ข้อบังคับ
ข้อบังคับ
ว่าด้วยวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการเงินขององค์การ
พ.ศ. ๒๔๙๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ทั่วไป
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อบังคับ
ข้อบังคับ
ว่าด้วยวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการเงินขององค์การ
พ.ศ. ๒๔๙๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ทั่วไป
ข้อ ๑ องค์การตามข้อบังคับนี้ หมายถึงองค์การค้าหรือส่วนราชการที่ดำเนินกิจการทำนองการค้า หรืออุตสาหกรรม บรรดาที่ใช้ทุนหรือทุนหมุนเวียนของรัฐ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ
ประเภทที่ ๑ ได้แก่องค์การที่ดำเนินกิจการโดยมีบัญชีทุน หรือทุนหมุนเวียนไว้ที่กระทรวงการคลัง
ประเภทที่ ๒ ได้แก่องค์การที่ดำเนินกิจการโดยไม่มีบัญชีทุนหรือทุนหมุนเวียนไว้ที่กระทรวงการคลัง
ข้อ ๒ องค์การใดสมควรจัดเข้าเป็นประเภทใดตามที่กล่าวไว้ในข้อ ๑ ให้กระทรวงเจ้าสังกัดขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง
องค์การประเภทที่ ๑
ข้อ ๓ บรรดาเงินรายรับขององค์การประเภทนี้ ให้นำส่งเข้าบัญชีทุนหรือทุนหมุนเวียนที่กระทรวงการคลัง หรือคลังจังหวัด หรือคลังอำเภอ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ต้องนำส่งอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง แต่ถ้าเงินรายรับเป็นจำนวนเกินกว่า ๓,๐๐๐ บาท ก็ให้นำส่งอย่างช้าภายในวันทำการรุ่งขึ้น โดยไม่ต้องรอจนครบสัปดาห์
ข้อ ๔ องค์การใดประสงค์จะมีเงินหมุนเวียนไว้เพื่อความสะดวกแก่การดำเนินงาน ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง เพื่อกำหนดวงเงิน
เงินหมุนเวียนนี้ สำหรับส่วนกลาง ถ้าประสงค์จะเก็บไว้เป็นเงินสดประจำที่ทำการสำหรับใช้จ่ายเป็นรายย่อย เป็นจำนวนเท่าใด ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง นอกนั้นให้นำฝากเข้าบัญชีขององค์การ ซึ่งจะได้เปิดขึ้น ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย ถ้ามีความจำเป็นต้องฝากธนาคารอื่นใด ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง
สำหรับส่วนภูมิภาค ให้มีเงินสดประจำที่ทำการได้เฉพาะสำหรับใช้จ่ายเป็นรายย่อย ตามจำนวนที่จะได้ตกลงกับกระทรวงการคลัง
ข้อ ๕ การเก็บรักษาเงินสด เช็ค และใบยืม ให้มีกรรมการอย่างน้อย ๓ คน เป็นผู้เก็บรักษาและรับผิดชอบร่วมกัน ส่วนเอกสารตลอดจนใบสำคัญและหลักฐานอื่นใด อันเกี่ยวกับการเงินทั้งสิ้น ให้เก็บไว้ที่ปลอดภัย
ข้อ ๖ ให้หัวหน้าองค์การทำการตรวจสอบรับรองบัญชีเงินทุนหรือทุนหมุนเวียนที่กระทรวงการคลัง บัญชีเงินฝากธนาคารและเงินคงเหลือ ณ ที่ทำการเป็นประจำทุกวัน
ข้อ ๗ การเบิกเงินจากคลัง ให้ปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินจากคลังโดยอนุโลม
ข้อ ๘ การจ่ายเงินขององค์กร ต้องมีใบสำคัญคู่จ่ายไว้เป็นหลักฐาน และจะจ่ายได้เฉพาะเพื่อกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมภายในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์ขององค์การเท่านั้น
