法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการเงิน พ.ศ. ๒๕๖๔

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
99
มาตรา อารัมภบท

ว่าด้วยการเงิน

พ.ศ. ๒๕๖๔

โดยที่เป็นการสมควรมีระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการเงิน

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๑/๘ (๖) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธี

พิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธี

พิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๐ ก.บ.ศป. จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการเงิน พ.ศ. ๒๕๖๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานศาลปกครอง

“สํานักงานศาล” หมายความว่า สํานักงานศาลปกครองในภูมิภาคต่าง ๆ

“หน่วยงานในสังกัด” หมายความว่า หน่วยงานในสํานักงานระดับสํานักหรือเทียบเท่าและ

สํานักงานศาล

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง

“หัวหน้าการเงินและบัญชี” หมายความว่า ผู้อํานวยการกลุ่มที่ปฏิบัติงานการเงินและบัญชี

ของสํานักงานหรือสํานักงานศาล หรือข้าราชการฝ่ายศาลปกครองซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่

ในลักษณะเดียวกัน

“เจ้าหน้าที่การเงิน” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน หรือเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับ

มอบหมายหรือแต่งตั้งตามระเบียบนี้ให้ปฏิบัติงานด้านการเงิน และให้หมายความรวมถึงเจ้าหน้าที่

ผู้ปฏิบัติงานด้านบัญชีในกรณีที่มีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ไม่อาจจัดให้มีเจ้าหน้าที่การเงินหรือผู้ซึ่งได้รับ

มอบหมายแทนด้วย

“ผู้ปฏิบัติงาน” หมายความว่า ข้าราชการศาลปกครอง พนักงานราชการ และลูกจ้างสํานักงาน

“คลัง” หมายความว่า คลังจังหวัด และให้หมายความรวมถึงบัญชีเงินฝากของกระทรวงการคลัง

ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

“สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน” หมายความรวมถึง สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคด้วย

“งบประมาณ” หมายความว่า งบประมาณตามระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการงบประมาณ

“หลักฐานการจ่ายเงิน” หมายความว่า หลักฐานซึ่งแสดงว่าได้มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับหรือ

เจ้าหนี้ตามข้อผูกพันโดยถูกต้องแล้ว ได้แก่ ใบเสร็จรับเงิน ใบสําคัญรับเงิน ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน

บิลเงินสด หลักฐานของธนาคารแสดงการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ หรือหลักฐานการนําเงินเข้าบัญชีเงินฝาก

ของผู้รับที่ธนาคารและให้รวมถึงใบนําส่งเงินต่อคลังด้วย และหลักฐานอื่น ๆ ที่ ก.บ.ศป. กําหนดให้ใช้

เป็นหลักฐานการจ่ายเงิน

“ใบสําคัญรับเงิน” หมายความว่า หลักฐานการจ่ายเงิน กรณีผู้ปฏิบัติงานได้จ่ายเงินไป และ

ผู้รับเงินไม่มีใบเสร็จรับเงินให้

“ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน” หมายความว่า หลักฐานการจ่ายเงิน กรณีที่ผู้ปฏิบัติงาน

ได้จ่ายเงินไป หรือได้รับใบเสร็จรับเงินซึ่งมีรายการไม่ครบถ้วนตามข้อ ๔๓ หรือซึ่งตามลักษณะไม่อาจ

เรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงินได้

“บิลเงินสด” หมายความว่า หลักฐานการจ่ายเงินของผู้ปฏิบัติงานที่ผู้ขายเป็นผู้ออกให้

“ใบสําคัญคู่จ่าย” หมายความว่า หลักฐานการจ่ายเงินที่เป็นใบเสร็จรับเงิน หลักฐาน

ของธนาคารแสดงการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ หรือหลักฐานการนําเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้รับที่ธนาคาร

และให้รวมถึงใบนําส่งเงินต่อคลังด้วย

“เงินสดย่อย” หมายความว่า เงินสดที่มีไว้ประจําสํานักงานและสํานักงานศาล เพื่อใช้จ่าย

เป็นเงินยืมหรือเป็นค่าใช้จ่ายอื่นของสํานักงานและสํานักงานศาล

“เงินยืม” หมายความว่า เงินที่สํานักงานหรือสํานักงานศาล แล้วแต่กรณี จ่ายให้แก่

ผู้ปฏิบัติงานยืมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการหรือการปฏิบัติราชการอื่นใด ทั้งนี้ ไม่ว่า

จะจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายหรือเงินนอกงบประมาณ

“เงินรายได้แผ่นดิน” หมายความว่า เงินทั้งปวงที่สํานักงานหรือสํานักงานศาลจัดเก็บหรือ

รับไว้เป็นกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือจากนิติกรรมหรือนิติเหตุ และกฎหมาย

ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐบัญญัติไม่ให้นําไปใช้จ่ายหรือหักไว้เพื่อการใด ๆ

“ระบบอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ระบบการรับและจ่ายเงินของสํานักงานศาลปกครอง

ด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบเทคโนโลยีอื่นที่ ก.บ.ศป. กําหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคําสั่งอื่นใดในส่วนที่มีกําหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ หลักเกณฑ์ วิธีการ และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเงินที่มิได้กําหนดไว้ในระเบียบนี้หรือ

ในประกาศ คําสั่ง หลักเกณฑ์ และวิธีการของ ก.บ.ศป. ที่ออกเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บ

รักษาเงิน และการนําเงินส่งคลัง โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เลขาธิการมีอํานาจกําหนดแบบพิมพ์ เอกสาร สมุดบัญชี ที่ใช้ในการเบิกเงิน

การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนําเงินส่งคลัง ตลอดจนวิธีใช้แบบพิมพ์ดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ประธานกรรมการบริหารศาลปกครองเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ ก.บ.ศป. มีอํานาจออกประกาศ คําสั่ง หลักเกณฑ์และวิธีการ เพื่อประโยชน์

ในการปฏิบัติงานตามระเบียบนี้ รวมทั้งมีอํานาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีหรือพระราชบัญญัติงบประมาณ

รายจ่ายเพิ่มเติมใช้บังคับแล้ว ให้สํานักงานจัดทําแผนการเบิกจ่ายเงินประจําปี เพื่อเบิกเงินกับ

กรมบัญชีกลาง และให้ฝากเงินดังกล่าวไว้กับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือธนาคารที่กองทุนเพื่อ

การฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่ง สําหรับเงินงบประมาณหนึ่งบัญชี และ

เงินนอกงบประมาณหนึ่งบัญชี

ดอกเบี้ยซึ่งเกิดจากเงินฝากธนาคารตามวรรคหนึ่ง ให้นําส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินอย่างช้า

ไม่เกินสามวันทําการ นับจากวันที่ธนาคารแจ้งหรือบันทึกแสดงยอดดอกเบี้ยในสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร

ให้แล้ว

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การรับเงินทุกรายการให้รับผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และจะต้องออกใบเสร็จรับเงิน

ให้ผู้ชําระเงินไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง ไม่ว่าจะได้รับการร้องขอหรือไม่

ในกรณีที่มีเหตุขัดข้องหรือมีความจําเป็นซึ่งไม่สามารถดําเนินการได้ตามวรรคหนึ่ง ให้รับเป็น

เงินสดหรือเช็คหรือเอกสารแทนตัวเงินอื่นที่สํานักงานกําหนด พร้อมทั้งออกใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐาน

ทุกรายการ ดังนี้

(๑) กรณีรับเป็นเช็ค ให้นําฝากธนาคารภายในวันเดียวกัน หรืออย่างช้าภายในวันทําการถัดไป

(๒) กรณีรับเป็นเงินสด ให้เก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัยของสํานักบริหารการเงินและต้นทุนหรือ

สํานักงานศาล แล้วแต่กรณี โดยไม่สามารถนําไปใช้จ่ายเพื่อการใดได้ และให้นําฝากเข้าบัญชีธนาคาร

อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง แต่ถ้าเงินที่เก็บรักษาไว้ในวันใดยอดรวมเกินหนึ่งหมื่นบาท ให้นําฝาก

เข้าบัญชีธนาคารโดยด่วน หรืออย่างช้าภายในวันทําการถัดไป

หากวันใดที่มีการนําเช็คตาม (๑) ฝากเข้าบัญชีธนาคาร ให้นําเงินสดตาม (๒) ฝากเข้าบัญชี

ธนาคารด้วย แม้ยอดเงินที่เก็บรักษาไว้ยังไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทก็ตาม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในการจัดเก็บหรือรับชําระเงินให้สํานักงานและสํานักงานศาลซึ่งมีหน้าที่จัดเก็บหรือ

