法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 449/2549 เรื่อง การปฏิบัติงานบังคับคดีล้มละลายในสำนวนทวงหนี้

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
2
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมบังคับคดี

ที่ 449/2549

เรื่อง การปฏิบัติงานบังคับคดีล้มละลายในสํานวนทวงหนี้

เพื่อให้การปฏิบัติงานบังคับคดีล้มละลายในสํานวนทวงหนี้ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และเป็นแนวทางเดียวกัน จึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ การปฏิบัติงานบังคับคดีล้มละลายในสํานวนทวงหนี้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปฏิบัติดังนี้

1.1 เมื่อปรากฏว่าลูกหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้บุคคลใดชําระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สิน หากไม่ปรากฏว่าถูกทวงหนี้ถูกศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือศาลมีคําสั่งรับคําร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ออกหนังสือทวงหนี้โดยเร็ว เพื่อให้บุคคลนั้นชําระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สิน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

หากปรากฏว่าศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์ผู้ถูกทวงหนี้เด็ดขาดหรือมีคําสั่งตั้งผู้ทําแผนใน คดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และยังอยู่ในระยะเวลายื่นคําขอรับชําระหนี้ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หนี้ดังกล่าวไปยื่นคําขอรับชําระหนี้ในคดีนั้นๆ

1.2 กรณีที่ต้องมีการสอบสวน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ออกหมายนัดภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือปฏิเสธหนี้ และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กําหนดวันนัดสอบสวนผู้ถูกทวงหนี้ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องรวม 2 นัด ห่างกันไม่เกิน 15 วันและแจ้งไปด้วยว่า เมื่อถึงกําหนดถ้าผู้ถูกทวงหนี้หรือผู้ที่ เกี่ยวข้องไม่น่าพยานไปให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนตามนัด โดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบ หรือร้องขอเลื่อน ผู้ถูกทวงหนี้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องยินยอมให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดําเนินกระบวน พิจารณาต่อไปได้ โดยถือว่าฝ่ายที่มาไม่มีพยานหรือไม่ติดใจ พยานมาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สอบสวน ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะทําความเห็นต่อไปตามพยานหลักฐานเท่าที่ปรากฏในสํานวน

1.3 การเลื่อนวันนัดทําการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ว่ากรณีใดๆ ให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาเหตุที่ขอเลื่อนโดยเคร่งครัดและให้เลื่อนกรณีจําเป็น แต่ทั้งนี้มิให้ เลื่อนไปเกินกว่า 20 วัน นับแต่วันขอเลื่อน และกําชับว่าในนัดหน้าจะไม่อนุญาตให้เลื่อนอีกไม่ว่าด้วย เหตุใดๆ หากเหตุที่ขอเลื่อน ไม่มีเหตุอันสมควรให้ถือว่าไม่มีพยานหรือไม่ติดใจนําพยานมาให้การ สอบสวน

1.4 เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทําการสอบสวนสํานวนทวงหนี้เสร็จในวันใด ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ทําความเห็นให้เสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันสอบสวนเสร็จ ในกรณีจําเป็นไม่อาจทําความเห็น ให้เสร็จภายในกําหนดดังกล่าวได้ ให้รายงานตามลําดับเพื่อขออนุญาตขยายระยะเวลาต่อผู้อํานวยการกอง ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคหรือผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขา ที่ได้รับมอบหมาย แล้วแต่กรณี

1.5 ความเห็นในกรณีที่ไม่สมควรดําเนินการ ตามมาตรา 118 และมาตรา 119 แห่ง พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 หรือความเห็นในสํานวนทวงหนี้ไม่ว่าจะเป็นการยืนยันหนี้ ลดยอดหนี้ หรือจําหน่ายชื่อผู้ถูกทวงหนี้ ให้เสนออธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายเพื่อพิจารณา สั่งการ หรือเห็นชอบก่อนจึงจะ เเนินการต่อไปได้

