法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมการประกันภัยว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 พ.ศ. 2549

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
72
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมการประกันภัย

ระเบียบกรมการประกันภัย

ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง

โดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สิน

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

พ.ศ. ๒๕๓๕

พ.ศ.

๒๕๔๙

โดยที่พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.

๒๕๓๕ มาตรา ๒๖ กำหนดให้ในกรณีที่เจ้าของรถหรือบริษัทไม่จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่

ผู้ประสบภัยหรือจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ ผู้ประสบภัยไม่ครบจำนวน ตามมาตรา ๒๓

(๑) หรือมาตรา ๒๓ (๕) แล้วแต่กรณี เมื่อสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยได้จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่

ผู้ประสบภัยไปตามมาตรา ๒๕ แล้ว ให้นายทะเบียนมีคำสั่งเรียกเงินตามจำนวนที่ได้จ่ายไปนั้นคืนจากเจ้าของรถหรือบริษัท

แล้วแต่กรณี และเจ้าของรถหรือบริษัทจะต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ ๒๐ ของจำนวนค่าเสียหายเบื้องต้นที่จ่ายจากกองทุนส่งเข้าสมทบกองทุนอีกต่างหาก

และหากเจ้าของรถหรือบริษัทเพิกเฉยไม่ชำระค่าเสียหายเบื้องต้นพร้อมเงินเพิ่มคืนกองทุน

ตามคำสั่งนายทะเบียนให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งของนายทะเบียน

และโดยที่คำสั่งของนายทะเบียนดังกล่าวเป็นคำสั่งทางปกครองกำหนดให้ชำระเงิน

อธิบดีกรมการประกันภัยมีอำนาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของเจ้าของรถหรือบริษัทนั้น

และขายทอดตลาด เพื่อชำระเงินให้ครบถ้วนได้ตามมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

พ.ศ. ๒๕๓๙

ดังนั้น เพื่อให้การใช้มาตรการบังคับทางปกครอง

โดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของเจ้าของรถหรือบริษัทและขายทอดตลาดดังกล่าว เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

อธิบดีกรมการประกันภัย จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมการประกันภัย

ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สิน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

พ.ศ. ๒๕๓๕ พ.ศ. ๒๕๔๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้อธิบดีกรมการประกันภัยรักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจออกคำสั่ง หรือประกาศเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้หรือที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ให้เสนอเรื่องให้อธิบดีเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด และคำวินิจฉัยของอธิบดีให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้ ถ้าข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

(๑) “อธิบดี”

หมายความว่า อธิบดีกรมการประกันภัยหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมการประกันภัยมอบหมาย

(๒) “นายทะเบียน”

หมายความว่า อธิบดีกรมการประกันภัยหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมการประกันภัยมอบหมายให้เป็นนายทะเบียน

โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามกฎหมาย ว่าด้วยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

(๓) “เจ้าพนักงาน”

หมายความว่า เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมการประกันภัย

หรือบุคคลซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำการยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สิน

ตามระเบียบนี้

(๔) “กองทุน”

หมายความว่า กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

(๕) “สำนักงาน”

หมายความว่า สำนักงานประกันภัยจังหวัด สำนักงานกลุ่มคุ้มครองผู้เอาประกันภัยเขต สำนักนายทะเบียนคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

หรือหน่วยงานอื่นที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเดียวกัน แล้วแต่กรณี

(๖) “ผู้ประสบภัย”

หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย เนื่องจากรถที่ใช้หรืออยู่ในทาง

หรือเนื่องจากสิ่งที่บรรทุกหรือติดตั้งในรถนั้น และให้หมายความรวมถึง ทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัยซึ่งถึงแก่ความตายด้วย

ทั้งนี้ ตามกฎหมาย ว่าด้วยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

(๗) “ผู้ต้องชดใช้เงิน”

หมายความว่า เจ้าของรถหรือบริษัทผู้รับประกันภัยรถ

ซึ่งอยู่ใต้บังคับของคำสั่งทางปกครองให้ชำระเงินคืนกองทุน ตามกฎหมาย

ว่าด้วยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

(๘) “ยึด”

หมายความว่า การกระทำใดๆ ต่อทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงิน

เพื่อให้ทรัพย์สินนั้นได้เข้ามาอยู่ในความควบคุมดูแลหรือครอบครองของเจ้าพนักงาน

(๙) “อายัด”

หมายความว่า การสั่งให้ผู้ต้องชดใช้เงินหรือบุคคลภายนอกมิให้จำหน่าย จ่ายโอน หรือกระทำนิติกรรมใดๆ

เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่ได้สั่งอายัดไว้ รวมตลอดถึงการสั่งให้บุคคลภายนอกมิให้นำส่งทรัพย์สินหรือชำระหนี้แก่ผู้ต้องชดใช้เงิน

แต่ให้ส่งมอบหรือชำระหนี้ต่อกองทุน

(๑๐) “การขายทอดตลาด”

หมายความว่า การนำเอาทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินออกขาย โดยวิธีให้สู้ราคากันโดยเปิดเผย

(๑๑) “คณะกรรมการ”

หมายความว่า คณะกรรมการจัดการขายทอดตลาดทรัพย์สิน และให้หมายความรวมถึง ผู้ทอดตลาดด้วย

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ อธิบดีเป็นผู้มีอำนาจสั่งให้ยึดหรืออายัดหรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงิน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ หนังสือเตือนให้ผู้ต้องชดใช้เงินชำระเงินคืนกองทุน

คำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน ประกาศยึดทรัพย์สิน คำสั่งให้อายัดทรัพย์สิน คำสั่งให้ขายทอดตลาดทรัพย์สิน

และประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้ใช้ตามแบบที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การส่งหนังสือ คำสั่ง หรือประกาศตามระเบียบนี้

ให้ปฏิบัติตามหมวด ๔ ว่าด้วยการแจ้ง แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.

๒๕๓๙

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีนายทะเบียนมีคำสั่งให้ผู้ต้องชดใช้เงินชำระเงินคืนกองทุน

ถ้าถึงกำหนดแล้วไม่มีการชำระโดยถูกต้อง ครบถ้วน ให้นายทะเบียนมีหนังสือเตือนให้ผู้ต้องชดใช้เงินชำระเงินคืนกองทุนภายในระยะเวลาที่กำหนด

แต่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน โดยให้ระบุด้วยว่าถ้าไม่มีการปฏิบัติตามคำเตือน

อธิบดีมีอำนาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง

โดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงิน

เพื่อชำระเงินให้ครบถ้วนได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การใช้มาตรการบังคับทางปกครองตามข้อ ๘ ให้มีระยะเวลาสิบปี

นับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้ผู้ต้องชดใช้เงินชำระเงินคืนกองทุน

ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีอาจมีคำสั่งให้ย่นเวลาการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง

ให้น้อยกว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งก็ได้

หมวด

การยึดทรัพย์สิน

ส่วนที่

วิธีการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อถึงกำหนดเวลาที่อาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง

โดยการยึดทรัพย์สินได้ตามมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.

๒๕๓๙ ให้สำนักงานที่ได้จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ ผู้ประสบภัยดำเนินการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินโดยไม่ชักช้าและประเมินราคาทรัพย์สินนั้นตามข้อ

๓๖ ถึงข้อ ๔๐ ในการนี้ อาจประสานงานกับสำนักงานในเขตพื้นที่ที่ทรัพย์สินตั้งอยู่

เพื่อช่วยดำเนินการให้ด้วยก็ได้

การสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงิน

ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) ประสานงานกับกรมที่ดิน

เพื่อตรวจสอบหลักทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ปรากฏชื่อของผู้ต้องชดใช้เงิน ครอบครัวของผู้ต้องชดใช้เงิน

และผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องชดใช้เงินเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิเรียกร้องซึ่งอาจยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ได้

โดยให้ตรวจสอบตามภูมิลำเนาเดิมที่เคยอยู่อาศัย สถานที่ที่เคยย้ายไปดำรงตำแหน่งหรือทำงาน

และภูมิลำเนาปัจจุบันด้วย

(๒) ตรวจสอบทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ของผู้ต้องชดใช้เงิน

เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ หุ้น หรือหลักประกันการขอใช้ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์

โดยประสานงานกับส่วนราชการ

หรือหน่วยงานที่จัดทำทะเบียนหรือมีบัญชีควบคุมสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว

(๓) สืบหาทรัพย์สินอื่นของผู้ต้องชดใช้เงินในสำนักงาน

บ้านและที่อยู่อาศัยของผู้ต้องชดใช้เงิน หรือจากครอบครัว

หรือผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจมีทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินไว้ในความครอบครอง

(๔) ขอความร่วมมือจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน

เพื่อตรวจสอบหลักทรัพย์หรือบัญชีเงินฝากในธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้นๆ

(๕) ดำเนินการอื่นใด

เพื่อให้การสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผล

ให้สำนักงานตามวรรคหนึ่ง รายงานผลการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินให้อธิบดีทราบทุกระยะสามเดือน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้สำนักงานตามข้อ ๑๐ รายงานการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินและเสนอร่างคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานไปทำการยึดทรัพย์สิน

ร่างคำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน ร่างประกาศยึดทรัพย์สิน หรือร่างคำสั่งให้อายัดทรัพย์สิน

แล้วแต่กรณี เพื่อให้อธิบดีลงนาม

ร่างคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานตามวรรคหนึ่ง ให้เสนอแต่งตั้งจากเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ได้จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่

ผู้ประสบภัยและมีทรัพย์สินตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ และถ้าทรัพย์สินตั้งอยู่นอกเขตพื้นที่ของสำนักงานดังกล่าว

ให้เสนอแต่งตั้งจากเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ในเขตพื้นที่

ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีจะแต่งตั้งบุคคลใดเป็นเจ้าพนักงานก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่ออธิบดีลงนามในคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงาน

คำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน ประกาศยึดทรัพย์สิน หรือคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินแล้ว ให้ส่งเรื่องคืนไปให้สำนักงานตามข้อ

๑๐ เพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ถ้าในคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินได้ระบุเฉพาะเจาะจงให้ยึดทรัพย์สินสิ่งใด

ให้เจ้าพนักงานยึดแต่เฉพาะทรัพย์สินสิ่งนั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ก่อนไปทำการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานพิจารณาตรวจสอบให้แน่ชัดว่า

จะต้องยึดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินหรือไม่ และจำนวนราคาทรัพย์สินที่จะยึดได้ตามกฎหมายมีประมาณเท่าใด

พร้อมทั้งนำประกาศยึดทรัพย์สินไปด้วย เพื่อปิดไว้ ณ สถานที่ที่ยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้เจ้าพนักงานไปทำการยึดทรัพย์สินโดยเร็วและให้นำคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินกับเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการยึดทรัพย์สิน

เช่น ครั่งและตราตีครั่งไปด้วย ทั้งนี้ จะมีพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นร่วมไปช่วยเหลือด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้เจ้าพนักงานและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อ

๑๕ ดำเนินการยึดทรัพย์สินด้วยความสุภาพและระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายเกินกว่าที่จำเป็น

ถ้ามีผู้ใดขัดขวางในการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานชี้แจงหรือว่ากล่าวแต่โดยดีก่อน

ถ้าผู้นั้นยังขัดขวางอยู่อีก ก็ให้เจ้าพนักงานขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานตำรวจ

เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์สินจนได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เจ้าพนักงานจะต้องดำเนินการยึดทรัพย์สินในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในวันทำการงานปกติ

เว้นแต่ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นอย่างยิ่งจะทำการยึดทรัพย์สินในวันหยุดราชการก็ได้

โดยได้รับอนุญาตจากอธิบดี

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ก่อนทำการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานแสดงคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินต่อผู้ต้องชดใช้เงิน

หรือบุคคลที่ระบุไว้ในคำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน ถ้าไม่ปรากฏตัวบุคคลดังกล่าว ให้แสดงต่อบุคคลที่อยู่ในสถานที่นั้น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เพื่อให้พบและทำการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจเท่าที่จำเป็นที่จะค้นสถานที่ใดๆ

อันเป็นของผู้ต้องชดใช้เงินหรือได้ครอบครองอยู่ เช่น บ้าน ที่อยู่อาศัย คลังสินค้า

โรงงานหรือร้านค้าขาย เป็นต้น ที่จะยึดและตรวจสมุดบัญชี เอกสาร หรือแผ่นกระดาษ และที่จะกระทำการใดๆ