รับชําระเงินนั้นออกใบเสร็จรับเงิน หรือพิมพ์รายงานซึ่งเป็นหลักฐานการรับชําระเงินจากระบบ

อิเล็กทรอนิกส์ตามที่เลขาธิการกําหนด เว้นแต่เป็นการรับชําระเงินค่าธรรมเนียม ค่าบริการหรือการรับ

เงินอื่นใดที่มีเอกสารของทางราชการระบุจํานวนเงินที่รับชําระอันมีลักษณะเช่นเดียวกับใบเสร็จรับเงิน

โดยเอกสารดังกล่าวจะต้องมีการควบคุมจํานวนที่รับจ่ายทํานองเดียวกันกับใบเสร็จรับเงิน หรือเป็น

การรับเงินตามคําขอเบิกเงินจากคลังหรือเป็นการได้รับดอกเบี้ยจากบัญชีเงินฝากธนาคารของสํานักงานและ

สํานักงานศาล

ในกรณีที่มีความจําเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ไปจัดเก็บหรือรับชําระเงินนอกที่ตั้งสํานักงานปกติ

ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การรับเงินทุกรายการจะต้องบันทึกเงินที่ได้รับในระบบอิเล็กทรอนิกส์ไว้ในบัญชีเงินสด

หรือบัญชีเงินฝากธนาคารภายในวันที่ที่ได้รับเงินนั้น โดยแสดงให้ทราบว่าได้รับเงินตามเอกสารหลักฐาน

ใดบ้าง

ในกรณีที่มีการรับเงินภายหลังกําหนดเวลาปิดบัญชีสําหรับวันนั้นแล้ว ให้บันทึกการรับเงิน

ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ในวันทําการถัดไป

กําหนดเวลาปิดบัญชีให้เป็นไปตามที่เลขาธิการกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การออกใบเสร็จรับเงินให้ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่กรณีที่มีความจําเป็น

ไม่สามารถออกโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินที่ออกด้วยมือได้

ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินเล่มเดียวกันรับเงินทุกประเภท เว้นแต่เงินประเภทใดที่มีการรับชําระ

เป็นประจําและมีจํานวนมากราย จะแยกใบเสร็จรับเงินเล่มหนึ่งสําหรับการรับชําระเงินประเภทนั้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ใบเสร็จรับเงินให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการกําหนด และให้มีสําเนาเย็บติดไว้กับ

เล่มอย่างน้อยหนึ่งฉบับ

ใบเสร็จรับเงินที่ออกด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้เป็นไปตามที่เลขาธิการกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ใบเสร็จรับเงิน ห้าม ขูด ลบ แก้ไข เพิ่มเติมจํานวนเงินหรือผู้ชําระเงิน

หากใบเสร็จรับเงินฉบับใดลงรายการผิดพลาด ให้ขีดฆ่าและยกเลิกใบเสร็จรับเงินนั้นทั้งฉบับ

แล้วออกฉบับใหม่

การยกเลิกใบเสร็จรับเงินตามวรรคสอง ให้เขียนหรือประทับคําว่า “ยกเลิก” ด้วยหมึกสีแดง

ไว้ในใบเสร็จรับเงินนั้นและให้คงใบเสร็จรับเงินฉบับที่ยกเลิกติดไว้กับสําเนาเพื่อการตรวจสอบ

ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่า มีการลงรายการรับเงินผิดพลาดซึ่งมิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลง

จํานวนเงิน หรือตัวผู้ชําระเงิน ให้ผู้รับเงินแก้ไขโดยขีดฆ่าและลงลายมือชื่อกํากับไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ใบเสร็จรับเงินให้พิมพ์หมายเลขกํากับเล่มที่ และเลขที่เรียงกันไปทุกฉบับ

กรณีใบเสร็จรับเงินที่จัดพิมพ์จากระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งไม่สามารถพิมพ์หมายเลขกํากับเล่มได้

ให้พิมพ์หมายเลขกํากับเล่มเป็นปีงบประมาณแทน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้สํานักงานและสํานักงานศาลจัดทําทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงินไว้เพื่อให้ทราบและ

ตรวจสอบได้ว่า ได้จัดพิมพ์ขึ้นจํานวนเท่าใด ได้จ่ายใบเสร็จรับเงินเล่มใด หมายเลขใดถึงหมายเลขใด

