法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาเครื่องแบบข้าราชการอัยการและระเบียบการแต่ง พ.ศ. 2524 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

เครื่องแบบข้าราชการอัยการและระเบียบการแต่ง

พ.ศ. ๒๕๒๔

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ เมษายน

พ.ศ. ๒๕๒๔

เป็นปีที่ ๓๖

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเครื่องแบบข้าราชการอัยการและระเบียบการแต่ง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและมาตรา ๑๒

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ

ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาเครื่องแบบข้าราชการอัยการและระเบียบการแต่ง

พ.ศ. ๒๕๒๔”

มาตรา ๒

มาตรา ๒

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ เครื่องแบบข้าราชการอัยการ ให้มี

๒ ชนิด คือ

(๑)

เครื่องแบบปฏิบัติราชการ มี ๒ ประเภท

ก.

เครื่องแบบสีกากีคอพับ

ข.เครื่องแบบสีกากีคอแบะ

(๒)

เครื่องแบบพิธีการ มี ๕ ประเภท

ก.

เครื่องแบบปกติขาว

ข.

เครื่องแบบปกติกากีคอตั้ง

ค.

เครื่องแบบครึ่งยศ

ง.

เครื่องแบบเต็มยศ

จ.

เครื่องแบบสโมสร

มาตรา ๔

มาตรา ๔ เครื่องแบบปฏิบัติราชการ ประกอบด้วย

(๑)

หมวก

ข้าราชการอัยการชาย

ให้ใช้หมวกได้ ๒ แบบ

แบบที่

๑ หมวกทรงหม้อตาลสีกากี กะบังหน้าทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

สายรัดคางหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

มีดุมโลหะทีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีกากี

ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ในบัวกระหนกทำด้วยโลหะสีทอง สูง ๖.๕ เซนติเมตร

แบบที่

๒ หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากี ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทองสูง ๔.๕ เซนติเมตร

ข้าราชการอัยการหญิง

ให้ใช้หมวกได้ ๓ แบบ

แบบที่

๑ อนุโลมตามแบบหมวกของข้าราชการอัยการชาย แบบที่ ๑ แต่เป็นทรงอ่อน

แบบที่

๒ หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากี สายรัดคางสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตรมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ

๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีกากี ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทองสูง ๔.๕ เซนติเมตร

บนหมอนสีกากี

แบบที่

๓ หมวกหนีบสีกากี ด้านหน้ามีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็ก๒ ดุม ติดซ้อนกัน

มีตราครุฑพ่าห์ในบัวกระหนกสูง ๔.๕ เซนติเมตร ติดที่ด้านซ้ายเหนือขอบหมวกห่างจากมุมพับด้านหน้าหมวกประมาณ

๔ เซนติเมตร

การสวมหมวก

ให้สวมในโอกาสอันควร

(๒)

เสื้อ

ข้าราชการอัยการชาย

ให้ใช้เสื้อได้ ๒ แบบ

แบบที่

๑ เสื้อคอพับสีประเภทสีกากีแขนยาวรัดข้อมือ

มีดุมที่ข้อมือข้างละ ๑ ดุม

หรือแขนสั้น

มีกระเป๋าเย็บติดที่หน้าอกเสื้อข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเสื้อมีแถบอยู่ตรงกลางตามทางดิ่ง

กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร

มีใบปกกระเป๋ารูปมนชายกลางแหลมหรือเป็นกระเป๋าเสื้อชนิดไม่มีแถบกลางกระเป๋า

และใบปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มุมกระเป๋าและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม

ที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละ ๑ ดุม สำหรับขัดกับใบปกกระเป๋า ตัวเสื้อผ่าอกตลอด

มีสาบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร

ติดดุมตามแนวอกเสื้อ ๕ ดุม ระยะห่างกันพอสมควรและติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้างที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อยาวตามความยาวของบ่า

เย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ ปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร

ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ

ในโอกาสไปงานพิธี

ให้ใช้เสื้อเชิ้ตแขนยาว ผูกผ้าพันคอสีดำ เงื่อนกลาสี สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง

แบบที่

๒ เสื้อคอแบะปล่อยเอว แบบคอตื้น สีประเภทสีกากีแขนสั้น ตัวเสื้อผ่าอกตลอด

มีดุมที่อกเสื้อ ๔ ดุม มีกระเป๋าเย็บติดภายนอกเป็นกระเป๋าบนและล่างอย่างละ ๒

กระเป๋า กระเป๋าบนมีใบปกมนชายกลางแหลม มีแถบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ตรงกึ่งกลางกระเป๋าทางดิ่งกระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่ามมีใบปกรูปตัด