1.6 ในกรณีตามข้อ 1.2 ถ้าปรากฏว่าผู้ถูกทวงหนี้มีภูมิลําเนาอยู่ในเขตจังหวัดที่ลูกหนี้รายได้ มีภูมิลําเนา ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางส่งสํานวนให้สํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขานั้น ดําเนินการสอบสวนและทําความเห็น รวมทั้งแจ้งความเห็นที่พิจารณาแล้วให้คู่ความทราบจนเสร็จการ กรณีอื่นนอกจากนี้ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางเป็นผู้ดําเนินการ

เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขา ดําเนินการเสร็จเรียบร้อย แล้ว ให้ ส่งสํานวนทั้งหมดคืนไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางเพื่อดําเนินการต่อไป

1.7 ในกรณีมีการร้องคัดค้านคําสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ การอุทธรณ์ ฎีกา แก้อุทธรณ์ แก้ฎีกา ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางเป็นผู้ดําเนินการในชั้นศาลจนเสร็จการ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การอุทธรณ์หรือฎีกา หรือไม่อุทธรณ์หรือไม่ฎีกา กําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปฏิบัติ ดังนี้

2.1 รายงานเสนอความเห็นพร้อมสํานวนในการที่จะอุทธรณ์หรือฎีกา หรือไม่อุทธรณ์ หรือไม่ฎีกา ต่ออธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายเพื่อพิจารณาสั่งการหรือเห็นชอบก่อนจึงดําเนินการ ต่อไปได้ CH

2.2 กรณีตามข้อ 2.1 ในส่วนภูมิภาคให้ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัด หรือสาขา เสนอความเห็นพร้อมสํานวนไปให้ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคลังการ แทนอธิบดีกรมบังคับคดี เว้นแต่ความเห็นของผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขากับ ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคแตกต่างกัน ให้ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและ วางทรัพย์ภูมิภาคพิจารณาส่งเรื่องให้อธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายพิจารณาสั่งการต่อไป

กรณีตามวรรคแรก แม้ความเห็นของผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาค กับผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัด หรือสาขาไม่แตกต่างกันก็ตาม หากเป็นคดีสําคัญหรือคดีมี ทุนทรัพย์สูง หรือมีปัญหายุ่งยากซับซ้อนให้รายงานอธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายทราบโดยเร็ว

2.3 การเสนอความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการอุทธรณ์หรือฎีกา หรือไม่ อุทธรณ์หรือไม่ การพิพากษาหรือคําสั่งศาลต่ออธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมาย หรือผู้อํานวยการ สํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคแล้วแต่กรณี ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสนอความเห็นพร้อมกับส่ง สํานวนที่เกี่ยวข้องต่อบุคคลดังกล่าวก่อนที่จะครบกําหนดระยะเวลาในการอุทธรณ์หรือฎีกาไม่น้อยกว่า 15 วัน หากมีเหตุขัดข้องจําเป็นต้องเสนอความเห็นล่าช้ากว่ากําหนดดังกล่าวให้ยื่นคําร้องเพื่อขยาย ระยะเวลาในการอุทธรณ์หรือฎีกาต่อศาลและรายงานเหตุขัดข้องดังกล่าวไปให้อธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับ มอบหมายหรือผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคแล้วแต่กรณีทราบด้วย

อนึ่ง หากคําสั่งหรือบันทึกข้อความใดที่ขัดหรือแย้งกับคําสั่งนี้ ให้ถือปฏิบัติตามคําสั่งนี้

ทั้งนี้ ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 20 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2549

(ลงชื่อ) สิรวัต จันทรัฐ

(นายสิรวัต จันทรัฐ)

อธิบดีกรมบังคับคดี

2 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 449/2549 เรื่อง การปฏิบัติงานบังคับคดีล้มละลายในสำนวนทวงหนี้ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_fd2b487fa2bbf605

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com