ๓๕,๑๖๔
ล้านบาทเป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๓๐,๒๓๔
ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๔,๙๓๐ ล้านบาท ได้แก่
(๑) การเคหะแห่งชาติได้กู้เงินจากธนาคารกรุงเทพ
จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน)
วงเงินรวม ๑๒,๗๗๖ ล้านบาท
กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อดำเนินโครงการบ้านเอื้ออาทร ระยะที่ ๓ จำนวน ๒,๐๐๐
ล้านบาทโครงการบ้านเอื้ออาทร ระยะที่ ๔ จำนวน ๗,๕๐๐
ล้านบาท และโครงการบ้านเอื้ออาทร ระยะที่ ๕ จำนวน
๓,๒๗๖ ล้านบาท
(๒)
การทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้กู้เงินจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน)
และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) วงเงินรวม ๑๗,๓๓๘
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อดำเนินโครงการทางพิเศษสายบางพลี -
สุขสวัสดิ์ จำนวน ๑๖,๘๓๘ ล้านบาท และโครงการทางยกระดับด้านทิศใต้สนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมทางพิเศษบูรพาวิถี
จำนวน ๕๐๐ ล้านบาท
(๓)
การประปานครหลวงได้กู้เงินจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) วงเงิน ๑,๐๐๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
เพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงระบบประปาเพื่อลดน้ำสูญเสีย
(๔) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร
วงเงินรวม๓,๙๓๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๗ ส่วนที่ ๑ จำนวน ๔๖๒.๓๐
ล้านบาท โครงการก่อสร้างและปรับปรุงเสริมระบบจำหน่าย ระยะที่ ๖ จำนวน ๑,๕๗๐
ล้านบาท โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๘ ส่วนที่ ๑ จำนวน ๖๓๗
ล้านบาท โครงการติดตั้งศูนย์สั่งจ่ายไฟ ระยะที่ ๒ จำนวน ๖๑๐.๑๐ ล้านบาท
โครงการเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ระยะที่ ๒ จำนวน ๔๒๗ ล้านบาท
โครงการขยายเขตไฟฟ้าให้ราษฎรในชนบท ระยะที่ ๓ (เพิ่มเติม) จำนวน ๑๙๒ ล้านบาท
และโครงการก่อสร้างระบบจำหน่ายด้วยสายเคเบิ้ลใต้น้ำไปยังเกาะต่างๆ
ที่มีไฟฟ้าใช้แล้ว (เกาะล้าน เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี) จำนวน ๓๑.๖๐ ล้านบาท
(๕)
การรถไฟแห่งประเทศไทยได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) วงเงิน ๑๒๐ ล้านบาท
กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อเป็นค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
๒.๔.๔ เงินกู้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและอื่นๆ
รัฐวิสาหกิจ ๔ แห่ง ได้กู้เงินเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและอื่นๆ
วงเงินรวม ๑๙,๑๐๖ ล้านบาท
เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๑๖,๕๕๖
ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๒,๕๕๐ ล้านบาท ได้แก่
(๑)
การรถไฟแห่งประเทศไทยได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๕,๐๐๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
(๒)
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตรวงเงินรวม ๑๑,๕๕๖
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
(๓) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด
ได้กู้เงินจากธนาคารออมสิน วงเงิน ๑,๖๕๐ ล้านบาท
กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
(๔)
สำนักงานธนานุเคราะห์ได้กู้เงินจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) วงเงิน ๙๐๐ ล้านบาท
กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
๒.๔.๕ การบริหารหนี้
รัฐวิสาหกิจ ๕ แห่ง ได้บริหารหนี้ วงเงินรวม ๒๓๒,๓๘๔.๒๙
ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๗,๐๖๓.๒๙
ล้านบาท และไม่ค้ำประกันจำนวน ๒๒๕,๓๒๑ ล้านบาท ดังนี้
(๑) การ Roll-over หนี้ที่ครบกำหนดชำระคืน
วงเงินรวม ๑๑,๑๙๓.๒๙ ล้านบาท เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน
จำนวน ๗,๐๖๓.๒๙ ล้านบาท และไม่ค้ำประกันจำนวน ๔,๑๓๐
ล้านบาท ได้แก่
๑)
การทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตรวงเงินรวม ๓,๐๐๐
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
๒)
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงิน ๙๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