ที่ฝากระเป๋าทั้งสองกระเป๋าติดดุมข้างละ ๑ ดุม สำหรับขัดกับใบปกกระเป๋า ที่เอวด้านหลังคาดด้วยผ้าสีเดียวกับเสื้อขนาดกว้าง

๕ เซนติเมตร ชายเสื้อที่ตะเข็บกลางหลังเปิดไว้ถึงผ้าคาดเอว ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง

ให้ใช้เสื้อแบบที่

๒ แทนแบบที่ ๑ ในโอกาสอันควร

ดุมที่ใช้กับเสื้อทั้งสองแบบมีลักษณะเป็นรูปกลมแบนทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อ

ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้าย

ข้าราชการอัยการหญิง

ให้ใช้เสื้อได้ ๔ แบบ

แบบที่

๑ อนุโลมตามแบบเสื้อของข้าราชการอัยการชาย แบบที่ ๑

แบบที่

๒ เสื้อคอพับสีประเภทสีกากี สีอ่อนกว่ากระโปรงหรือสีเดียวกับกระโปรง

ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ มีสาบกว้างประมาณ

๒.๕ เซนติเมตร แขนยาวรัดข้อมือขอบปลายแขนกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร

หรือแขนสั้นเหนือข้อศอกเล็กน้อย ตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร

เดินคิ้วด้านหน้าเสื้อต่อจากเส้นบ่า มีตะเข็บผ่ากลางอกยาว ตลอดตัวทั้งสองด้าน

มีดุม ๕ ดุม ด้านหลังจากเส้นต่อบ่าหลังมีตะเข็บผ่านตามตัวเสื้อทั้งสองด้านเช่นเดียวกับด้านหน้า

ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง

ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอปลายมนด้านไหล่กว้าง

๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ

การสวมสอดชายเสื้อไว้ในขอบกระโปรง

แบบที่

๓ เสื้อคอพับปล่อยเอว สีประเภทสีกากี สีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกง

ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบ ด้านหน้ามีคิ้วตามสาบ มีดุม ๔ ดุม แขนยาวหรือแขนสั้นตลบชายกว้างประมาณ

๕ เซนติเมตรมีคิ้วหน้าหลัง เช่นเดียวกับแบบที่ ๒ และมีเส้นแนวตะเข็บเช่นเดียวกับแบบที่

๒ ทั้งหน้าหลังความยาวของเสื้อให้คลุมสะโพกพองาม

ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง

ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ

ปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ

แบบที่

๔ เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีประเภทสีกากี สีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ

ไม่มีสาบ แขนยาวจรดข้อมือ หรือแขนสั้นเหนือศอกเล็กน้อย ตลบชายกว้างประมาณ ๕

เซนติเมตร ด้านหน้าเป็นคิ้วตามสาบ ดุม ๓

ดุม ต่อด้านหน้าและด้านหลังยาวตามตัวติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอแบะทั้งสองข้าง

และมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มีใบปกกระเป๋า

ดุมที่ใช้กับเสื้อแบบที่

๒ แบบที่ ๓ และแบบที่ ๔ เป็นดุมสีน้ำตาลสีเดียวกับสีเสื้อ

การสวมเสื้อแบบที่

๓ และแบบที่ ๔ ให้ปล่อยชายเสื้อทับกระโปรงหรือกางเกงและคาดเข็มขัดตาม (๕) แบบที่ ๒

ทับเอวเสื้อ

ในโอกาสไปงานพิธี

ให้ใช้เสื้อแบบที่ ๑ หรือแบบที่ ๒ โดยใช้เสื้อเชิ้ตแขนยาวผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกลาสี

สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง

ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ให้ประดับแพรแถบครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้าย

(๓)[๑] อินทรธนู

ให้ใช้อินทรธนูอ่อน มีเครื่องหมายชั้นบนอินทรธนู ดังต่อไปนี้

ข้าราชการอัยการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น

๒ ขึ้นไป มีแถบกว้าง ๓ เซนติเมตร ติด

ทางต้นอินทรธนู

๑ แถบ และแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ติดเรียงถัดไปอีก ๑ แถบ แถบบนขมวด

