法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
28
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๑๓

(พ.ศ. ๒๔๙๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

พุทธศักราช

๒๔๘๕[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕

ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

พุทธศักราช ๒๔๘๕ พุทธศักราช ๒๔๘๖ และมาตรา ๙

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดั่งต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้ยกเลิกกฎกระทรวงการคลังออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

พุทธศักราช ๒๔๘๕ ลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๔๘๕

กฎกระทรวงการคลังออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช

๒๔๘๕ (ฉบับที่ ๔) กฎกระทรวงการคลังออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

พุทธศักราช ๒๔๘๕ (ฉบับที่ ๕) กฎกระทรวงการคลัง (ฉบับที่ ๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

พุทธศักราช ๒๔๘๕ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๔๙๔)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๔๙๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

พุทธศักราช ๒๔๘๕ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๔๙๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๔๙๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

พุทธศักราช ๒๔๘๕ และกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๔๙๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

พุทธศักราช ๒๔๘๕ ทั้งนี้ ภายใต้บังคับข้อ

๒๘

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ในกฎกระทรวงนี้

“ปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ” หมายความว่า

เงินตราต่างประเทศและเล็ตเตอร์ออฟเครดิต

“เล็ตเตอร์ออฟเครดิต” หมายความรวมตลอดถึง ออธอริตี้ทูเปอเชส

และคำสั่งหรือเอกสารที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน

และหมายความเฉพาะที่พึงจ่ายในต่างประเทศ

“ธนาคารรับอนุญาต” หมายความว่า

ธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ

“บริษัทรับอนุญาต” หมายความว่า

บริษัทจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศซึ่งมิใช่ธนาคาร

“บุคคลรับอนุญาต” หมายความว่า บุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ซื้อ

ขาย ให้กู้ยืม แลกเปลี่ยนธนบัตรต่างประเทศ ธนาคารบัตรต่างประเทศ

เหรียญกระษาปณ์ต่างประเทศ หรือเช็คสำหรับเดินทางที่พึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศ

“ตัวแทนซื้อเงิน” หมายความว่า บุคคลที่ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนรวบรวมเงินจากบุคคลอื่นหลายคน

เพื่อนำเงินนั้นไปซื้อปัจจัยชำระเงินต่างประเทศจากธนาคารรับอนุญาตหรือบริษัทรับอนุญาตเพื่อส่งไปเลี้ยงดูครอบครัวและญาติพี่น้องของบุคคลนั้น

ๆ ในต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี

บุคคลใดประสงค์จะประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศจะต้องทำคำขอต่อรัฐมนตรีตามแบบที่กำหนด

โดยยื่นผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย

รัฐมนตรีจะประกาศข้อกำหนดเป็นคำสั่งซึ่งผู้ขอรับอนุญาตจะต้องปฏิบัติเพื่อการขอรับอนุญาต

และซึ่งผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติไว้ก็ได้

ถ้าใบอนุญาตนั้นมิได้ระบุเป็นอย่างอื่น

ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตเป็นธนาคารรับอนุญาตหรือบริษัทรับอนุญาต

ให้ถือว่าใช้ได้สำหรับสาขาของผู้รับอนุญาตด้วย กรณีจะเป็นประการใดก็ตาม

รัฐมนตรีมีอำนาจเรียกใบอนุญาตมาแก้ไขเสียใหม่ โดยระบุมิให้ใบอนุญาตนั้นใช้ได้สำหรับสาขาใดของผู้รับอนุญาตก็ได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ใบอนุญาตที่ออกให้ตามความในข้อ ๓ ไม่คุ้มถึงการกระทำที่ห้ามไว้ในข้อ ๘ ข้อ

๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ ข้อ ๑๓ และข้อ ๑๔

และเฉพาะใบอนุญาตที่ออกให้แก่บุคคลรับอนุญาตไม่คุ้มถึงการซื้อ การขาย การให้กู้ยืม

การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอย่างอื่น นอกจากธนบัตรต่างประเทศ

