法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ อน. 25/2544 เรื่อง กระบวนการอนุญาโตตุลาการ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
34
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ อน. 25/2544

เรื่อง กระบวนการอนุญาโตตุลาการ

โดย คณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้มีนโยบายให้สํานักงานคณะกรรมการกํากับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์จัดให้มีมาตรการให้ความคุ้มครองสิทธิของผู้ลงทุนในตลาดทุนซึ่ง เป็นลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์หรือที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ เนื่องจากมีผู้ลงทุน ได้รับความเสียหายจากการที่ผู้ประกอบการดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามสัญญา หรือไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตาม กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ และการที่ ผู้ลงทุนจะได้รับการชดเชยความเสียหายดังกล่าวอาจมีภาระค่าใช้จ่ายที่สูงมากจนไม่คุ้มกับความเสียหาย ที่ได้รับ หรืออาจต้องใช้ระยะเวลานานในการดําเนินการตามกระบวนการยุติธรรมทั่วไป จึงเห็นควรจัด ให้มีทางเลือกในการระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการระหว่างผู้ลงทุนกับผู้ประกอบการดังกล่าว ที่สะดวก รวดเร็ว เป็นธรรม และประหยัดค่าใช้จ่ายแก่ผู้ลงทุน สํานักงานคณะกรรมการกํากับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์จึงออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2545 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“ผู้ถูกร้อง” หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม ผู้รับฝากทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคล ตัวแทนสนับสนุน และตัวแทนจําหน่ายหุ้น

“บริษัทหลักทรัพย์" หมายความว่า บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ หลักทรัพย์ประเภท การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน การจัดจําหน่ายหลักทรัพย์ การจัดการกองทุนรวม การจัดการกองทุนส่วนบุคคล การให้สินเชื่อเพื่อ ธุรกิจหลักทรัพย์ และกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

“ตัวแทนสนับสนุน” หมายความว่า บุคคลซึ่งบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาต ให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวมตั้งให้เป็นตัวแทนในการขายหรือ รับซื้อคืนหน่วยลงทุน

“ตัวแทนจําหน่ายหุ้น” หมายความว่า บุคคลซึ่งบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาต ให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดจําหน่ายหลักทรัพย์ตั้งให้เป็นตัวแทนในการจําหน่ายหุ้นในประเทศ

“ตลาดหลักทรัพย์” หมายความว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการให้เป็นไปตามประกาศนี้ การใด ที่มิได้ระบุไว้ ให้ดําเนินการไปตามความตกลงของคู่กรณี หรือตามที่อนุญาโตตุลาการเห็นสมควร หรือตามกฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ สํานักงานจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของ สํานักงานเป็นเจ้าหน้าที่ในงานธุรการให้กับอนุญาโตตุลาการ

การรับคําร้องเสนอข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ข้อพิพาทที่ผู้ร้องอาจเสนอเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(1) เป็นข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการที่ผู้ถูกร้องไม่ปฏิบัติตามสัญญา หรือไม่ปฏิบัติ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ หรือกฎเกณฑ์ที่ออกโดยคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงาน หรือคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาดหลักทรัพย์

(2) เป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นแล้วไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ผู้ร้องรู้หรือควรรู้ ถึงเหตุแห่งข้อพิพาทนั้น เว้นแต่สํานักงานเห็นว่ามีเหตุจําเป็นและสมควร

(3) เป็นข้อพิพาทที่ผู้ร้องแต่ละรายเรียกร้องค่าเสียหายไม่เกินหนึ่งล้านบาท

(4) เป็นข้อพิพาทที่ผู้ร้องได้ยื่นข้อร้องเรียนผ่านระบบการรับข้อร้องเรียนตามที่ กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือประกาศสํานักงาน คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เกี่ยวกับการรับข้อร้องเรียนของลูกค้า แล้วแต่กรณีแล้ว และปรากฏว่า

(ก) ผู้ร้องไม่ได้รับการติดต่อจากผู้มีหน้าที่แก้ไขข้อร้องเรียนตามที่ประกาศ ดังกล่าวกําหนดภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้ร้องยื่นข้อร้องเรียน

(ข) ผู้ร้องไม่ได้รับการแก้ไขข้อร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวัน นับแต่วันที่ผู้ร้องยื่นข้อร้องเรียน เว้นแต่ผู้ร้องตกลงขยายระยะเวลาดังกล่าว หรือ