เป็นวงกลม

ขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร เว้นฐานด้านล่างของวงกลมไว้ ๑.๗

เซนติเมตร

ภายในขมวดวงกลมมีรูปพระไพศรพณ์โลหะสีทองประดับทับอยู่บนพื้นอินทรธนู

ฐานของรูปพระไพศรพณ์อยู่เหนือแถบต้น

ข้าราชการอัยการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น

๑ มีแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ๓ แถบ

แถบบนขมวดเป็นวงกลม

ขนาดวัดเส้นผ่านศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร เว้นฐานด้านล่างของ

วงกลมไว้

๑.๗ เซนติเมตร ภายในขมวดวงกลมมีรูปพระไพศรพณ์โลหะสีทองประดับทับอยู่

บนพื้นอินทรธนู

ฐานของรูปพระไพศรพณ์อยู่เหนือแถบที่สอง

(๔)

กางเกง กระโปรง

ข้าราชการอัยการชาย

ให้ใช้กางเกงแบบราชการสีประเภทสีกากี ไม่พับปลายขา ข้าราชการอัยการหญิง

ให้ใช้กางเกงหรือกระโปรงสีประเภทสีกากีได้ ๕ แบบ

แบบที่

๑ กางเกง อนุโลมตามแบบของข้าราชการอัยการชาย

แบบที่

๒ กางเกงขายาว ขาตรง ไม่มีลวดลาย ขอบกางเกงกว้าง ประมาณ ๒.๕ เซนติเมตร

มีหรือไม่มีกระเป๋าก็ได้ มีซิบด้านหน้าหรือด้านข้าง ไม่พับปลายขา

แบบที่

๓ กระโปรงยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย

แบบที่

๔ กระโปรง มีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ ยาวครึ่งเข่าปลายบานเล็กน้อย

แบบที่

๕ กระโปรงกางเกง แบบกางเกงยาวครึ่งเข่า มีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ

มีจีบกระทบด้านหน้าและด้านหลัง

(๕)

เข็มขัด

ข้าราชการอัยการชาย ให้ใช้เข็มขัดทำด้วยด้ายถักสีกากี กว้าง ๓

เซนติเมตรหัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอนปลายมน กว้าง ๓.๕ เซนติเมตรยาว ๕ เซนติเมตร

มีรูปครุฑดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด ไม่มีเข็มสำหรับสอดรู ปลายเข็มขัดหุ้มด้วยโลหะสีทองกว้าง

๑ เซนติเมตร

ข้าราชการอัยการหญิง

ให้ใช้เข็มขัดได้ ๒ แบบ

แบบที่

๑ ใช้คาดทับขอบกระโปรง โดยใช้เข็มขัดอนุโลมตามแบบข้าราชการอัยการชาย

แบบที่

๒ ใช้คาดทับเสื้อ โดยใช้เข็มขัดผ้ามีประเภทสีกากีสีเดียวกับเสื้อกว้าง ๒.๕

เซนติเมตร หัวสี่เหลี่ยมหุ้มผ้า

(๖)

รองเท้า ถุงเท้า

ข้าราชการอัยการชาย

ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียม หนังสีดำหรือสีน้ำตาลไม่มีลวดลาย

ถุงเท้าสีเดียวกับรองเท้า

ข้าราชการอัยการหญิง

ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหรือรัดส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำหรือสีน้ำตาลแบบปิดปลายเท้า

ไม่มีลวดลาย ส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร และจะใช้ถุงเท้ายาวสีเนื้อด้วยก็ได้

(๗)[๒]

เครื่องหมายแสดงสังกัด

ข้าราชการอัยการขาย

ให้มีเครื่องหมายแสดงสังกัดทำด้วยโลหะโปร่งสีทองรูป

พระมหาพิชัยมงกุฎ

ประดิษฐานเหนือพระแว่นสุริยากานต์และตราชูรูปพระขรรค์รองรับด้วยช่อชัยพฤกษ์ไม่มีขอบ

สูง ๒.๔ เซนติเมตร ติดที่คอเสื้อตอนหน้าทั้งสองข้าง

ข้าราชการอัยการหญิง

ให้มีเครื่องหมายแสดงสังกัดเช่นเดียวกับข้าราชการอัยการชาย เสื้อแบบที่ ๑ แบบที่ ๒

และแบบที่ ๓ ติดที่ปกเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง เสื้อแบบที่ ๔

ติดที่ปกคอแบะทั้งสองข้างเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์

(๘)

ป้ายชื่อและตำแหน่ง

ให้มีป้ายชื่อพื้นสีดำ

ขนาดกว้างไม่เกิน ๒.๕ เซนติเมตร ยาว ไม่เกิน๗.๕ เซนติเมตร แสดงชื่อตัว ชื่อสกุล

และชื่อตำแหน่ง ประดับที่อกเสื้อ หรือเหนือกระเป๋าบนขวาของเสื้อคอแบะปล่อยเอว

มาตรา ๕

มาตรา ๕ เครื่องแบบพิธีการ

ก.