ตามสมควร เพื่อเปิดสถานที่ดังกล่าว รวมทั้งตู้นิรภัย ตู้ หรือที่เก็บของอื่นๆ แล้วรายงานให้อธิบดีทราบ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้เจ้าพนักงานยึดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินแต่เพียงพอกับจำนวนเงินที่ต้องชำระ

ตามคำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน พร้อมทั้งค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการยึดหรืออายัดทรัพย์สินและขายทอดตลาด

แต่ถ้าผู้ต้องชดใช้เงินมีแต่ทรัพย์สินซึ่งมีราคามากกว่าจำนวนหนี้และไม่อาจแบ่งยึดโดยมิให้ทรัพย์สินนั้นเสื่อมราคา

เช่น ทำให้เปลี่ยนสภาพและราคาตกต่ำ ทั้งทรัพย์สินอื่นที่จะยึดให้เพียงพอกับจำนวนหนี้ก็ไม่ปรากฏด้วยแล้ว

ให้ยึดทรัพย์สินที่ว่านั้นมาขายทอดตลาดทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เจ้าพนักงานย่อมไม่ยึดทรัพย์สินที่พนักงานเจ้าหน้าที่อื่นได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อนแล้ว

หรือทรัพย์สินที่มีกฎหมายบัญญัติให้ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อปรากฏว่าทรัพย์สินนั้นไม่อาจยึดได้ตามกฎหมาย

ให้เจ้าพนักงานงดการยึดไว้ก่อนแล้วรีบรายงานให้อธิบดีทราบ

เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป

เมื่อยึดทรัพย์สินใดมาแล้ว ปรากฏในภายหลังว่า

ทรัพย์สินที่ยึดนั้นเป็นของบุคคลอื่น ให้เจ้าพนักงานรายงานให้อธิบดีทราบ

เพื่อพิจารณาดำเนินการเพิกถอนการยึดทรัพย์สินนั้นต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การยึดที่ดิน ให้เจ้าพนักงานดำเนินการให้ได้เอกสารสิทธิในที่ดินหรือสำเนา

ซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินรับรองเพื่อตรวจสอบจำลองแผนที่หลังโฉนดที่ดินว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันหรือไม่

หากเชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันแล้ว ให้บันทึกในรายการยึด

โดยบรรยายให้เห็นสภาพ ทำเลที่ตั้งและสิ่งอ้างอิงของที่ดินนั้น

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ถ้าที่ดินที่ยึดนั้นมีสิ่งปลูกสร้างหรือไม้ล้มลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวรวงผลได้คราวหนึ่ง

หรือหลายคราวต่อปีเป็นของผู้อื่นปลูกอยู่ ให้เจ้าพนักงานบันทึกถ้อยคำของเจ้าของสิ่งนั้นๆ

ให้ปรากฏว่ามีสิทธิในที่ดินอย่างไร เช่น สิทธิเก็บกิน สิทธิเหนือพื้นดิน หรือสิทธิตามสัญญาเช่า

เป็นต้น

ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติ

ว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของกสิกร พุทธศักราช ๒๔๗๕ การยึดที่ไร่นาซึ่งมีไม้ล้มลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวได้ตามฤดูกาลจะยึดแต่ที่ดินไม่ยึดไม้ล้มลุกและธัญชาติหรือจะยึดทั้งที่ดินและไม้ล้มลุกหรือธัญชาติด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การยึดที่ดินซึ่งมีไม้ยืนต้น ให้เจ้าพนักงานจดชนิดและประมาณจำนวนต้นไม้ไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ถ้าทรัพย์สินที่ยึดมีดอกผลธรรมดาที่ผู้ต้องชดใช้เงินจะต้องเป็นผู้เก็บเกี่ยวหรือบุคคลอื่นเป็นผู้เก็บเกี่ยวในนามของผู้ต้องชดใช้เงิน

เมื่อมีผู้ร้องขอให้เจ้าพนักงานเก็บเกี่ยวและเจ้าพนักงานเห็นสมควรจัดการให้ เจ้าพนักงานต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ต้องชดใช้เงินทราบในขณะทำการยึดแล้ว

จึงให้ทำการเก็บดอกผลนั้นเมื่อถึงกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การยึดเรือน โรง หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น