(ค) ผู้ร้องไม่ได้รับการแก้ไขข้อร้องเรียนให้เป็นที่พอใจ และ

(5) เป็นข้อพิพาทระหว่างผู้ร้องที่เป็นบุคคลธรรมดา ที่ตกลงรับ เข้ารับ หรือใช้บริการ หรือเข้าทําสัญญากับผู้ถูกร้องเกี่ยวกับหลักทรัพย์หรือธุรกิจหลักทรัพย์ หรือเป็น ข้อพิพาทระหว่างสมาชิกกองทุนสํารองเลี้ยงชีพกับผู้ถูกร้อง โดยผู้ร้องต้องแสดงหลักฐานเป็น หนังสือหรือข้อสัญญาที่แสดงให้เห็นว่าผู้ถูกร้องตกลงยินยอมให้มีการเสนอข้อพิพาทเข้าสู่ กระบวนการอนุญาโตตุลาการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การยื่นคําร้องเสนอข้อพิพาทต่อสํานักงาน ให้ยืนตามแบบ อญ. 1 พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบตามที่ระบุในแบบดังกล่าวท้ายประกาศนี้ ทั้งนี้ ผู้ร้อง อาจแสดงความประสงค์ขอให้สํานักงานไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนเริ่มกระบวนการ อนุญาโตตุลาการก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กลุ่มผู้ร้องที่มีสิทธิเรียกร้องต่อผู้ถูกร้องเป็นแบบเดียวกันอันเนื่องมาจาก ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเดียวกัน และผู้ร้องแต่ละรายมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเพียงไม่เกิน รายละหนึ่งล้านบาท หากประสงค์จะร่วมกันยื่นคําร้องเสนอข้อพิพาทต่อสํานักงาน ให้ทํา หนังสือแต่งตั้งตัวแทนเพื่อดําเนินกระบวนการพิจารณาตามแบบ อญ 2 ท้ายประกาศนี้ เพื่อดําเนินการใด ๆ ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการแทนผู้ร้องทุกราย พร้อมทั้งระบุจํานวน อนุญาโตตุลาการกรณีที่เข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ มาพร้อมกับการยื่นคําร้องเสนอ ข้อพิพาทด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อสํานักงานลงทะเบียนรับคําร้องเสนอข้อพิพาทและตรวจคําร้อง เสนอข้อพิพาทดังกล่าวแล้วพบว่า คําร้องเสนอข้อพิพาทไม่ครบถ้วนหรือไม่ชัดเจน ให้ผู้ร้องแก้ไข เพิ่มเติมให้เรียบร้อยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสํานักงาน ในกรณีที่ผู้ร้องไม่ ดําเนินการภายในเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ร้องไม่ประสงค์จะดําเนินการต่อไป และสํานักงาน จะยุติการดําเนินการสําหรับคําร้องเสนอข้อพิพาทนั้น

หากสํานักงานเห็นว่าคําร้องเสนอข้อพิพาทเป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5 สํานักงานจะส่งสําเนาคําร้องเสนอข้อพิพาทดังกล่าวไปยังผู้ถูกร้องตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในคําร้อง เสนอข้อพิพาท โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ

ในกรณีที่คําร้องเสนอข้อพิพาทไม่เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5 สํานักงาน จะแจ้งการไม่รับคําร้องเสนอข้อพิพาทนั้นไปยังผู้ร้องภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สํานักงานได้รับ คําร้องเสนอข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อผู้ถูกร้องได้รับสําเนาคําร้องเสนอข้อพิพาทแล้ว อาจยื่นคําคัดค้าน ข้อพิพาทตามแบบ อญ. 3 ท้ายประกาศนี้ ต่อสํานักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสําเนา คําร้องเสนอข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่คู่กรณีประสงค์จะแต่งตั้งบุคคลใดเป็นตัวแทนในการดําเนินการ ใดๆ ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ หรือประสงค์จะแต่งตั้งบุคคลใดเพื่อช่วยเหลือในการดําเนิน กระบวนการอนุญาโตตุลาการ ให้แจ้งชื่อและที่อยู่ของบุคคลดังกล่าวโดยทําเป็นหนังสือและยื่นต่อ สํานักงาน

การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ผู้ร้องแสดงความประสงค์ขอให้สํานักงานไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ก่อนเริ่มกระบวนการอนุญาโตตุลาการ สํานักงานจะแจ้งให้ผู้ถูกร้องทราบความประสงค์ดังกล่าว ไปพร้อมกับการส่งสําเนาคําร้องเสนอข้อพิพาทให้ผู้ถูกร้อง

เมื่อผู้ถูกร้องได้รับสําเนาคําร้องเสนอข้อพิพาทที่ผู้ร้องประสงค์จะไกล่เกลี่ย ให้ผู้ถูกร้องแจ้งให้สํานักงานทราบเป็นหนังสือว่าประสงค์จะไกล่เกลี่ยหรือไม่ ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับสําเนาคําร้องเสนอข้อพิพาท และหากผู้ถูกร้องไม่แจ้งภายในเวลาดังกล่าว ให้ ถือว่าผู้ถูกร้องไม่ประสงค์จะไกล่เกลี่ย ทั้งนี้ ผู้ถูกร้องอาจยื่นคําคัดค้านข้อพิพาทมาพร้อมกับหนังสือ แจ้งความประสงค์เรื่องการไกล่เกลี่ยข้างต้นได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็นผลสําเร็จ ให้คู่กรณีทําสัญญา ประนีประนอมตามแบบ อญ 4 ท้ายประกาศนี้ หากการไกล่เกลี่ยไม่สําเร็จ ไม่ว่าจะเกิดจากคู่กรณี ตกลงกันไม่ได้หรือสํานักงานเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะไกล่เกลี่ยต่อไป ให้คู่กรณีแจ้งต่อสํานักงาน เพื่อขอยุติการไกล่เกลี่ย หรือสํานักงานสั่งให้ยุติการไกล่เกลี่ยดังกล่าว แล้วแต่กรณี และเข้าสู่ กระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อไป

การตั้งอนุญาโตตุลาการ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ให้มีอนุญาโตตุลาการจํานวนหนึ่งคนเป็นผู้ชี้ขาด เว้นแต่เป็นกรณีตามข้อ 14 ทั้งนี้ ให้คู่กรณีเลือกรายชื่ออนุญาโตตุลาการ จากทะเบียนรายชื่ออนุญาโตตุลาการของสํานักงานด้วยวิธีดังต่อไปนี้

(1) ให้ผู้ร้องเลือกรายชื่ออนุญาโตตุลาการโดยเรียงตามลําดับความพอใจ สามลําดับ และแจ้งรายชื่อดังกล่าวให้สํานักงานทราบเป็นหนังสือภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ ยื่นคําร้องเสนอข้อพิพาท หรือวันที่สิ้นสุดการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเนื่องจากการไกล่เกลี่ยไม่เป็น ผลสําเร็จ แล้วแต่กรณี หากผู้ร้องไม่แจ้งรายชื่อภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ร้องไม่ประสงค์จะดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อไปและสํานักงานจะยุติการดําเนินการ สําหรับคําร้องเสนอข้อนั้นพิพาทเว้นแต่สํานักงานเห็นว่ามีเหตุจําเป็นและสมควร

(2) เมื่อสํานักงานจัดส่งรายชื่ออนุญาโตตุลาการที่ผู้ร้องเลือกไว้สามชื่อให้แก่ ผู้ถูกร้องแล้ว ให้ผู้ถูกร้องเลือกอนุญาโตตุลาการหนึ่งคนจากรายชื่อทั้งสาม และแจ้งต่อสํานักงาน ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้ถูกร้องได้รับรายชื่อนั้น หากผู้ถูกร้องไม่แจ้งรายชื่ออนุญาโตตุลาการที่ คนเลือกไว้หนึ่งรายชื่อภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ถูกร้องประสงค์จะตั้งอนุญาโตตุลาการ ตามรายชื่อลําดับที่หนึ่งที่ผู้ร้องเลือกไว้

(3) ในกรณีที่ผู้ถูกร้องประสงค์จะคัดค้านรายชื่อทั้งสามที่ผู้ร้องเลือกไว้เนื่องจาก มีเหตุอันควรสงสัยถึงความเป็นอิสระหรือความเป็นกลางของอนุญาโตตุลาการนั้น ให้ยื่นหนังสือ คัดค้านการตั้งอนุญาโตตุลาการพร้อมด้วยเหตุผลของการคัดค้าน ตามแบบ อญ 6 ท้ายประกาศนี้ ต่อสํานักงานภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้ถูกร้องได้รับรายชื่อนั้น หากสํานักงานเห็นว่าการคัดค้าน ดังกล่าวมีเหตุที่อาจกล่าวอ้างเพื่อคัดค้านอนุญาโตตุลาการได้ ให้ดําเนินการตาม (1) และ (2) โดยอนุโลม จนกว่าจะไม่สามารถเลือกอนุญาโตตุลาการจากรายชื่ออนุญาโตตุลาการของสํานักงานได้