๓)
การรถไฟแห่งประเทศไทยได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๔,๐๖๓.๒๙
ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน
๔)
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยได้กู้เงินโดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน
วงเงินรวม ๓,๒๓๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
การ Roll-over ของรัฐวิสาหกิจทั้ง
๔ แห่ง จำนวน ๑๑,๑๙๓.๒๙ ล้านบาทนี้ เป็นการ Roll-over
ภายใต้วงเงินที่ครบกำหนด ๒๒,๒๐๕.๒๙ ล้านบาท
โดยรัฐวิสาหกิจชำระคืนหนี้ส่วนที่ไม่ได้ Roll-over จำนวน
๑๑,๐๑๒ ล้านบาท
(๒) การ Refinance :
กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินได้ปรับโครงสร้างหนี้ในตลาดซื้อคืน
(R/P) วงเงิน ๒๒๑,๑๙๑ ล้านบาท
โดยการชำระคืนหนี้จำนวน ๓๖,๙๘๙ ล้านบาท การ Roll-over
จำนวน ๑๓๔,๒๐๒ ล้านบาท
และดำเนินการออกพันธบัตรขายให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย จำนวน ๕๐,๐๐๐
ล้านบาท
๒.๕ การก่อหนี้จากต่างประเทศ
ไม่มีรัฐวิสาหกิจใดดำเนินการกู้เงินตามแผนงานนี้
๒.๖ การบริหารหนี้ต่างประเทศ
กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำ
เนินการบริหารหนี้ต่างประเทศรวม ๒๘,๐๕๖.๐๘ ล้านบาท
โดยมีรายละเอียด ดังนี้
๒.๖.๑ กระทรวงการคลังได้บริหารหนี้ต่างประเทศ
วงเงินรวม ๒๔,๘๕๖.๐๘ ล้านบาท ซึ่งสามารถลดยอดหนี้คงค้างลง
จำนวน ๑๐,๑๘๓.๖๘ ล้านบาท ลดภาระดอกเบี้ยได้ ๑,๘๐๕
ล้านบาท ได้แก่
(๑) การทำ Prepayment เงินกู้
JBIC วงเงิน ๑๐,๑๘๓.๖๘ ล้านบาท โดยใช้งบชำระหนี้
ทำให้สามารถลดหนี้คงค้าง จำนวน ๑๐,๑๘๓.๖๘ ล้านบาท
และลดภาระดอกเบี้ยได้ ๑,๘๐๕ ล้านบาท
(๒) การซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า ณ
อัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าระยะยาว (Long-Dated Forward)
วงเงิน ๑๔,๖๗๒.๔๐ ล้านบาท เพื่อเตรียมชำระคืนหนี้เงินกู้ Samurai
Bond
๒.๖.๒ รัฐวิสาหกิจ ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย Refinance
เงินกู้ JBIC วงเงิน ๓,๒๐๐
ล้านบาท โดยการออกพันธบัตรเงินบาท ทำให้ประหยัดดอกเบี้ยได้ ๓๔๙ ล้านบาท
๓.
การกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบเพดานเงินกู้ของแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
๓.๑ การกู้เงินและบริหารหนี้ของบริษัทมหาชนจำกัด
ที่มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ
รัฐวิสาหกิจ
๓ แห่ง ได้กู้เงินและบริหารหนี้รวม ๓๓,๒๒๙.๑๐ ล้านบาท ได้แก่
๓.๑.๑ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้กู้เงิน
๘,๖๙๒.๒๙ ล้านบาท เพื่อจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส ๓๔๐ - ๕๐๐
ลำที่ ๔ และเครื่องบินโบอิ้ง ๗๗๗ - ๒๐๐ ER ลำที่ ๕
๓.๑.๒ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
ได้กู้เงินโดยการออก Samurai Bond วงเงิน
๑๐,๐๐๐ ล้านบาท จากนั้นดำเนินการ Swap เป็นหนี้สกุลเหรียญสหรัฐ
๓.๑.๓ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
ได้แปลงหนี้โดยการทำCross Currency
Swap เงินกู้ JBIC เป็นเงินบาท วงเงิน
๑๔,๕๓๖.๘๑ ล้านบาท
เพื่อปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
๓.๒ การกู้เงินระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง
เงินกู้ผ่อนปรนจากธนาคารแห่งประเทศไทยการ Roll-over เงินกู้ผ่อนปรนจากธนาคารแห่งประเทศไทย
และการ Roll-over เงินกู้เพื่อดำเนินงานตามโครงการเฉพาะกิจตามนโยบายรัฐบาล
๓.๒.๑ เงินกู้ระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่องในรูป Credit
Line
รัฐวิสาหกิจ
๓ แห่ง ได้กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องรวม ๙,๐๘๐
ล้านบาทได้แก่
(๑) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย วงเงิน ๙,๐๐๐
ล้านบาท
(๒) องค์การแบตเตอรี่ วงเงิน ๕๐ ล้านบาท
(๓) องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ วงเงิน ๓๐ ล้านบาท
๓.๒.๒ เงินกู้ผ่อนปรนจากธนาคารแห่งประเทศไทย
รัฐวิสาหกิจ
๓ แห่ง ได้กู้เงินผ่อนปรนจากธนาคารแห่งประเทศไทยรวม ๔๙๙ ล้านบาท
เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่
(๑)
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยวงเงิน ๑๗๐ ล้านบาท
(๒) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร วงเงิน
๒๐๐ ล้านบาท