ให้เจ้าพนักงานบันทึกในรายการยึด โดยบรรยายให้เห็นสภาพของสิ่งนั้นๆ เช่น พื้น ฝาผนัง

ประตู หน้าต่าง เสา เครื่องบนและหลังคาใช้วัสดุชนิดใด มีกี่ชั้น กี่ห้อง ขนาดกว้างยาวสูงเท่าใด

เก่าหรือใหม่เพียงใด เลขทะเบียนเท่าไร ถ้าเป็นสถานที่ให้เช่า ค่าเช่าเท่าใด เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การยึดย่อมครอบคลุมไปถึงดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้นด้วย

เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้เจ้าพนักงานแสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งตามวิธีที่เห็นสมควรว่า

ได้มีการยึดทรัพย์สินแล้ว เช่น

(๑) การยึดสิ่งของ ให้เจ้าพนักงานปิดหรือผูกแผ่นเลขหมายบนสิ่งของที่ยึดให้ตรงตามบัญชีทรัพย์สิน

ถ้าสามารถจะเก็บรวมเข้าหีบหรือตู้ได้ ก็ให้รวมไว้แล้วปิดหีบหรือตู้ประทับตราครั่งอีกชั้นหนึ่ง

(๒) การยึดที่ดิน ห้องชุด เรือน โรง หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ

ให้ปิดประกาศหรือทำเครื่องหมายไว้

(๓) การยึดสัตว์ สัตว์พาหนะ หรือปศุสัตว์ จะใช้สีทาที่เขาหรือที่ตัว

หรือจะใช้แผ่นเลขหมายผูกคอ หรือจะต้อนเข้าคอกแล้วผูกเชือกประทับตราครั่งที่ประตูคอกก็ได้

แล้วแต่จะเห็นสมควร แต่อย่าให้เป็นการขัดข้องต่อการเลี้ยง การรักษาสัตว์

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ เมื่อได้ยึดเรือกำปั่น เรือมีระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป

เรือกลไฟ เรือยนต์มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป แพ หรือสัตว์พาหนะ ให้เจ้าพนักงานแจ้งการยึดทรัพย์สินนั้นไปยังกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวีหรือนายทะเบียนแห่งท้องที่ด้วย

แล้วแต่กรณี

กรณียึดทรัพย์สินอื่นที่มีทะเบียน เช่น รถยนต์ เครื่องจักร

ให้เจ้าพนักงานแจ้งการยึดไปยังนายทะเบียนแห่งทรัพย์สินนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานจัดทำบันทึกรายงานการดำเนินการโดยสังเขป

หากมีพฤติการณ์หรือเหตุการณ์ที่สมควรบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก็ให้บันทึกไว้ แล้วอ่านบันทึกนั้นให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

เช่น ผู้ต้องชดใช้เงิน ผู้มีส่วนได้เสีย บุคคลที่อยู่ ณ ที่ยึดฟัง แล้วให้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานด้วย

ถ้าผู้ใดไม่ยอมลงลายมือชื่อ ให้บันทึกว่าอ่านให้ฟังแล้วไม่ยอมลงลายมือชื่อ พร้อมกับลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานและพยานรับรองไว้

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ห้ามยึดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงิน ดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องนุ่งห่มหลับนอนหรือเครื่องใช้ในครัวเรือนหรือเครื่องใช้สอยส่วนตัว

โดยประมาณราคารวมกันตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๘๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ในกรณีอธิบดีเห็นสมควรจะกำหนดทรัพย์สินดังกล่าวที่มีราคาเกินกว่าที่กำหนดไว้

ตามมาตรา ๒๘๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้เป็นทรัพย์สินที่ห้ามยึดตามระเบียบนี้ก็ได้

ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความจำเป็นตามฐานะของผู้ต้องชดใช้เงิน

(๒) เครื่องมือหรือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพ

โดยประมาณรวมกันราคาไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ ตามมาตรา ๒๘๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

แต่ถ้าผู้ต้องชดใช้เงินมีคำขอ โดยทำเป็นคำร้องต่ออธิบดีขออนุญาตใช้เครื่องมือหรือเครื่องใช้อันจำเป็น

เพื่อดำเนินการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพอันมีราคาเกินกว่าจำนวนราคาดังกล่าวแล้ว ให้อธิบดีมีอำนาจใช้ดุลพินิจที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตภายในบังคับแห่งเงื่อนไขตามที่เห็นสมควร