(4) หากคู่กรณีไม่สามารถเลือกอนุญาโตตุลาการจากทะเบียนรายชื่อ อนุญาโตตุลาการของสํานักงานได้ หรือไม่สามารถเลือกอนุญาโตตุลาการให้แล้วเสร็จภายใน หกสิบวันนับแต่วันที่สํานักงานได้รับคําร้องเสนอข้อพิพาทที่ครบถ้วนตามเงื่อนไขการรับข้อพิพาท หรือวันที่สิ้นสุดการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเนื่องจากการไกล่เกลี่ยไม่เป็นผลสําเร็จ ให้ถือว่าคู่กรณี ไม่ประสงค์จะดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อไป และสํานักงานจะยุติการดําเนินการ สําหรับคําร้องเสนอข้อพิพาทนั้น เว้นแต่สํานักงานเห็นว่ามีเหตุจําเป็นและสมควร

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่มีผู้ร้องร่วมกันยื่นคําร้องเสนอข้อพิพาทตามข้อ 7 และมีการ เรียกร้องค่าเสียหายรวมกันเกินกว่าหนึ่งล้านบาท ผู้ร้องอาจแสดงความประสงค์ขอให้มี อนุญาโตตุลาการจํานวนสามคนได้ โดยให้แสดงความประสงค์เช่นนั้นมาในคําร้องเสนอข้อพิพาทและผู้ถูกร้องอาจแสดงเจตนาว่าตกลงจะมีอนุญาโตตุลาการจํานวนสามคนหรือไม่ มาในคําคัดค้าน ตามข้อ 9 หากคู่กรณีตกลงจะมีอนุญาโตตุลาการจํานวนสามคน ให้มีการเลือกอนุญาโตตุลาการ จากทะเบียนรายชื่ออนุญาโตตุลาการของสํานักงานด้วยวิธีดังต่อไปนี้

(1) ให้ผู้ร้องเลือกอนุญาโตตุลาการหนึ่งคนโดยแจ้งรายชื่อให้สํานักงานทราบ เป็นหนังสือภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สิ้นสุดระยะเวลาการยื่นคําคัดค้านของผู้ถูกร้องหรือวันที่ สิ้นสุดการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเนื่องจากการไกล่เกลี่ยไม่เป็นผลสําเร็จ แล้วแต่กรณี หากผู้ร้อง ไม่แจ้งรายชื่ออนุญาโตตุลาการภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ร้องไม่ประสงค์จะดําเนิน กระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อไปและสํานักงานจะยุติการดําเนินการสําหรับคําร้องเสนอ ข้อพิพาทนั้น เว้นแต่สํานักงานเห็นว่ามีเหตุจําเป็นและสมควร

(2) ให้ผู้ถูกร้องเลือกอนุญาโตตุลาการหนึ่งคนโดยแจ้งรายชื่อให้สํานักงานทราบ เป็นหนังสือภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สิ้นสุดระยะเวลาการยื่นคําคัดค้านหรือวันที่สิ้นสุดการไกล่เกลี่ย ข้อพิพาทเนื่องจากการไกล่เกลี่ยไม่เป็นผลสําเร็จ หากผู้ถูกร้องไม่แจ้งรายชื่ออนุญาโตตุลาการ ภายในกําหนดเวลาดังกล่าว สํานักงานจะเป็นผู้เลือกอนุญาโตตุลาการให้ผู้ถูกร้องแทน

(3) ให้อนุญาโตตุลาการที่ได้รับเลือกตาม (1) และ (2) ร่วมกันเลือกอนุญาโตตุลาการ อีกหนึ่งคนเพื่อทําหน้าที่เป็นประธานอนุญาโตตุลาการ