ให้เจ้าหน้าที่ผู้ใดไปดําเนินการจัดเก็บเงินเมื่อวันเดือนปีใด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การจ่ายใบเสร็จรับเงินให้หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ไปจัดเก็บเงิน ให้พิจารณาจ่าย

ในจํานวนที่เหมาะสมแก่ลักษณะงานที่ปฏิบัติ และให้มีหลักฐานการรับส่งใบเสร็จรับเงินนั้นไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ใบเสร็จรับเงินเล่มที่ใด เลขที่ใดถึงเลขที่ใด เมื่อหมดความจําเป็นต้องใช้ให้เจ้าหน้าที่

ที่รับใบเสร็จรับเงินนั้นไปส่งคืนให้สํานักงานหรือสํานักงานศาล แล้วแต่กรณี ที่จ่ายใบเสร็จรับเงินนั้น

โดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เมื่อสิ้นปีงบประมาณให้หัวหน้าการเงินและบัญชีซึ่งรับใบเสร็จรับเงินไปดําเนินการ

จัดเก็บเงิน รายงานให้ผู้อํานวยการสํานักบริหารการเงินและต้นทุนหรือผู้อํานวยการสํานักงานศาล

แล้วแต่กรณี ทราบว่า มีใบเสร็จรับเงินอยู่ในความรับผิดชอบเล่มใด หมายเลขใดถึงหมายเลขใด และ

ได้ใช้ใบเสร็จรับเงินไปแล้วเล่มใด หมายเลขใดถึงหมายเลขใด อย่างช้าไม่เกินวันที่ ๓๑ ตุลาคม

ของปีงบประมาณถัดไป

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ใบเสร็จรับเงินเล่มใด ใช้สําหรับรับเงินของปีงบประมาณใด ให้ใช้รับเงินภายใน

ปีงบประมาณนั้นเท่านั้น เมื่อขึ้นปีงบประมาณใหม่ ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินเล่มใหม่ ใบเสร็จรับเงินฉบับใด

ยังไม่ได้ใช้ ให้คงติดไว้กับเล่ม แต่ให้ปรุ เจาะรู หรือประทับตราเลิกใช้ เพื่อให้เป็นที่สังเกตมิให้นํามาใช้

รับเงินได้อีกต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อสิ้นเวลารับจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่จัดเก็บหรือรับชําระเงิน นําเงินสดหรือ

เช็คหรือเอกสารแทนตัวเงินอื่นที่ได้รับ พร้อมกับสําเนาใบเสร็จรับเงินและเอกสารอื่นที่จัดเก็บในวันนั้น

ทั้งหมดส่งต่อเจ้าหน้าที่การเงินของสํานักงานหรือสํานักงานศาลนั้น แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ก่อนสิ้นวันทําการให้ผู้อํานวยการสํานักบริหารการเงินและต้นทุนหรือผู้อํานวยการ

สํานักงานศาลหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย แล้วแต่กรณี ตรวจสอบจํานวนเงินที่สํานักงานหรือสํานักงานศาล

ได้รับและจํานวนเงินที่นําส่งคลังที่ฝากธนาคารหรือที่คงเหลือเป็นเงินสดกับหลักฐานและรายการ

ที่บันทึกไว้ในบัญชีเงินสดหรือบัญชีเงินฝากธนาคารว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ หากปรากฏว่าถูกต้องแล้ว

ให้ผู้ตรวจแสดงยอดรวมเงินรับทั้งสิ้นตามใบเสร็จรับเงินทุกฉบับที่ได้รับในวันนั้นไว้ในสําเนาใบเสร็จรับเงิน

ฉบับสุดท้ายและลงลายมือชื่อกํากับไว้ด้วย

เมื่อได้ตรวจสอบความถูกต้องตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ผู้ตรวจแสดงยอดรวมเงินรับ

ตามใบเสร็จรับเงิน ทุกฉบับและ/หรือรายงานซึ่งเป็นหลักฐานการรับชําระเงินจากระบบอิเล็กทรอนิกส์

ที่ได้รับในวันนั้น ทุกฉบับไว้ในสําเนาใบเสร็จรับเงินหรือรายงานซึ่งเป็นหลักฐานการรับชําระเงินจากระบบ

อิเล็กทรอนิกส์ฉบับสุดท้ายและลงลายมือชื่อกํากับไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้สํานักงานและสํานักงานศาลเก็บรักษาสําเนาใบเสร็จรับเงินซึ่งสํานักงาน