เครื่องแบบปกติขาว ประกอบด้วย

(๑)

หมวก

ข้าราชการอัยการชาย

ให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีขาว กะบังหน้าทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

สายรัดคางสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร

มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีขาว

ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทองสูง ๕ เซนติเมตร บนหมอนสักหลาดสีขาว

ข้าราชการอัยการหญิง

ให้ใช้หมวกได้ ๒ แบบ

แบบที่

๑ อนุโลมตามแบบหมวกของข้าราชการอัยการชาย แต่เป็นทรงอ่อน

แบบที่

๒ หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีขาว สายรัดคางสีทอง มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ

๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีขาว ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทองสูง ๔.๕ เซนติเมตร

บนหมอนสักหลาดสีขาว

การสวมหมวก

ให้สวมในโอกาสอันควร

(๒)

เสื้อ

ข้าราชการอัยการชาย

ให้ใช้เสื้อแบบราชการสีขาว ใช้ดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่ ๕ ดุม ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

ข้าราชการอัยการหญิง

ให้ใช้เสื้อนอกคอแบะสีขาว แบบคอแหลมหรือคอป้านแขนยาวถึงข้อมือ มีตะเข็บหลัง ๔

ตะเข็บ ที่แนวสาบอกมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร

๓ ดุม สำหรับแบบเสื้อคอแหลม และ ๕ ดุม สำหรับแบบเสื้อคอป้านมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑

กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มีใบปกกระเป๋า และให้ใช้เสื้อคอพับแขนยาวสีขาว

ผูกผ้าพันคอสีดำเงื่อนกลาสี ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายด้วย

(๓)[๓] อินทรธนู

ให้ใช้อินทรธนูแข็งกว้าง ๔ เซนติเมตร

ยาวตามความยาวของบ่าพื้นกำมะหยี่หรือสักหลาดสีดำ

ติดทับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ

ด้านคอปลายมนติดดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็ก อินทรธนูมีลาย ดังต่อไปนี้

ข้าราชการอัยการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น

๒ ขึ้นไป มีแถบสีทองกว้าง ๕ มิลลิเมตร

เป็นขอบและปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์ยาวตลอดส่วนกลางของอินทรธนู

และมีรูปพระไพศรพณ์โลหะสีทองทับอยู่บนอินทรธนูค่อนมาทางด้านไหล่

ข้าราชการอัยการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น

๑ มีแถบสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร เป็นขอบ และปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์มีดอก ๓ ดอก

เรียงตามส่วนยาวของอินทรธนูไม่เกิน ๓

ใน

๔ ส่วน ของอินทรธนู และมีรูปพระไพศรพณ์โลหะสีทองทับ

(๔)

กางเกง กระโปรง

ข้าราชการอัยการชาย

ให้ใช้กางเกงแบบราชการสีขาว ขายาว ไม่พับปลายขา

ข้าราชการอัยการหญิง

ให้ใช้กระโปรงสีขาว ตีเกล็ดด้านหน้า ๒ เกล็ด และด้านหลัง ๒ เกล็ดยาวปิดเข่า

ปลายบานเล็กน้อย ใช้กับแบบเสื้อคอแหลม หรือกระโปรงสีขาวยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย

ใช้กับแบบเสื้อคอป้าน

(๕)

รองเท้า ถุงเท้า

ข้าราชการอัยการชาย

ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำชนิดผูกถุงเท้าสีดำ

ข้าราชการอัยการหญิง

ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำแบบปิดปลายเท้า ไม่ลวดลาย

ส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร ถุงเท้ายาวสีเนื้อ

(๖)

เครื่องหมายแสดงสังกัด

ข้าราชการอัยการชาย

ให้มีเครื่องหมายแสดงสังกัดเช่นเดียวกับเครื่องหมายแบบปฏิบัติราชการติดที่คอเสื้อตอนหน้าทั้งสองข้าง

ข้าราชการอัยการหญิง

ให้มีเครื่องหมายแสดงสังกัดเช่นเดียวกับข้าราชการอัยการชาย

ติดที่คอแบะของเสื้อตอนบนทั้งสองข้าง เหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ข.