ธนาคารบัตรต่างประเทศ เหรียญกระษาปณ์ต่างประเทศ

และเช็คสำหรับเดินทางที่พึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ใบอนุญาตที่ออกให้ตามความในข้อ ๓ รัฐมนตรีอาจถอนเสียได้ในเมื่อปรากฏว่า

ผู้รับอนุญาตไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินหรือกฎ

ข้อบังคับ คำสั่ง ประกาศ ที่ได้ออกเพื่อดำเนินการตามกฎหมายนั้น

หรือปฏิบัติการอันเป็นภัยต่อระบบการแลกเปลี่ยนเงิน

หรือเป็นภัยต่อสาธารณชนในทางเศรษฐกิจ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

เมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันใช้กฎกระทรวงนี้

ให้การอนุญาตหรือซึ่งถือว่าอนุญาต ให้ธนาคาร ห้างหุ้นส่วนบริษัท

หรือผู้ค้าเงินตราต่างประเทศ ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ

รวมทั้งการอนุญาตเพื่อการโพยก๊วน

ซึ่งได้อนุญาตหรือถือว่าอนุญาตก่อนวันใช้กฎกระทรวงนี้ เป็นอันสิ้นสุดลง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ห้ามมิให้บุคคลใด นอกจากธนาคารรับอนุญาต บริษัทรับอนุญาต

หรือบุคคลรับอนุญาต ทำการซื้อ ขาย ให้กู้ยืม แลกเปลี่ยน

หรือโอนปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

ความในวรรคก่อนไม่ให้ใช้บังคับในกรณีขายปัจจัยชำระเงินต่างประเทศแก่ธนาคารรับอนุญาต

บริษัทรับอนุญาต หรือขายธนบัตรต่างประเทศ ธนาคารบัตรต่างประเทศ เหรียญกระษาปณ์ต่างประเทศ

หรือเช็คสำหรับเดินทางที่พึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศแก่บุคคลรับอนุญาต

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

บุคคลใดได้ไปซึ่งปัจจัยชำระเงินต่างประเทศโดยได้รับอนุญาตให้นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์

หรือภายใต้เงื่อนไขอย่างใด ห้ามมิให้บุคคลนั้นนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อย่างอื่น

หรือนำไปใช้ผิดต่อเงื่อนไขในการได้ไปซึ่งปัจจัยชำระเงินต่างประเทศนั้น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะนำไปใช้ในหรือนอกประเทศ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ห้ามมิให้บุคคลใดส่งหรือนำเงินตรา หรือหลักทรัพย์อันมีค่าหรือพึงจ่ายเป็นเงินตรา

ออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

ความในวรรคก่อนไม่ให้ใช้บังคับแก่

(ก)

ผู้ประสงค์จะเดินทางไปต่างประเทศซึ่งนำเงินตราหรือหลักทรัพย์อันมีค่าหรือพึงจ่ายเป็นเงินตราออกนอกประเทศไม่เกินมูลค่าที่รัฐมนตรีประกาศ

หรือ

(ข) ผู้เดินทางผ่านซึ่งนำเงินตรา

หรือหลักทรัพย์อันมีค่าหรือพึงจ่ายเป็นเงินตราออกนอกประเทศ

เป็นมูลค่าไม่เกินเงินตราหรือหลักทรัพย์อันมีค่าหรือพึงจ่ายเป็นเงินตราที่นำเข้ามาในประเทศ

หรือไม่เกินมูลค่าที่รัฐมนตรีประกาศ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ห้ามมิให้บุคคลใดนำเงินตราเข้ามาในประเทศเกินมูลค่าที่รัฐมนตรีประกาศ

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน นอกจากผู้นำเข้าจะพิสูจน์ได้ว่า

เงินตราที่นำเข้านั้นไม่เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

หรือการอื่นซึ่งมีเงินตราต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ว่าในรูปใด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ห้ามมิให้บุคคลใดส่งหรือนำปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ

หรือหลักทรัพย์อันมีค่าหรือพึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศออกนอกประเทศ

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

ความในวรรคก่อนไม่ให้ใช้บังคับแก่ผู้เดินทางไปต่างประเทศซึ่งนำปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ

ไม่เกินมูลค่าที่รัฐมนตรีประกาศ หรือผู้เดินทางผ่านซึ่งนำปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ

หรือหลักทรัพย์อันมีค่าหรือพึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศออกนอกประเทศพร้อมกับตนเป็นมูลค่าแต่ละสกุลไม่เกินปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ

หรือหลักทรัพย์อันมีค่าหรือพึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศที่นำเข้ามาในประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ห้ามมิให้บุคคลใด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

(๑) จ่ายเงินตราให้แก่ ส่งเงินตราเข้าบัญชีของ

บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ หรือจ่ายเงินตรา ส่งเงินตราเข้าบัญชีแทน

หรือในนามของบุคคลดั่งกล่าว ทั้งนี้ ให้รวมถึงการกระทำโดยการออกตั๋วเงินด้วย

(๒) รับเงินตราจากบุคคลหรือจากบัญชีของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

หรือรับเงินตราแทน หรือในนามของบุคคลดั่งกล่าว ทั้งนี้ ให้รวมถึงการรับตั๋วเงินด้วย

(๓) ออกตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ทำให้ตั๋วแลกเงิน

หรือตั๋วสัญญาใช้เงินเปลี่ยนมือ โอนหลักทรัพย์หรือรับสภาพหนี้อันเป็นการก่อให้เกิด

หรือโอนไปซึ่งสิทธิที่จะได้รับชำระเงินตราในประเทศเป็นการตอบแทน

(ก)

การรับชำระเงินหรือการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่อยู่นอกประเทศ

(ข)

การได้สิทธิที่จะได้รับชำระเงินหรือการได้สิทธิที่จะได้รับมาซึ่งทรัพย์สินที่อยู่นอกประเทศ

รวมตลอดถึงการชำระเงินเป็นการตอบแทนการดังกล่าวนี้ด้วย

เพื่อประโยชน์แห่งข้อนี้ คำว่า “บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ”

หมายความรวมถึงสำนักงานสาขาและตัวแทนซึ่งอยู่นอกประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศด้วย

และไม่หมายความรวมถึงสำนักงานสาขาและตัวแทนซึ่งอยู่ในประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ห้ามมิให้บุคคลใดออก ซื้อ หรือรับโอนเล็ตเตอร์ออฟเครดิต

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ห้ามมิให้บุคคลใดกระทำการอันเป็นการชำระเงินแก่บุคคลที่อยู่นอกประเทศโดยวิธีอื่น

นอกจากชำระด้วยวิธีใช้ค่าแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศหรือเล็ตเตอร์ออฟเครดิต เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

นอกจากในกรณีที่รัฐมนตรีได้มีคำสั่งยกเว้นโดยทั่วไปไว้ ห้ามมิให้บุคคลใด

ซื้อ ขาย หรือให้กู้ยืมทองคำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

คำสั่งยกเว้นนั้น รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขไว้ด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

นอกจากในกรณีที่รัฐมนตรีได้มีคำสั่งยกเว้นโดยทั่วไปไว้

บุคคลใดส่งของออกนอกประเทศต้องจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศเป็นค่าของนั้น

และจะต้องขายเงินตราต่างประเทศนั้นแก่ธนาคารแห่งประเทศไทย

หรือบุคคลที่รัฐมนตรีกำหนดภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้มา

เมื่อเห็นเป็นการสมควร รัฐมนตรีอาจออกคำสั่งเป็นการทั่วไป

กำหนดให้ผู้ส่งออกซึ่งของใด หรือส่งออกซึ่งของไปยังประเทศใด

จัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศสกุลใดและหรือโดยวิธีใด

และกำหนดให้ขายเงินตราต่างประเทศที่ต้องจัดให้ได้มานั้นแก่ธนาคารแห่งประเทศไทย

ตามอัตราแลกเปลี่ยนที่รัฐมนตรีกำหนด

คำสั่งของรัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขไว้ด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ความในข้อ ๑๖ ไม่ให้ใช้บังคับแก่การส่งออกซึ่งตัวอย่างสินค้า