การตรวจเงินแผ่นดินยังมิได้ตรวจสอบไว้ในที่ปลอดภัย อย่าให้สูญหายหรือเสียหายได้ และ

เมื่อได้ตรวจสอบแล้วให้เก็บไว้อย่างเอกสารธรรมดาได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้สํานักงานและสํานักงานศาลดําเนินการเกี่ยวกับสําเนาใบเสร็จรับเงินที่ไม่เกี่ยวกับคดี

และสําเนาใบเสร็จรับเงินที่เกี่ยวกับคดีซึ่งไม่ได้รวมไว้ในสํานวนคดี ตามข้อ ๒๔ ส่วนสําเนา

ใบเสร็จรับเงินที่รวมไว้ในสํานวนคดีให้ถือปฏิบัติตามระเบียบศาลปกครองว่าด้วยการปลดทําลายสํานวนคดี

และสํานวนบังคับคดี

ส่วน ๑ การขออนุมัติและการอนุมัติให้จ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การจ่ายเงินให้จ่ายได้เฉพาะตามที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมติคณะรัฐมนตรี

กําหนดไว้ และผู้มีอํานาจอนุมัติจ่ายเงินอนุมัติให้จ่ายเงินได้

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้ผู้มีอํานาจอนุมัติตามข้อ ๓๓ สั่งอนุมัติการจ่ายเงิน พร้อมกับลงลายมือชื่ออนุมัติ

ในหลักฐานการขอเบิกเงิน

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ก่อนเริ่มต้นใช้เงินงบประมาณประจําปี ให้หน่วยงานในสังกัดจัดทําทะเบียน

คุมเงินงบประมาณ เพื่อควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณ ในวงเงินที่หน่วยงานได้รับอนุมัติจัดสรร

ตามแผนการใช้จ่ายเงินประจําปี

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การเบิกเงินตามแผนการใช้จ่ายเงินประจําปี ให้ดําเนินการให้เสร็จสิ้นในปีงบประมาณนั้น

เมื่อสิ้นปีงบประมาณ หากไม่สามารถเบิกงบประมาณ และไม่ได้รับอนุมัติให้กันเงินไว้เบิก

ข้ามปีงบประมาณ ให้สํานักงานรวบรวมเงินงบประมาณเหลือจ่ายส่งเป็นเงินรายรับของสํานักงาน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การขอเบิกเงินทุกกรณีให้ระบุวัตถุประสงค์ที่จะนําเงินนั้นไปจ่ายและห้ามมิให้

ขอเบิกเงินจนกว่าจะถึงกําหนด หรือใกล้จะถึงกําหนดจ่ายเงิน

เงินที่ขอเบิกเพื่อการใด ให้นําไปจ่ายเฉพาะเพื่อการนั้นเท่านั้น จะนําไปจ่ายเพื่อการอื่นไม่ได้

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในปีงบประมาณใด ให้เบิกเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจําปีนั้น

ไปจ่าย ในกรณีมีเหตุจําเป็น ไม่สามารถเบิกจากเงินงบประมาณรายจ่ายของปีนั้นได้ทัน ให้นําเสนอ

เลขาธิการพร้อมชี้แจงเหตุผลความจําเป็นเพื่อพิจารณาอนุมัติการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของ

ปีงบประมาณถัดไปได้ แต่ค่าใช้จ่ายนั้นจะต้องไม่เป็นการก่อหนี้ผูกพันเกินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับ

อนุมัติ และรายงานให้ ก.บ.ศป. เพื่อทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ค่าใช้จ่ายตามประเภทที่เลขาธิการกําหนด ซึ่งมีลักษณะเป็นค่าใช้จ่ายประจํา หรือ

ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้ถือว่าค่าใช้จ่ายนั้นเกิดขึ้นเมื่อสํานักงานหรือสํานักงานศาลได้รับแจ้งให้ชําระหนี้ และ

ให้นํามาเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจําปีที่ได้รับแจ้งให้ชําระหนี้

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ให้เลขาธิการมีอํานาจอนุมัติจ่ายเงินตามระเบียบนี้ ซึ่งได้รับอนุมัติให้ดําเนินการ

ตามแผนการใช้จ่ายเงินประจําปีตามระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการงบประมาณ ทั้งนี้ เลขาธิการ

อาจมอบอํานาจให้ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองดําเนินการแทนได้ โดยความเห็นชอบของ ก.บ.ศป.