หากผู้ถูกร้องปฏิเสธการมีอนุญาโตตุลาการจํานวนสามคน หรือผู้ถูกร้องไม่แสดง เจตนาว่าตกลงจะมีอนุญาโตตุลาการสามคนหรือไม่ภายในกําหนดเวลา ให้ถือว่าผู้ถูกร้องประสงค์ จะมีอนุญาโตตุลาการจํานวนหนึ่งคน และให้ผู้ร้องเลือกรายชื่ออนุญาโตตุลาการ โดยเรียงลําดับ ความพอใจสามลําดับ และแจ้งรายชื่อดังกล่าวให้สํานักงานทราบเป็นหนังสือภายในสิบห้าวันนับแต่ วันที่สํานักงานแจ้งให้ผู้ร้องทราบถึงการปฏิเสธหรือการไม่แสดงเจตนาของผู้ถูกร้อง หากผู้ร้อง ไม่แจ้งรายชื่อภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ร้องไม่ประสงค์จะดําเนินกระบวนการ อนุญาโตตุลาการต่อไป และสํานักงานจะยุติการดําเนินการสําหรับคําร้องเสนอข้อพิพาทนั้น เว้นแต่สํานักงานเห็นว่ามีเหตุจําเป็นและสมควร ทั้งนี้ให้นําความในข้อ 13 (2) (3) และ (4) มาใช้ บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่อมีการเลือกอนุญาโตตุลาการตามข้อ 13 หรือข้อ 14 แล้ว ให้คู่กรณี ตั้งอนุญาโตตุลาการตามแบบ อญ 5 หรือแบบ อญ 5-1 ท้ายประกาศนี้ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ อนุญาโตตุลาการที่ได้รับการแต่งตั้งต้องเปิดเผยให้คู่กรณีทราบถึง ข้อเท็จจริงที่อาจเป็นเหตุให้สงสัยในความเป็นอิสระและความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่เป็น อนุญาโตตุลาการ (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ หากปรากฏข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุอันควรสงสัยในความเป็นอิสระหรือ ความเป็นกลางของอนุญาโตตุลาการรายใด คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นหนังสือคัดค้านการตั้ง อนุญาโตตุลาการรายนั้นพร้อมด้วยเหตุผลของการคัดค้าน ตามแบบ อญ.6 ท้ายประกาศนี้ ต่อสํานักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุนั้น ทั้งนี้ ต้องกระทําก่อนวันที่ อนุญาโตตุลาการสั่งปิดการพิจารณาข้อพิพาท

หากสํานักงานเห็นชอบกับการคัดค้าน ให้ดําเนินการเลือกอนุญาโตตุลาการ โดยนําความในข้อ 13 หรือข้อ 14 มาใช้บังคับโดยอนุโลม กรณีการคัดค้านไม่เป็นผลให้ดําเนิน กระบวนพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ การที่อนุญาโตตุลาการถูกคัดค้าน หรืออนุญาโตตุลาการขอถอนตัว มิได้หมายถึงการยอมรับถึงความถูกต้องแห่งเหตุคัดค้าน

กระบวนพิจารณาอนุญาโตตุลาการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ กระบวนพิจารณาอนุญาโตตุลาการให้กําหนดเป็นภาษาไทย และไม่ว่า การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการจะได้ดําเนินไปแล้วเพียงใด หากอนุญาโตตุลาการเห็นสมควร อนุญาโตตุลาการอาจไกล่เกลี่ยข้อพิพาทนั้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การสืบพยานจะต้องดําเนินกระบวนพิจารณาโดยเปิดเผย เว้นแต่คู่กรณี จะตกลงกันเป็นอย่างอื่น และให้เป็นไปตามวิธีการต่อไปนี้

(1) ให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายยื่นเสนอพยานเอกสารต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนข้ออ้างของตน ต่ออนุญาโตตุลาการในวันนัดพิจารณาครั้งแรก ในกรณีที่อนุญาโตตุลาการเห็นสมควร อนุญาโตตุลาการอาจสั่งให้คู่กรณีส่งเอกสารใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเพิ่มเติมก็ได้

(2) ในการสืบพยานบุคคล ให้อนุญาโตตุลาการบันทึกคําพยานโดยย่อเพื่ออ่าน และให้พยานลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานและรวบรวมไว้ในสํานวน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ หากอนุญาโตตุลาการเห็นว่าจําเป็นและสมควร อาจขอความเห็นเกี่ยวกับ ข้อพิพาทจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรืออาจขอความเห็นชอบจากคู่กรณีให้มีผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ ความเห็นที่เกี่ยวข้องในข้อพิพาทได้ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญต้องมีความเป็นอิสระ และไม่มีส่วนได้เสีย กับคู่กรณีอันอาจทําให้ไม่สามารถให้ความเห็นได้อย่างเป็นกลาง และยุติธรรม

