ข้อ ๑ การปฏิบัติงานบังคับคดีล้มละลายในสํานวนทวงหนี้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปฏิบัติดังนี้
1.1 เมื่อปรากฏว่าลูกหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้บุคคลใดชําระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สิน หากไม่ปรากฏว่าถูกทวงหนี้ถูกศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือศาลมีคําสั่งรับคําร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ออกหนังสือทวงหนี้โดยเร็ว เพื่อให้บุคคลนั้นชําระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สิน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
หากปรากฏว่าศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์ผู้ถูกทวงหนี้เด็ดขาดหรือมีคําสั่งตั้งผู้ทําแผนใน คดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และยังอยู่ในระยะเวลายื่นคําขอรับชําระหนี้ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หนี้ดังกล่าวไปยื่นคําขอรับชําระหนี้ในคดีนั้นๆ
1.2 กรณีที่ต้องมีการสอบสวน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ออกหมายนัดภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือปฏิเสธหนี้ และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กําหนดวันนัดสอบสวนผู้ถูกทวงหนี้ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องรวม 2 นัด ห่างกันไม่เกิน 15 วันและแจ้งไปด้วยว่า เมื่อถึงกําหนดถ้าผู้ถูกทวงหนี้หรือผู้ที่ เกี่ยวข้องไม่น่าพยานไปให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนตามนัด โดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบ หรือร้องขอเลื่อน ผู้ถูกทวงหนี้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องยินยอมให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดําเนินกระบวน พิจารณาต่อไปได้ โดยถือว่าฝ่ายที่มาไม่มีพยานหรือไม่ติดใจ พยานมาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สอบสวน ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะทําความเห็นต่อไปตามพยานหลักฐานเท่าที่ปรากฏในสํานวน
1.3 การเลื่อนวันนัดทําการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ว่ากรณีใดๆ ให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาเหตุที่ขอเลื่อนโดยเคร่งครัดและให้เลื่อนกรณีจําเป็น แต่ทั้งนี้มิให้ เลื่อนไปเกินกว่า 20 วัน นับแต่วันขอเลื่อน และกําชับว่าในนัดหน้าจะไม่อนุญาตให้เลื่อนอีกไม่ว่าด้วย เหตุใดๆ หากเหตุที่ขอเลื่อน ไม่มีเหตุอันสมควรให้ถือว่าไม่มีพยานหรือไม่ติดใจนําพยานมาให้การ สอบสวน
1.4 เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทําการสอบสวนสํานวนทวงหนี้เสร็จในวันใด ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ทําความเห็นให้เสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันสอบสวนเสร็จ ในกรณีจําเป็นไม่อาจทําความเห็น ให้เสร็จภายในกําหนดดังกล่าวได้ ให้รายงานตามลําดับเพื่อขออนุญาตขยายระยะเวลาต่อผู้อํานวยการกอง ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคหรือผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขา ที่ได้รับมอบหมาย แล้วแต่กรณี
1.5 ความเห็นในกรณีที่ไม่สมควรดําเนินการ ตามมาตรา 118 และมาตรา 119 แห่ง พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 หรือความเห็นในสํานวนทวงหนี้ไม่ว่าจะเป็นการยืนยันหนี้ ลดยอดหนี้ หรือจําหน่ายชื่อผู้ถูกทวงหนี้ ให้เสนออธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายเพื่อพิจารณา สั่งการ หรือเห็นชอบก่อนจึงจะ เเนินการต่อไปได้
1.6 ในกรณีตามข้อ 1.2 ถ้าปรากฏว่าผู้ถูกทวงหนี้มีภูมิลําเนาอยู่ในเขตจังหวัดที่ลูกหนี้รายได้ มีภูมิลําเนา ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางส่งสํานวนให้สํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขานั้น ดําเนินการสอบสวนและทําความเห็น รวมทั้งแจ้งความเห็นที่พิจารณาแล้วให้คู่ความทราบจนเสร็จการ กรณีอื่นนอกจากนี้ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางเป็นผู้ดําเนินการ
เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขา ดําเนินการเสร็จเรียบร้อย แล้ว ให้ ส่งสํานวนทั้งหมดคืนไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางเพื่อดําเนินการต่อไป
1.7 ในกรณีมีการร้องคัดค้านคําสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ การอุทธรณ์ ฎีกา แก้อุทธรณ์ แก้ฎีกา ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางเป็นผู้ดําเนินการในชั้นศาลจนเสร็จการ