ในกรณีค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ เมื่อได้มีการอนุมัติให้ดําเนินการในครั้งแรกแล้ว ให้ขออนุมัติ

จ่ายเงินได้ โดยไม่ต้องขออนุมัติให้ดําเนินการในแต่ละครั้งอีก

(๑) ค่าใช้จ่ายประเภทสาธารณูปโภค เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ําประปา ค่าโทรศัพท์

(๒) ค่าเช่า ค่าใช้บริการ ค่าบัตรโดยสารเครื่องบินที่บริษัทการบินเรียกเก็บ

(๓) ค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน ค่าอากรเช็ค และค่าธรรมเนียมอื่นที่ธนาคารผู้รับฝากเงิน

เรียกเก็บ

(๔) ประโยชน์ตอบแทนอื่นที่สํานักงานต้องจ่ายตามปกติเป็นรายเดือน

(๕) ค่าเบี้ยประชุม

(๖) ค่าใช้จ่ายอื่นนอกจาก (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) ตามที่เลขาธิการเสนอ

โดยความเห็นชอบของ ก.บ.ศป.

ค่าใช้จ่ายประเภทเงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง ค่าจ้าง และประโยชน์ตอบแทนอื่นตามสิทธิ

ที่สํานักงานต้องจ่ายตามปกติเป็นรายเดือน ให้เบิกจ่ายได้ โดยไม่ต้องขออนุมัติดําเนินการหรือขออนุมัติ

เบิกจ่าย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การจ่ายเงินจะต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินไว้เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงินทุกรายการ จะต้องมีการบันทึกการจ่ายเงินไว้ในบัญชีเงินสด

หรือบัญชีเงินฝากธนาคาร แล้วแต่กรณี ในวันที่จ่ายเงินนั้น

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ห้ามมิให้ผู้มีหน้าที่จ่ายเงินเรียกหลักฐานการจ่ายเงินหรือให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อ

รับเงินในหลักฐานการจ่ายเงิน โดยที่ยังมิได้มีการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การจ่ายเงินทุกรายการต้องมีการบันทึกการจ่ายเงินไว้ในบัญชีเงินสดหรือบัญชี

เงินฝากธนาคาร และให้ผู้อํานวยการสํานักบริหารการเงินและต้นทุนหรือผู้อํานวยการสํานักงานศาลหรือ

ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วแต่กรณี ตรวจสอบการจ่ายเงินกับหลักฐานการจ่ายเงิน

ทุกสิ้นวัน

ส่วน ๒ วิธีปฏิบัติในการจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การจ่ายเงินให้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือจ่ายโดยการสั่งให้ธนาคารโอนเงิน

จากบัญชีเงินฝากของสํานักงานหรือสํานักงานศาล แล้วแต่กรณี เข้าบัญชีของเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิหรือ

จ่ายโดยการยินยอมให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินฝากของสํานักงานหรือสํานักงานศาล แล้วแต่กรณี

ให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ยกเว้นในกรณีจ่ายจากเงินสดย่อย

การจ่ายเงินโดยการยินยอมให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินฝากของสํานักงานหรือสํานักงานศาล

ให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ให้กระทําได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจาก

เลขาธิการแล้ว

การจ่ายเงินเป็นเช็คหรือเงินสด ให้กระทําได้เฉพาะในกรณีที่มีเหตุขัดข้องหรือมีความจําเป็น

เร่งด่วน ซึ่งไม่สามารถดําเนินการตามวรรคหนึ่งได้

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ในกรณีที่ต้องจ่ายเงินเป็นเช็ค ตามข้อ ๓๘ วรรคสาม ให้เขียนเช็คสั่งจ่ายและ

สั่งจ่ายเช็ค ดังนี้

(๑) การเขียนเช็คสั่งจ่าย

(ก) การจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามของเจ้าหนี้ ขีดฆ่าคําว่า

“หรือตามคําสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออก และขีดคร่อมด้วย

(ข) ในกรณีสั่งจ่ายเงินด้วยเช็ค เพื่อเบิกเงินสดมาจ่ายให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามเจ้าหน้าที่

ผู้ได้รับมอบหมายและขีดฆ่าคําว่า “หรือตามคําสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออก ห้ามออกเช็คโดยไม่ระบุ