เครื่องแบบปกติกากีคอตั้ง ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว

เว้นแต่สีของหมวก ผ้าพันหมวก หมอนสักหลาด สำหรับปักครุฑพ่าห์ เสื้อและกางเกงหรือกระโปรงเป็นสีประเภทสีกากี

ค.

เครื่องแบบครึ่งยศ ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว

เว้นแต่กางเกงหรือกระโปรงให้ใช้ผ้าสักหลาดหรือเสิร์จสีดำประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ง.

เครื่องแบบเต็มยศ ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศ

สวมสายสะพาย

จ.

เครื่องแบบสโมสร

เครื่องแบบสโมสรสำหรับข้าราชการอัยการชาย

มี ๓ แบบ คือ

(๑)

เครื่องแบบสโมสร ก. ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศ

(๒)

เครื่องแบบสโมสร ข. ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบสโมสร ก. เว้นแต่

เสื้อ

ให้ใช้เสื้อสโมสรสีขาว ทำด้วยผ้าสักหลาดหรือเสิร์จเปิดอก ปาดเอวมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้อมือข้างละ

๓ ดุม ที่ระหว่างอกกับเอวข้างละ ๓ ดุม และที่บรรจบเสื้อมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่ข้างละ

๑ ดุม ดุมคู่นี้มีสายสร้อยสีทองร้อยติดกัน ประกอบด้วยเสื้อกั๊กสีขาว

ดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ ๓ ดุม และเสื้อเชิ้ตสีขาว อกแข็ง ข้อมือแข็ง

คอเชิ้ตชั้นเดียวแบบปีกผีเสื้อผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนหูกระต่าย

เครื่องหมายแสดงสังกัด

ให้ติดที่คอแบะของเสื้อตอนบนทั้งสองข้างเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ในฤดูร้อน

ให้ใช้กางเกงสีขาวแทนกางเกงสีดำได้

(๓)

เครื่องแบบสโมสร ค. ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบสโมสร ข.

เว้นแต่เสื้อเชิ้ตอกแข็งให้ใช้เสื้อเชิ้ตอกอ่อนสีขาว และเสื้อกั๊กให้ใช้แพรแถบสีเดียวกับกางเกงรัดเอวแทน

แพรแถบนี้ส่วนกลางด้านหน้ากว้าง ๑๒ เซนติเมตร ปลายทั้งสองข้างเรียวกว้าง ๑๑

เซนติเมตร ที่ปลายมีขอเกี่ยวติดกันในขณะคาดทางด้านหลัง

สำหรับข้าราชการอัยการหญิง

ให้แต่งตามสมัยนิยม

มาตรา ๖

มาตรา ๖[๔] การแต่งเครื่องแบบตามมาตรา ๔ และมาตรา ๕

ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสำนักงานอัยการสูงสุด และหมายกำหนดการ

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ข้าราชการซึ่งสำเร็จการศึกษาหรือการฝึกอบรมจากสถาบันการศึกษาอบรมของทางราชการหรือที่ราชการรับรอง ให้ติดเครื่องหมายแสดงวิทยฐานะของสถาบันการศึกษาอบรมนั้นตามระเบียบของสถาบันการศึกษาอบรมดังกล่าว

ในกรณีที่ไม่มีระเบียบ

ให้ติดที่กึ่งกลางกระเป๋าบนข้างขวาของเครื่องแบบข้าราชการอัยการได้

ถ้ามีเครื่องหมายแสดงวิทยฐานะดังกล่าวมากกว่าหนึ่งเครื่องหมายให้ติดเพียงเครื่องหมายเดียว

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ข้าราชการอัยการซึ่งได้รับเครื่องหมายแสดงความสามารถพิเศษหรือเครื่องหมายเชิดชูเกียรติของทางราชการฝ่ายทหาร

ฝ่ายตำรวจ หรือฝ่ายผลเรือน ซึ่งมีระเบียบให้ประดับกับเครื่องแต่งตัวหรือเครื่องแบบได้