(๓) วัตถุ เครื่องใช้และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ทำหน้าที่แทน

หรือช่วยอวัยวะของผู้ต้องชดใช้เงิน

(๔) ทรัพย์สินอย่างใดที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมายหรือตามกฎหมายย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

ทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินอันมีลักษณะเป็นของส่วนตัวโดยแท้

เช่น หนังสือสำหรับวงศ์ตระกูล โดยเฉพาะจดหมายหรือสมุดบัญชีต่างๆ นั้น ถ้าจำเป็นอาจยึดมาตรวจดู

เพื่อประโยชน์แห่งการยึดทรัพย์สินได้ แต่ห้ามมิให้เอาออกขายทอดตลาด

(๕) ทรัพย์สินของกสิกร ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติ

ว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของกสิกร พุทธศักราช ๒๔๗๕ ได้แก่ พืชพันธุ์ที่ใช้ในปีต่อไปตามสมควร

พืชผลที่เก็บไว้สำหรับเลี้ยงตัวและครอบครัว ตามฐานานุรูปสำหรับหนึ่งปี สัตว์และเครื่องมือประกอบอาชีพที่มีไว้พอแก่การดำเนินอาชีพต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ให้เจ้าพนักงานจัดทำบัญชีทรัพย์สินที่ยึดโดยแสดงรายละเอียด

เช่น ชื่อ ประเภท จำนวน ขนาด น้ำหนัก สภาพ และราคาประเมินแห่งทรัพย์สิน เป็นต้น ตามลำดับหมายเลขไว้

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การจดบัญชีทรัพย์สิน ถ้าเป็นทรัพย์สินหลายสิ่งราคาเล็กน้อย

จะมัดรวมหรือกองรวมกันแล้วจดเป็นเลขหมายเดียวกันก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ เมื่อกระทำการยึดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงินแล้ว

ให้แจ้งรายการยึดและราคาประเมินให้ผู้ต้องชดใช้เงินทราบ และถ้าทรัพย์สินที่ยึดมีผู้ถือกรรมสิทธิ์รวม

ให้แจ้งการยึดให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมทราบด้วย

หากไม่สามารถจะกระทำตามความในวรรคหนึ่งได้ ให้ปิดประกาศแจ้งการยึดไว้

ณ สถานที่ที่ยึด หรือประกาศแจ้งการยึดทางหนังสือพิมพ์รายวันไม่เกินเจ็ดวัน

ถ้าทรัพย์สินที่ยึดเป็นที่ดินและห้องชุด ให้เจ้าพนักงานแจ้งการยึดนั้นให้เจ้าพนักงานที่ดินแห่งท้องที่ที่ที่ดินตั้งอยู่ทราบ

เพื่อบันทึกการยึดไว้ในทะเบียน

เมื่อดำเนินการดังกล่าวแล้วเสร็จ ให้เจ้าพนักงานรายงานการยึดทรัพย์สิน

พร้อมบัญชีทรัพย์สินที่ยึดต่ออธิบดี

ส่วนที่

วิธีการประเมินราคาทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การประเมินราคาที่ดิน ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์

ดังต่อไปนี้ ประกอบกัน คือ

(๑) ราคาซื้อขายกันในท้องตลาด โดยคำนึงถึงสภาพแห่งที่ดินนั้นว่าเป็นที่ดินประเภทใด

เช่น ที่อยู่อาศัย ที่โรงงาน ที่ให้บริการหรือค้าขาย ที่สวน ที่นา ที่ไร่ เป็นต้น และที่นั้นอยู่ในทำเลอย่างใด

เช่น อยู่ในทำเลค้าขาย ที่ชุมนุมชน อยู่ติดถนนหรือแม่น้ำลำคลองหรือไม่ รถยนต์เข้าถึงหรือไม่

หากเป็นที่ให้เช่า มีผลประโยชน์หรือรายได้มากน้อยเพียงใด

(๒) ราคาที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเจ้าพนักงานเคยขายทอดตลาดไปแล้ว

(๓) ราคาซื้อขาย หรือจำนอง หรือขายฝากครั้งสุดท้ายของที่ดินที่ยึด

และของที่ดินข้างเคียง

(๔) ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม

ตามประมวลกฎหมายที่ดิน

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การประเมินราคาทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ดิน ให้ประเมินตามราคาซื้อขายในท้องตลาด