ชื่อผู้รับเงิน ห้ามออกเช็คสั่งจ่ายเงินสด

(ค) การเขียนหรือพิมพ์จํานวนเงินในเช็คที่เป็นตัวเลขและตัวอักษรให้เขียนหรือพิมพ์

ให้ชิดเส้น และชิดคําว่า “บาท” หรือขีดเส้นหน้าจํานวนเงินทั้งตัวเลข และตัวอักษร โดยไม่มีช่องว่าง

ที่จะเขียนหรือพิมพ์จํานวนเงินเพิ่มเติมได้ และให้ขีดเส้นตรงหลังชื่อสกุล ชื่อบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน

จนชิดคําว่า “หรือตามคําสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” แล้วแต่กรณี โดยมิให้มีการเขียนหรือพิมพ์ชื่อบุคคลอื่น

เพิ่มเติมได้อีก

(๒) การสั่งจ่ายเช็คของสํานักงานและสํานักงานศาลทุกครั้ง จะต้องลงลายมือชื่อผู้มีอํานาจ

ลงนามในเช็ค หากมีการระบุรายการในเช็คผิดพลาดให้ยกเลิกเช็ค โดยประทับคําว่า “ยกเลิก”

ด้วยหมึกสีแดงไว้ที่ด้านหน้าเช็คนั้น และให้คงเช็คที่ยกเลิกนั้นไว้กับต้นขั้วเพื่อการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การจ่ายเงินโดยการยินยอมให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินฝากของสํานักงานให้แก่

เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินที่เป็นหน่วยงานของรัฐให้ปฏิบัติ ดังนี้

(๑) ให้เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินแสดงเจตนาขอรับเงินผ่านธนาคารโดยวิธีหักเงินจากบัญชีเงินฝาก

ของสํานักงาน

(๒) ให้สํานักงานยื่นคําขอแสดงความประสงค์ให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินฝากของสํานักงาน

เพื่อชําระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน แล้วสําเนาคู่ฉบับไว้เป็นหลักฐาน จํานวน ๑ ชุด

(๓) เมื่อธนาคารดําเนินการหักเงินชําระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินแล้ว ให้สํานักงาน

จัดพิมพ์รายงานสรุปการนําส่งเงินจากระบบงานทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ

ประเภทอื่นของเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน

(๔) ให้ใช้คําขอตาม (๒) ข้อมูลการนําส่งเงิน และรายงานสรุปการนําส่งเงินเป็นหลักฐาน

การจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ให้บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีอํานาจสั่งจ่ายเงินงบประมาณ

(๑) สํานักงาน ให้เป็นอํานาจของเลขาธิการหรือรองเลขาธิการผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมาย

ลงนามร่วมกับผู้อํานวยการสํานักบริหารการเงินและต้นทุน

(๒) สํานักงานศาล ให้ผู้อํานวยการสํานักงานศาลลงนามร่วมกับผู้อํานวยการกลุ่มบริหารทั่วไป

ส่วน ๓ หลักฐานการจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ การจ่ายเงินของสํานักงานหรือสํานักงานศาลให้ใช้หลักฐานการจ่ายเงินซึ่งแสดงว่า

ได้มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับหรือเจ้าหนี้ตามข้อผูกพันโดยถูกต้องแล้ว ซึ่งผู้รับเงินเป็นผู้ออกให้ หรือรายงาน

การจ่ายเงินจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือเอกสารอื่นใดที่เลขาธิการกําหนดเป็นหลักฐานการจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ หลักฐานการจ่ายเงินที่เป็นใบเสร็จรับเงินซึ่งผู้รับเงินออกให้ อย่างน้อยต้องมีรายการ

ดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อ สถานที่อยู่ หรือที่ทําการของผู้รับเงิน

(๒) วัน เดือน ปีที่รับเงิน

(๓) รายการแสดงการรับเงินระบุว่าเป็นค่าอะไร

(๔) จํานวนเงิน ทั้งตัวเลขและตัวอักษร

(๕) ลายมือชื่อของผู้รับเงิน

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ กรณีผู้ปฏิบัติงานจ่ายเงินไปโดยได้รับใบเสร็จรับเงิน ซึ่งมีรายการไม่ครบถ้วน

ตามข้อ ๔๓ หรือซึ่งตามลักษณะไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงินได้ ให้ผู้ปฏิบัติงานนั้น

ทําใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน หรือใบสําคัญรับเงิน แล้วแต่กรณี เพื่อนํามาเป็นเอกสารประกอบ

การขอเบิกเงินต่อสํานักงานหรือสํานักงานศาล แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่ได้รับใบเสร็จรับเงินแล้วแต่เกิดสูญหาย ให้ใช้สําเนาใบเสร็จรับเงินซึ่งผู้รับเงินรับรอง

เป็นเอกสารประกอบการขอเบิกเงินแทนได้

ในกรณีที่ไม่อาจขอสําเนาใบเสร็จรับเงินตามวรรคสองได้ ให้ผู้ปฏิบัติงานนั้นทําใบรับรอง

แทนใบเสร็จรับเงิน โดยชี้แจงเหตุผล พฤติการณ์ที่สูญหายหรือไม่อาจขอสําเนาใบเสร็จรับเงินได้

และรับรองว่ายังไม่เคยนําใบเสร็จรับเงินนั้นมาเบิกจ่าย แม้พบภายหลังก็จะไม่นํามาเบิกจ่ายอีก

แล้วเสนอเลขาธิการเพื่อพิจารณาอนุมัติ เมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้ใช้ใบรับรองนั้นเป็นหลักฐานประกอบ

การขอเบิกเงินได้

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ กรณีหลักฐานการจ่ายเงินของสํานักงานหรือสํานักงานศาลสูญหาย ให้ถือปฏิบัติ

ตามวิธีการที่เลขาธิการกําหนด

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ให้เจ้าหน้าที่การเงินผู้จ่ายเงินประทับตรา “จ่ายเงินแล้ว” โดยลงลายมือชื่อรับรอง

การจ่าย และระบุชื่อผู้จ่ายเงินด้วยตัวบรรจง พร้อมทั้งลง วัน เดือน ปีที่จ่ายเงินกํากับไว้ในหลักฐาน

การจ่ายเงินทุกฉบับ เพื่อป้องกันการเบิกซ้ํา และเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

ในกรณีที่หลักฐานการจ่ายเงินเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้จ่ายเงินทําใบรับรองการจ่ายเงิน

โดยระบุรายการแสดงการจ่ายเงิน วัน เดือน ปีที่จ่ายเงิน จํานวนเงิน และลงลายมือชื่อ พร้อมทั้ง

แนบใบสําคัญ (ถ้ามี) หรือใบเสร็จรับเงินดังกล่าวไปพร้อมกับใบรับรองเพื่อตรวจสอบด้วย โดยให้มี

คําแปลเป็นภาษาไทยตามรายการในข้อ ๔๓ ไว้ด้วย และให้ผู้ปฏิบัติงานที่ขอเบิกเงินลงลายมือชื่อรับรอง

คําแปลด้วย

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ถ้าผู้ปฏิบัติงานและผู้รับบํานาญที่มีสิทธิรับเงินไม่สามารถมารับเงินด้วยตนเองได้

จะมอบฉันทะให้ผู้อื่นเป็นผู้รับเงินแทนก็ได้ โดยใช้ใบมอบฉันทะตามแบบที่เลขาธิการกําหนด

การจ่ายเงินให้แก่บุคคลนอกจากที่กําหนดในวรรคหนึ่ง หากบุคคลนั้นไม่สามารถมารับเงินได้

ด้วยตนเอง จะทําหนังสือมอบอํานาจให้ผู้อื่นเป็นผู้รับเงินแทนก็ได้ โดยจะต้องมีใบมอบอํานาจ

แนบมาด้วย

การจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ในกรณีที่มีการโอนสิทธิเรียกร้อง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ

ที่เลขาธิการกําหนด

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ การจ่ายเงินรายใดซึ่งตามลักษณะไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงินได้ ให้ผู้จ่ายเงิน

ทําใบสําคัญรับเงิน โดยให้ผู้รับเงินลงชื่อรับเงินในใบสําคัญรับเงินเพื่อเป็นหลักฐานการจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ หลักฐานการจ่ายเงินต้องพิมพ์หรือเขียนด้วยหมึก การแก้ไขหลักฐานการจ่ายเงิน

ให้ใช้วิธีขีดฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่ และให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อกํากับไว้ทุกแห่ง

99 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการเงิน พ.ศ. ๒๕๖๔ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_fc5c23cc67f2618e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com