ให้อนุญาโตตุลาการเป็นผู้กําหนดค่าตอบแทนผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินคนละ ห้าหมื่นบาทต่อข้อพิพาท และค่าตอบแทนดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ในการดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการตามข้อ 32

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ถ้าผู้ร้องไม่มาตามกําหนดนัดพิจารณานัดแรก และมิได้แจ้งเหตุขัดข้อง เป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มพิจารณา อนุญาโตตุลาการอาจสั่งจําหน่ายคําร้องเสนอข้อพิพาทเสีย หรือหากอนุญาโตตุลาการเห็นสมควร อาจดําเนินกระบวนพิจารณาไปแต่ฝ่ายเดียว

ในกรณีที่คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาตามกําหนดนัดพิจารณานัดอื่นใดที่มิใช่ กําหนดนัดพิจารณานัดแรก และมิได้ยื่นคําร้องขอเลื่อนกระบวนพิจารณาหรือมิได้แจ้งเหตุขัดข้อง เป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มพิจารณา หากอนุญาโตตุลาการเห็นสมควรก็ให้ดําเนินกระบวน พิจารณาไปแต่ฝ่ายเดียว

กรณีผู้ถูกร้องขอเลื่อนกําหนดนัดพิจารณาและอนุญาโตตุลาการเห็นสมควร ให้เลื่อนกระบวนพิจารณาได้แต่ไม่เกินสองนัด โดยอนุญาโตตุลาการอาจคิดค่าใช้จ่ายจากผู้ถูกร้อง ตามความเป็นจริง (ถ้ามี) เพื่อจ่ายให้กับผู้ร้องก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ถ้าคู่กรณีไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดมาเสนอต่ออนุญาโตตุลาการอีก ให้อนุญาโตตุลาการสั่งปิดการพิจารณา

คําชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การทําคําชี้ขาดต้องให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ตั้ง อนุญาโตตุลาการ เว้นแต่มีเหตุจําเป็นและสมควรให้เป็นดุลยพินิจของอนุญาโตตุลาการที่จะ ขยายระยะเวลาออกไปได้อีกแต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ตั้งอนุญาโตตุลาการ เว้นแต่คู่กรณีจะตกลงขยายระยะเวลาเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในกรณีที่เป็นข้อพิพาทที่มีอนุญาโตตุลาการสามคนเป็นผู้ชี้ขาดข้อพิพาท ให้อนุญาโตตุลาการมีคะแนนเสียงคนละหนึ่งเสียง และการทําคําชี้ขาดให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก

ในกรณีที่ไม่สามารถทําคําชี้ขาดเนื่องจากไม่อาจหาเสียงข้างมากได้ อนุญาโตตุลาการ อาจมีคําสั่งยุติการดําเนินกระบวนการทั้งปวงและสั่งจําหน่ายคําร้องเสนอข้อพิพาทนั้นโดยไม่รับ ค่าป่วยการ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ คําชี้ขาดจะต้องทําตามแบบ อญ.7 ท้ายประกาศนี้ โดยสํานักงานจะ ส่งสําเนาคําชี้ขาดไปยังคู่กรณีภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่อนุญาโตตุลาการมีคําชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ สํานักงานอาจเปิดเผยคําชี้ขาดต่อสาธารณชนโดยไม่เปิดเผยชื่อจริง ของคู่กรณี เว้นแต่คู่กรณียินยอม

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อความในคําชี้ขาด คู่กรณีฝ่ายนั้นอาจยื่นคําร้องต่ออนุญาโตตุลาการเพื่อให้อนุญาโตตุลาการตีความข้อความดังกล่าว โดยยื่นผ่านสํานักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คู่กรณีฝ่ายนั้นได้รับสําเนาคําชี้ขาด ทั้งนี้ ให้ถือว่า การตีความเป็นส่วนหนึ่งของคําชี้ขาดดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในกรณีที่อนุญาโตตุลาการมิได้ชี้ขาดในประเด็นที่เป็นสาระสําคัญใด คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นคําร้องต่ออนุญาโตตุลาการเพื่อให้อนุญาโตตุลาการทําคําชี้ขาดเพิ่มเติม ในประเด็นนั้น โดยยื่นผ่านสํานักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คู่กรณีฝ่ายนั้นได้รับสําเนาคําชี้ขาด