ตามสภาพความเก่าใหม่ของทรัพย์สินนั้นๆ

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การประเมินราคาทรัพย์สินอื่นที่ติดจำนองหรือจำนำ

ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ ๓๖ และข้อ ๓๗ แต่ให้หมายเหตุไว้ด้วยว่าจำนองหรือจำนำเมื่อใด

ต้นเงินเท่าใด เพื่อประกอบดุลพินิจในการขายทอดตลาด

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ หากอธิบดีเห็นว่า ราคาทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานประเมินไม่เหมาะสมหรือผู้มีส่วนได้เสียในการยึดทรัพย์สินร้องขอโดยมีเหตุผลอันสมควร

อธิบดีมีอำนาจแก้ไขราคาประเมินได้เอง หรือมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานทำการประเมินราคาใหม่

หรืออาจขอให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการประเมินราคาทรัพย์สินหรือผู้เชี่ยวชาญในการประเมินราคาทรัพย์สินช่วยประเมินราคาให้

กรณีประเมินราคาตามคำร้องขอของผู้มีส่วนได้เสียในการยึดทรัพย์สิน

ให้ผู้ร้องขอเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย เมื่อได้มีการแก้ไขราคาประเมินแล้ว ให้เจ้าพนักงานแจ้งราคาประเมินที่ได้แก้ไขใหม่ให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบ

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การประเมินราคาทรัพย์สินบางประเภท หากมีความจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ

ผู้ชำนาญพิเศษ หรือผู้มีความรู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและประเมินราคา ให้อธิบดีสั่งให้ดำเนินการได้

ส่วนที่

การคัดค้านการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ถ้าบุคคลใดจะยื่นคำร้องคัดค้านการยึดทรัพย์สินโดยกล่าวอ้างว่า

ผู้ต้องชดใช้เงินไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานได้ยึดไว้ก่อนเอาทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาด

บุคคลนั้นอาจยื่นคำร้องขอต่ออธิบดีเพื่อให้มีคำสั่งปล่อยทรัพย์สินเช่นว่านั้น เมื่อเจ้าพนักงานได้รับคำร้องขอเช่นว่านั้น

ให้งดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไว้ในระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาดของอธิบดี

เว้นแต่

(๑) หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่า คำร้องขอนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามา

เพื่อประวิงเวลาให้เนิ่นช้า อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ผู้ร้องขอวางเงินต่ออธิบดีในเวลาที่กำหนดตามจำนวนเงินที่เห็นสมควร

เพื่อประกันความเสียหายใดๆ ที่อาจได้รับเนื่องจากเหตุที่เนิ่นช้าในการขายทอดตลาดอันเกิดแต่การยื่นคำร้องขอนั้น

ถ้าผู้ร้องขอไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเช่นว่านั้น ให้อธิบดียกคำร้องขอนั้นเสีย และมีคำสั่งให้ดำเนินการต่อไป

(๒) ถ้าทรัพย์สินที่พิพาทนั้นเป็นสังหาริมทรัพย์และมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่า

คำร้องขอนั้นไม่มีเหตุผลอันควรฟัง หรือถ้าปรากฏว่าทรัพย์สินที่ยึดนั้นเป็นสังหาริมทรัพย์ที่เก็บไว้นานไม่ได้

อธิบดีมีอำนาจสั่งให้คณะกรรมการทำการขายทอดตลาดทรัพย์สินหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นโดยไม่ชักช้า

ส่วนที่

การเก็บรักษาทรัพย์สินที่ยึด

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ทรัพย์สินที่ได้ยึดไว้แล้ว ให้นำมาเก็บรักษาไว้ที่สำนักงาน

แต่ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์หรือสิ่งของอื่นซึ่งลำบากต่อการขนย้าย ให้มอบให้แก่บุคคลที่สมควรเป็นผู้ดูแลรักษาไว้

การมอบทรัพย์สินที่ได้ยึดไว้ให้แก่บุคคลอื่นดูแลรักษาให้ปฏิบัติ

ดังต่อไปนี้

(๑) ถ้าผู้ต้องชดใช้เงินยอมรับรักษาทรัพย์สินที่ยึด

และเจ้าพนักงานเห็นสมควร จะมอบทรัพย์สินนั้นให้ผู้ต้องชดใช้เงินเป็นผู้ดูแลรักษาก็ได้