(๓) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
วงเงิน ๑๒๙ ล้านบาท
๓.๒.๓ การ Roll-over เงินกู้ผ่อนปรนจากธนาคารแห่งประเทศไทย
รัฐวิสาหกิจ
๓ แห่ง ได้ Roll-over เงินกู้ผ่อนปรนจากธนาคารแห่งประเทศไทยรวม ๒,๖๒๙
ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่
(๑)
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยวงเงิน ๑๐๐ ล้านบาท
(๒) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร วงเงิน
๑,๖๐๐ ล้านบาท
(๓) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
วงเงิน ๙๒๙ ล้านบาท
๔. สรุปผลการดำเนินการตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๐(เมษายน - กันยายน ๒๕๕๐)
๔.๑ จากผลการดำ เนินงานที่กล่าวมาแล้ว
ในช่วงระยะเวลา ๖ เดือนหลังของปีงบประมาณ ๒๕๕๐ (เมษายน - กันยายน ๒๕๕๐)
กระทรวงการคลังได้ดำเนินการบริหารและจัดการหนี้สาธารณะตามกรอบแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๐ เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๖๖๔,๙๗๗.๓๙
ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๖๓.๐๖ ของแผน ฯ
๔.๒
ผลการกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบเพดานเงินกู้ของแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ในปีงบประมาณ ๒๕๕๐ รัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้รวมทั้งสิ้น ๔๕,๔๓๗.๑๐
ล้านบาท
๔.๓ จากการดำเนินการตามข้อ ๔.๑ และ ๔.๒
กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้รวมทั้งสิ้น ๗๑๐,๔๑๔.๔๙
ล้านบาท แบ่งเป็นการกู้เงินใหม่ จำนวน๑๓๐,๐๕๑.๒๙ ล้านบาท
และการบริหารหนี้ จำนวน ๕๘๐,๓๖๓.๒๐ ล้านบาท
หน่วย
: ล้านบาท
หน่วยงาน
ผลการดำเนินงาน
การกู้ใหม่
การบริหารหนี้
รวม
รัฐบาล
๔๐,๙๔๐.๐๐
๓๒๗,๖๑๓.๑๐
๓๖๘,๕๕๓.๑๐
รัฐวิสาหกิจ
๘๙,๑๑๑.๒๙
๒๕๒,๗๕๐.๑๐
๓๔๑,๘๖๑.๓๙
รวม
๑๓๐,๐๕๑.๒๙
๕๘๐,๓๖๓.๒๐
๗๑๐,๔๑๔.๔๙
ทั้งนี้
การกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจจำนวน ๓๔๑,๘๖๑.๓๙
ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๖๐,๒๑๑.๒๙
ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๒๘๑,๖๕๐.๑๐ ล้านบาท
ผลของการบริหารหนี้ที่ได้ดำเนินการทั้งในส่วนของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ
วงเงินรวมกันทั้งสิ้น ๕๑๓,๓๖๓.๒๐ ล้านบาทนั้น
สามารถลดยอดหนี้สาธารณะคงค้างได้ ๗๑,๖๒๙.๗๘ ล้านบาท
และลดภาระดอกเบี้ยได้ ๒,๑๕๗.๑๒ ล้านบาท
ประกาศ
ณ วันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐
อุทิศ
ธรรมวาทิน
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
หมายเหตุ : FIDF หมายถึง
กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
FIDF1 หมายถึง
พันธบัตรที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง
เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและ
พัฒนาระบบสถาบันการเงิน
พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งรวมทั้งเงินกู้หรือตรา
สารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุ
ไม่เกิน ๑ ปี
FIDF3 หมายถึง
พันธบัตรที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง
เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและ
พัฒนาระบบสถาบันการเงิน
ระยะที่สอง พ.ศ. ๒๕๔๕
Prepayment หมายถึง การชำระหนี้คืนก่อนครบกำหนดชำระ
Refinance หมายถึง การกู้เงินจากแหล่งใหม่เพื่อนำไปใช้คืนแหล่งเงินกู้เดิม
ซึ่งเป็นการ
ลดต้นทุนการกู้เงิน
หรือขยายระยะเงินกู้
Roll-over หมายถึง การกู้เงินใหม่เพื่อนำไปชำระเงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ
เพื่อให้เงินกู้
ดังกล่าวมีระยะเงินกู้สอดคล้องกับระยะคืนทุน
ADB หมายถึง
Asian Development
Bank
IBRD หมายถึง
International Bank
for Reconstruction and
Development
JBIC หมายถึง
Japan Bank
for International Cooperation
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๗
พฤศจิกายน ๒๕๕๐
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๑๘๑ ง/หน้า ๘/๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 30 กันยายน 2550 และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน ระหว่างเดือนเมษายน - กันยายน 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f9cf48713e152641
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com