หรือของสำหรับใช้ส่วนตัว

หรือของที่ส่งออกแต่ละครั้งมีมูลค่าไม่เกินที่รัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ห้ามมิให้ผู้ส่งของออกซึ่งจะต้องจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศตามความในข้อ

๑๖

ส่งของออกไปก่อนที่ได้ขายเงินตราต่างประเทศอันเป็นค่าของนั้นตามวิธีการที่เจ้าพนักงานกำหนด

แต่เจ้าพนักงานอาจผ่อนผันให้ผู้ส่งของออกส่งของออกไปก่อนได้

การผ่อนผันนั้นเจ้าพนักงานอาจกำหนดระยะเวลา วิธีการ

หรือเงื่อนไขที่ผู้ส่งของออกจะต้องขายเงินตราต่างประเทศ

และอาจให้ผู้ส่งของออกหาประกันหรือหลักประกันจนเป็นที่พอใจว่า

ผู้ส่งของออกจะจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศอันเป็นค่าของนั้นและขายตามความในข้อ

๑๖ ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

เพื่อประโยชน์ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศที่ผู้ส่งของออกจะต้องขายแก่ธนาคารแห่งประเทศไทย

ในกรณีที่ของที่ส่งออกเป็นของซึ่งรัฐมนตรีได้มีคำสั่งให้ผู้ส่งออกจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศและขายแก่ธนาคารแห่งประเทศไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนที่รัฐมนตรีกำหนดตามความในข้อ

๑๖ วรรคสองนั้น เจ้าพนักงานจะกำหนดราคาของเป็นราคาถัวเฉลี่ย หรือราคามาตรฐานก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

บุคคลใดได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศด้วยประการอื่นใด นอกจากที่กำหนดไว้ในข้อ

๑๖ ต้องขายเงินตราต่างประเทศนั้นแก่ธนาคารแห่งประเทศไทย

ธนาคารรับอนุญาตหรือบุคคลรับอนุญาต ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้มา ทั้งนี้ เว้นแต่เจ้าพนักงานจะมีคำสั่งยกเว้นโดยทั่วไปหรือโดยเฉพาะ

โดยจะกำหนดเงื่อนไขในการยกเว้นนั้นด้วยหรือไม่ก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ภายใต้บังคับข้อ ๒๒ ห้ามมิให้บุคคลใดนำของเข้ามาในประเทศ

เว้นแต่จะได้ซื้อเงินตราต่างประเทศตามวิธีการและเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานกำหนดเพื่อชำระเป็นค่าของนั้นแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

รัฐมนตรีอาจออกคำสั่งโดยทั่วไป หรือเมื่อเห็นเป็นการสมควร เจ้าพนักงานอาจออกคำสั่งโดยเฉพาะ

อนุญาตให้นำของเข้ามาในประเทศก่อนที่จะได้มีการซื้อเงินตราต่างประเทศ

เพื่อชำระเป็นค่าของนั้นก็ได้

และในการนี้อาจให้ผู้ที่จะนำของเข้าหาประกันหรือหลักประกันมาให้จนเป็นที่พอใจเจ้าพนักงานว่า

ผู้นำของเข้าจะซื้อเงินตราต่างประเทศจากบุคคลที่รัฐมนตรีกำหนดเพื่อชำระเป็นค่าของนั้น

กับทั้งจะนำของเข้ามาภายในเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด

ในกรณีที่ผู้จะนำของเข้าแสดงให้เป็นที่พอใจเจ้าพนักงานได้ว่าตนไม่มีความจำเป็นต้องซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อชำระเป็นค่าของนั้น

เจ้าพนักงานอาจยกเว้นมิให้ผู้นั้นต้องซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อชำระเป็นค่าของนั้นได้

และในการนี้อาจให้ผู้นั้นหาประกันหรือหลักประกันมาให้จนเป็นที่พอใจเจ้าพนักงานว่า

ผู้นั้นจะนำของเข้ามาภายในเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ความในข้อ ๒๑ และข้อ ๒๒ ไม่ให้ใช้บังคับแก่การนำเข้าซึ่งตัวอย่างสินค้า