ในกรณีที่อนุญาโตตุลาการเห็นว่าประเด็นนั้นเป็นสาระสําคัญและยังมิได้ชี้ขาดไว้ ให้ทําคําชี้ขาดในประเด็นนั้นให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคําร้อง

หากอนุญาโตตุลาการเห็นว่าการทําคําชี้ขาดเพิ่มเติมนั้นไม่อาจกระทําได้ นอกจากจะต้องรับฟังข้อเท็จจริงนั้นเพิ่มเติม อนุญาโตตุลาการอาจสั่งให้คู่กรณีนําพยานหลักฐาน มาสืบได้ ทั้งนี้ อนุญาโตตุลาการจะต้องทําคําชี้ขาดเพิ่มเติมดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคําร้อง เว้นแต่มีเหตุจําเป็นให้เป็นดุลยพินิจของอนุญาโตตุลาการที่จะขยายเวลา ออกไปได้อีกตามสมควร ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับคําร้อง

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้อนุญาโตตุลาการส่งมอบสํานวนความและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้สํานักงานจัดเก็บ

ค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ และค่าใช้จ่ายอื่น

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการให้คิดในอัตราร้อยละสองของค่าเสียหาย ที่เรียกร้อง ทั้งนี้ ต้องไม่ต่ํากว่าห้าพันบาท โดยอนุญาโตตุลาการจะกําหนดผู้มีหน้าที่ในการชําระ ค่าป่วยการดังกล่าว

ในกรณีการร่วมกันยื่นคําร้องเสนอข้อพิพาทตามข้อ 7 ให้คิดค่าป่วยการ อนุญาโตตุลาการตามอัตราในวรรคหนึ่งจากค่าเสียหายที่เรียกร้องรวมกันทั้งหมด แต่ค่าป่วยการ ดังกล่าวไม่เกินหนึ่งแสนบาทต่อข้อพิพาท และในกรณีที่มีการตั้งอนุญาโตตุลาการสามคน ให้คิด ค่าป่วยการตามอัตราดังกล่าว และอนุญาโตตุลาการแต่ละรายจะได้รับค่าป่วยการไม่เกินหนึ่งแสนบาท ต่อข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ อนุญาโตตุลาการที่ได้รับการแต่งตั้งจากคู่กรณีให้เป็นผู้ชี้ขาดข้อพิพาท มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนจากสํานักงานในการพิจารณาข้อพิพาทครั้งละ 2,000 บาท แต่ทั้งนี้ต้อง ไม่เกิน 20,000 บาท ในแต่ละข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ให้คู่กรณี รับภาระฝ่ายละกึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งนี้ สํานักงานจะรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วน ของผู้ร้องตามที่สํานักงานเห็นสมควร

เพื่อประโยชน์ในการคํานวณค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่ง สํานักงานจะถือว่ากระบวนการ อนุญาโตตุลาการเริ่มตั้งแต่วันแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ให้คู่กรณีแต่ละฝ่ายวางเงินประกันค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการตาม อัตราที่กําหนดไว้ในข้อ 30 ภายในวันแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการ หากคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมิได้ วางเงินประกันค่าป่วยการตามที่กําหนด ให้ถือว่าคู่กรณีไม่ประสงค์จะดําเนินกระบวนการ อนุญาโตตุลาการต่อไป เว้นแต่คู่กรณีดังกล่าวจะได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานให้ขยาย ระยะเวลาหากมีเหตุผลจําเป็นและสมควร

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ในกรณีที่มีการยุติกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ไม่ว่ากรณีใด หากอนุญาโตตุลาการมีคําสั่งให้คู่กรณีฝ่ายใดเป็นผู้มีหน้าที่ชําระค่าป่วยการ สํานักงานจะคืน เงินประกันค่าป่วยการ โดยไม่มีดอกเบี้ยให้แก่คู่กรณีที่วางเงินประกันไว้เกิน ภายในเจ็ดวันนับแต่ วันที่อนุญาโตตุลาการมีคําสั่งเช่นว่านั้น

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544

(นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล)

เลขาธิการ

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

34 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ อน. 25/2544 เรื่อง กระบวนการอนุญาโตตุลาการ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_faea75e660de0e84

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com