ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ
ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจลงตราชนิดใช้ได้หลายครั้ง
แก่ผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการ
ด้วยกระทรวงการต่างประเทศพิจารณาเห็นว่า
ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการตรวจลงตราชนิดใช้ได้หลายครั้งแก่ผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการตามหนังสือกระทรวงการต่างประเทศ
ที่ ๒๔๕๖๖/๒๕๐๒ ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๐๒ ได้ใช้มานานแล้ว
และโดยที่ปัจจุบันประเทศไทยได้ทำความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการกับหลายประเทศ
ยังผลให้ผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการของประเทศที่ทำความตกลงดังกล่าวกับประเทศไทยเมื่อไปประจำการในประเทศไทย
ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอรับการตรวจลงตราให้กลับเข้ามา (re-entry visa) นอกจากนี้ ประเทศที่ไม่ได้มีความตกลงดังกล่าวกับประเทศไทย
ได้อำนวยความสะดวกการตรวจลงตราชนิดใช้เดินทางเข้าได้หลายครั้ง (multiple entry visa)
ให้แก่บุคคลในคณะผู้แทนทางทูตและกงสุลของไทย
จึงเห็นสมควรแก้ไขระเบียบดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม ทั้งนี้
ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
และโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง ดังนี้
๑.
กระทรวงการต่างประเทศ
จะพิจารณาตรวจลงตราชนิดให้กลับเข้ามาได้หลายครั้ง (multiple re-entry visa)
แก่บุคคลในคณะผู้แทนทางทูตและกงสุลและเจ้าหน้าที่ขององค์การสหประชาชาติที่ประจำการอยู่ในประเทศไทย
เมื่อได้รับคำร้องขอเป็นทางการ ดังนี้
ก.
หัวหน้าคณะผู้แทนทางทูตและครอบครัว จะตรวจลงตราชนิดให้กลับเข้ามาได้หลายครั้ง โดยให้มีอายุใช้การได้
๑ ปี หรือตลอดเวลาที่ประจำการอยู่ในประเทศไทย ทั้งนี้ ตามหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติ
ข.
ผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีคณะผู้แทนทางทูตและกงสุล (Diplomatic and Consular List) และครอบครัว
จะตรวจลงตราชนิดให้กลับเข้ามาได้หลายครั้งโดยให้มีอายุใช้การได้ ๑ ปี
หรือตามกำหนดระยะเวลาประจำการ ทั้งนี้
ตามหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติ
ค.
ผู้ถือหนังสือเดินทางทูต หนังสือเดินทางราชการ หรือหนังสือเดินทางพิเศษ
ที่มิได้มีชื่ออยู่ในบัญชีคณะผู้แทนทางทูตและกงสุล
จะตรวจลงตราชนิดให้กลับเข้ามาได้หลายครั้ง โดยให้มีอายุใช้การได้ ๖ เดือน
ง.
ผู้ถือหนังสือเดินทางขององค์การสหประชาชาติ (Laissez-Passer)
จะพิจารณาตรวจลงตราชนิดให้กลับเข้ามาได้หลายครั้งภายในระยะเวลาเท่าที่เห็นสมควร
โดยให้มีอายุใช้การได้ ไม่เกิน ๑ ปี
๒. ให้สถานทูตสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ
ใช้ดุลพินิจพิจารณาตรวจลงตราประเภททูตและราชการชนิดใช้เดินทางเข้าได้หลายครั้ง (multiple entry visa) เมื่อได้รับคำร้องขอเป็นทางการ ดังนี้
ก.
ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากประเทศที่สถานทูตสถานกงสุลไทยตั้งอยู่หรือมีเขตอาณาซึ่งจะไปประจำการในคณะผู้แทนทางทูตหรือกงสุลของตนในประเทศไทย
ในกรณีที่ประเทศดังกล่าวให้การตรวจลงตราแก่ผู้แทนทางทูตและกงสุลของไทยที่จะไปประจำการในประเทศนั้น
ชนิดใช้เดินทางเข้าได้หลายครั้ง โดยให้มีอายุใช้การได้ ๓ ปี
หรือไม่เกินวาระประจำการ ให้สถานทูตสถานกงสุลใช้ดุลพินิจพิจารณาตรวจลงตราในลักษณะเดียวกัน
ตามหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติ
นอกจากกรณีดังกล่าวให้ใช้ดุลพินิจพิจารณาตรวจลงตราชนิดใช้เดินทางเข้าได้หลายครั้ง
โดยให้มีอายุใช้การได้ ๖ เดือน
ข.
บุคคลในคณะผู้แทนทางทูตและกงสุลของประเทศต่าง ๆ
ซึ่งประจำการอยู่ในประเทศที่สถานทูตสถานกงสุลไทยตั้งอยู่หรือมีเขตอาณา
ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีคณะผู้แทนทางทูตและกงสุล
และเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย
ให้สถานทูตสถานกงสุลใช้ดุลพินิจพิจารณาตรวจลงตราชนิดใช้เดินทางเข้าได้หลายครั้งตามความจำเป็น
โดยให้มีอายุใช้การได้ไม่เกิน ๖ เดือน
ค.
บุคคลในคณะผู้แทนทางทูตและกงสุลต่างประเทศ
ซึ่งมิได้มีชื่ออยู่ในบัญชีคณะผู้แทนทางทูตและกงสุลตามข้อ ๒ ข.
และเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางทูตกับประเทศไทย
ให้สถานทูตสถานกงสุลใช้ดุลพินิจพิจารณาตรวจลงตราชนิดใช้เดินทางเข้าได้หลายครั้งตามความจำเป็นโดยให้มีอายุใช้การได้ไม่เกิน
๓ เดือน
ง.
เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลของประเทศที่สถานทูตสถานกงสุลไทยตั้งอยู่ซึ่งถือหนังสือเดินทางทูตหรือหนังสือเดินทางราชการ
ให้สถานทูตสถานกงสุลใช้ดุลพินิจพิจารณาตรวจลงตราชนิดใช้เดินทางเข้าได้หลายครั้งตามความจำเป็น
โดยให้มีอายุใช้การได้ไม่เกิน ๖ เดือน
จ.
เจ้าหน้าที่องค์การสหประชาชาติผู้ถือหนังสือเดินทางของสหประชาชาติ (Laissez-Passer) และเป็นบุคคลสัญชาติของประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย
ให้สถานทูตสถานกงสุลใช้ดุลพินิจพิจารณาตรวจลงตราชนิดใช้เดินทางเข้าได้หลายครั้งตามความจำเป็น
โดยให้มีอายุใช้การได้ไม่เกิน ๖ เดือน
ในกรณีที่เป็นบุคคลสัญชาติของประเทศที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย
ให้สถานทูตสถานกงสุลใช้ดุลพินิจพิจารณาตรวจลงตราให้ตามความจำเป็น
โดยให้มีอายุใช้การได้ไม่เกิน ๓ เดือน
ทั้งนี้
ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]
ประกาศ ณ วันที่ ๑๑
สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
กฤษณ์ กาญจนกุญชร
ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
ญาณี/พิมพ์
๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๗
นวพร/สุนันทา/ตรวจ
๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๗
ฐิติพร/ปรับปรุง
๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๙๔ ง/หน้า ๑๐/๒๗ สิงหาคม ๒๕๔๗