หรือของสำหรับใช้ส่วนตัว

หรือของที่นำเข้าแต่ละครั้งมีมูลค่าไม่เกินที่รัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

รัฐมนตรีอาจออกคำสั่งโดยทั่วไป

หรือเมื่อเห็นเป็นการสมควรเจ้าพนักงานอาจออกคำสั่งโดยเฉพาะ

ให้ผู้ขอให้ได้ไปซึ่งปัจจัยชำระเงินต่างประเทศเพื่อชำระค่าของที่ยังไม่ได้นำเข้า

หาประกันหรือหลักประกันมาให้จนเป็นที่พอใจเจ้าพนักงานว่า

ผู้ขอให้ได้ไปซึ่งปัจจัยชำระเงินต่างประเทศนั้น

จะนำของเข้ามาภายในเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

รัฐมนตรีอาจออกคำสั่งโดยทั่วไป ให้ผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออก ผู้เดินทางออกไปหรือเข้ามาในประเทศ

หรือผู้เดินทางผ่าน แจ้งรายการตามแบบที่กำหนดว่าด้วยของที่ส่งออกหรือนำเข้า

ราคาของ วิธีชำระเงินค่าของ

เงินตราต่างประเทศหรือเงินตราที่ใช้หรือจะใช้ชำระค่าของนั้น และเงินตราต่างประเทศ

เงินตราหลักทรัพย์ที่นำออกไปหรือนำเข้ามาในประเทศต่อเจ้าพนักงานโดยผ่านทางพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

ในขณะยื่นใบขนสินค้าต่อศุลกากร หรือในขณะเดินทางออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศ

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ในกรณีที่รัฐมนตรีประกาศว่าได้มีการเปิดบัญชีหักกลบลบหนี้ระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศประเทศหนึ่งประเทศใด

บุคคลผู้ส่งเงินไปยังประเทศนั้น หรือรับเงินจากบุคคลในประเทศนั้น

จะต้องกระทำโดยผ่านบัญชีหักกลบลบหนี้นั้นตามวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด

เว้นแต่จะได้อนุญาตให้ยกเว้น

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อเงิน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี

บุคคลใดประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อเงินจะต้องทำคำขอต่อรัฐมนตรีตามแบบที่กำหนด

โดยยื่นผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย

รัฐมนตรีจะประกาศข้อกำหนดเป็นคำสั่งซึ่งผู้ขอรับอนุญาตจะต้องปฏิบัติเพื่อการขอรับอนุญาต

และซึ่งผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติไว้ก็ได้

ถ้าใบอนุญาตนั้นมิได้ระบุเป็นอย่างอื่น

ให้ถือว่าใช้ได้สำหรับสาขาของผู้รับอนุญาตด้วย กรณีจะเป็นประการใดก็ตาม

รัฐมนตรีมีอำนาจเรียกใบอนุญาตมาแก้ไขเสียใหม่

โดยระบุมิให้ใบอนุญาตนั้นใช้ได้สำหรับสาขาใดของผู้รับอนุญาตก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ให้กฎกระทรวงการคลัง (ฉบับที่ ๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๔๙๔)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และโดยกฎกระทรวง

ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๔๙๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

พุทธศักราช ๒๔๘๕

คงใช้บังคับแก่บุคคลที่มีความผูกพันจะต้องจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศ

เพื่อขายแก่ธนาคารแห่งประเทศไทย

ต่อไปจนกว่าจะได้ปฏิบัติการตามความผูกพันนั้นเสร็จสิ้นแล้ว

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๗

ภ. บริภัณฑ์ยุทธกิจ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

หมายเหตุ :- เหตุผลในการออกกฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่กฎกระทรวงในเรื่องนี้มีหลายฉบับ และปรากฏว่ายังไม่รัดกุมพอ

สมควรประมวลเสียใหม่ให้สะดวกแก่การใช้ปฏิบัติ

และแก้ไขปรับปรุงวิธีการบางประการให้รัดกุมยิ่งขึ้น

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๑/ตอนที่ ๘๔/หน้า ๑๘๓๒/๑๔ ธันวาคม

๒๔๙๗

28 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_fa6df85d619c1a72

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com