(๒) ถ้าผู้ต้องชดใช้เงินไม่รับรักษาทรัพย์สินที่ยึด

และเจ้าพนักงานเห็นสมควร จะมอบทรัพย์สินนั้นไว้ในความดูแลรักษาของบุคคลอื่นซึ่งครอบครองทรัพย์สินนั้นอยู่ก็ได้

(๓) ถ้าไม่สามารถปฏิบัติตาม (๑) และ (๒) ได้ อธิบดีจะเช่าสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินที่ยึดและจ้างคนดูแลรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ให้เจ้าพนักงานจดไว้ในรายการยึดทรัพย์สินโดยชัดแจ้งว่า

ได้จัดการเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นอย่างไร และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์สิน ค่าเช่าสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สิน

ค่าจ้างคนดูแลรักษาทรัพย์สินเท่าใด

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ให้ผู้รับดูแลรักษาทรัพย์สินโดยมีค่าตอบแทนหรือไม่มีค่าตอบแทนก็ดี

หรือผู้ให้เช่าสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินก็ดี หรือผู้รับจ้างดูแลรักษาทรัพย์สินก็ดี

ทำหนังสือสัญญากับอธิบดี

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ในกรณีที่ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น

เอาไปเสีย ทำให้สูญหาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินที่ยึด ให้อธิบดีร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกเรื่อง

หมวด

การอายัดทรัพย์สิน

ส่วนที่

วิธีการอายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ เมื่อเห็นสมควรใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการอายัดทรัพย์สิน

ตามมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ในกรณีอธิบดีมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินแล้ว

ให้เจ้าพนักงานไปทำการอายัดทรัพย์สินโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ภายใต้บังคับข้อ ๔๖ ในกรณีที่ยังไม่มีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สิน

ให้สำนักงานตามข้อ ๑๑ หรือเจ้าพนักงานตามข้อ ๑๒ แล้วแต่กรณี รายงานการสืบหาทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงิน

และขออนุญาตอายัดทรัพย์สิน พร้อมทั้งเสนอร่างคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินเพื่อให้อธิบดีลงนาม

เมื่ออธิบดีอนุญาตและลงนามในคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินแล้ว

ให้ส่งเรื่องคืนไปให้สำนักงานหรือเจ้าพนักงานดังกล่าว แล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ เจ้าพนักงานอาจอายัดสังหาริมทรัพย์อันมีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์

รวมทั้งสิทธิทั้งปวงอันมีอยู่ในทรัพย์เหล่านั้น หรือเงินที่บุคคลภายนอกจะต้องส่งมอบหรือโอนหรือชำระให้แก่ผู้ต้องชดใช้เงินในการอายัดดังกล่าว

ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจที่จะยึดบรรดาเอกสารทั้งปวงที่ให้สิทธิหรือรับรองสิทธิให้แก่

ผู้ต้องชดใช้เงินในอันที่จะได้รับการส่งมอบหรือรับการโอนทรัพย์สินหรือสิทธิ หรือได้รับการชำระเงินเช่นว่านั้น

ให้นำความในหมวด ๒ การยึดทรัพย์สิน ส่วนที่ ๑ วิธีการยึดทรัพย์สิน

มาปฏิบัติกับวิธีการอายัดทรัพย์สินโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ เจ้าพนักงานย่อมไม่อายัดทรัพย์สินที่พนักงานเจ้าหน้าที่อื่นได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อนแล้ว

หรือทรัพย์สินที่มีกฎหมายบัญญัติให้ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

เมื่ออายัดทรัพย์สินใดแล้ว ปรากฏในภายหลังว่า ทรัพย์สินที่อายัดนั้นเป็นของบุคคลอื่น

หรือไม่มีความจำเป็นต้องอายัดทรัพย์สินนั้นต่อไปแล้ว ให้เจ้าพนักงานรายงานให้อธิบดีทราบ

เพื่อพิจารณาดำเนินการเพิกถอนการอายัดทรัพย์สินนั้นต่อไป

72 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมการประกันภัยว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 พ.ศ. 2549 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f9d0df60ccc7a833

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com