ให้ใช้เครื่องหมายดังกล่าวประดับกับเครื่องแบบข้าราชการอัยการได้ทุกชนิด

การประดับให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการนั้น

มาตรา ๙

มาตรา ๙[๕] ข้าราชการอัยการนอกประจำการ

ให้ใช้เครื่องแบบเช่นเดียวกับข้าราชการอัยการประจำการ

เว้นแต่เครื่องหมายแสดงสังกัดให้ติดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าข้างซ้ายและเครื่องหมาย

อักษร นก ทำด้วยโลหะโปร่งสีทองไม่มีขอบ สูง ๒ เซนติเมตรที่ปกคอเสื้อด้านหน้าข้างขวา

การจะแต่งเมื่อใด

และโดยเงื่อนไขอย่างใดให้เป็นไปตามข้อบังคับว่าด้วยการแต่งเครื่องแบบข้าราชการนอกประจำการ

ออกตามความในกฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการพลเรือน โดยอนุโลม

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก

ป. ติณสูลานนท์

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ

ุ:-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

พ.ศ. ๒๕๒๑ บัญญัติว่าเครื่องแบบของข้าราชการอัยการและระเบียบการแต่งให้เป็นไปตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

และโดยที่ได้มีการประกาศใช้กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๗๑ (พ.ศ. ๒๕๒๓)

ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

แก้ไขเพิ่มเติมเครื่องแบบข้าราชการพลเรือนบางประการประกอบกับพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

พ.ศ. ๒๕๒๑ ได้ให้สตรีรับราชการเป็นพนักงานอัยการได้

สมควรกำหนดเครื่องแบบข้าราชการอัยการชายและเครื่องแบบข้าราชการอัยการหญิงให้สอดคล้องกับเครื่องแบบข้าราชการพลเรือนดังกล่าวจึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้น

พระราชกฤษฎีกาเครื่องแบบข้าราชการอัยการและระเบียบการแต่ง

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕[๖]

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2534

กำหนดให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี

กระทรวงหรือทบวง สมควรกำหนดเครื่องหมายแสดงสังกัดของข้าราชการอัยการเสียใหม่

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาเครื่องแบบข้าราชการอัยการและระเบียบการแต่ง

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๑[๗]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้

คือ เนื่องจากได้มีการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการกำหนดให้อัยการสูงสุดได้รับเงินเดือนชั้น

๘ และรองอัยการสูงสุดได้รับเงินเดือนชั้น ๗

ประกอบกับการติดเครื่องหมายแสดงสังกัดของข้าราชการอัยการนอกประจำการยังไม่เหมาะสม

สมควรกำหนดเครื่องแบบข้าราชการอัยการให้ครอบคลุมถึงข้าราชการอัยการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น

๗ และชั้น ๘ และกำหนดการติดเครื่องหมายแสดงสังกัดของข้าราชการอัยการนอกประจำการ

เพื่อให้แตกต่างจากข้าราชการอัยการประจำการทำนองเดียวกับกฎสำนักนายกรัฐมนตรี

ฉบับที่ ๘๑ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน

พ.ศ. ๒๔๗๘ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

จำนงค์/จัดทำ/ปรับปรุง

๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

[๑] มาตรา ๔ (๓)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา เครื่องแบบข้าราชการอัยการและระเบียบการแต่ง

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๑

[๒] มาตรา ๔ (๗)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเครื่องแบบข้าราชการอัยการและระเบียบการแต่ง (ฉบับที่

๓) พ.ศ. ๒๕๓๕

[๓] มาตรา ๕ (๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเครื่องแบบข้าราชการอัยการและระเบียบการแต่ง

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕

[๔] มาตรา ๖

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเครื่องแบบข้าราชการอัยการและระเบียบการแต่ง

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕

[๕] มาตรา ๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเครื่องแบบข้าราชการอัยการและระเบียบการแต่ง

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๑

[๖] ราชกิจจานุเบกษา/เล่มที่

๑๐๙/ตอนที่ ๔๐/หน้า ๕๘./๗ เมษายน ๒๕๓๕

[๗] ราชกิจจานุเบกษา/เล่มที่

๑๑๕/ตอนที่ ๓๐ ก/หน้า ๔/๒๕ พฤษภาคม ๒๕๔๑

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาเครื่องแบบข้าราชการอัยการและระเบียบการแต่ง พ.ศ. 2524 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ff64adf4714b9f03

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com