ส่วนอำนาจและหน้าที่ในทางการเงินของเจ้าหน้าที่ขององค์การ ให้แต่ละองค์การวางระเบียบขึ้นไว้ด้วยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
ข้อ ๙ การจ่ายเงินขององค์การสำหรับส่วนกลาง โดยปกติให้จ่ายเป็นเช็ค ถ้ามีความจำเป็น จะเบิกเงินจากธนาคารเพื่อจ่ายเป็นเงินสดก็ได้ แต่ในกรณีนี้ให้เก็บรักษาไว้รอการจ่ายได้ไม่เกิน ๓ วันทำการ นับแต่วันเบิกเงินมา (ไม่รวมถึงเงินสดประจำที่ทำการที่กำหนดไว้ตามความในข้อ ๔ วรรค ๒) เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้นำส่งคืนเข้าบัญชีที่ธนาคารของตนทั้งสิ้น และถ้าจ่ายไม่หมดหรือยังไม่ได้จ่ายภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับเงินจากกระทรวงการคลัง ก็ให้ถอนและนำส่งคืนเข้าบัญชีเงินทุนหรือทุนหมุนเวียนที่กระทรวงการคลังอย่างช้าในวันทำการรุ่งขึ้น ยกเว้นองค์การที่กระทรวงการคลังอนุญาตให้มีเงินหมุนเวียนตามความในข้อ ๔ ซึ่งในกรณีนี้ เมื่อยอดเงินในบัญชีที่ธนาคารของตนรวมกับเงินสดประจำที่ทำการเป็นจำนวนเงินเกินกว่าวงเงินหมุนเวียนที่ได้รับอนุญาตเท่าใด ก็ให้ถอนส่วนที่เกินนำส่งคืนเข้าบัญชีเงินทุนหรือทุนหมุนเวียนที่กระทรวงการคลัง อย่างช้าในวันทำการรุ่งขึ้น
การออกเช็คสั่งจ่ายเงิน ต้องมีผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายร่วมกัน ๒ คน
สำหรับส่วนภูมิภาค เงินที่ได้เบิกจากคลังแล้ว ถ้าจ่ายไม่หมด หรือยังไม่ได้จ่ายภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับเงิน ให้ผู้เบิกนำส่งคืนคลังในวันทำการรุ่งขึ้น
ข้อ ๑๐ การกำหนดตำแหน่งและอัตราเงินเดือนเจ้าหน้าที่หรือคนงานขององค์การ ให้อนุโลมปฏิบัติตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน โดยได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง
การบรรจุ การเลื่อนเงินเดือน และการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ซึ่งได้รับความตกลงจากระทรวงการคลัง
ข้อ ๑๑ การจัดหาพัสดุ นอกจากวัตถุดิบหรือสินค้าขององค์การ หรือการจ้างเหมา ให้ใช้ระเบียบการพัสดุ หรือระเบียบการจ้างเหมาของกระทรวงการคลัง ส่วนการจัดซื้อวัตถุดิบหรือสินค้าให้แต่ละองค์การวางระเบียบขึ้นด้วยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
ข้อ ๑๒ การบัญชีให้ปฏิบัติตามแบบบัญชีคู่สากล และให้รายงานผลของกิจการที่กระทำ พร้อมด้วยงบรายรับรายจ่ายและเงินคงเหลือประจำเดือน ส่งกระทรวงการคลังทุกเดือนภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันสิ้นเดือน
ข้อ ๑๓ ให้องค์การมีการตรวจสอบบัญชีการเงิน ตัวเงิน และเช็ค ตลอดจนเอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับการเงินทั้งสิ้นเป็นการภายในเป็นการประจำ
ข้อ ๑๔ การปิดบัญชีให้กระทำปีละครั้ง และโดยปกติให้ถือรอบปีบัญชีตั้งแต่มกราคม ถึง ธันวาคม องค์การใดมีความจำเป็นต้องใช้รอบปีบัญชีเป็นอย่างอื่น ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง
เมื่อปิดบัญชีเสร็จแล้ว ให้ส่งร่างบัญชีงบดุลย์ บัญชีทำการ บัญชีการค้า บัญชีกำไรและขาดทุน พร้อมด้วยรายละเอียดอื่น ๆ ให้กระทรวงการคลังภายในกำหนด ๓ เดือน นับแต่วันสิ้นปีบัญชี
ร่างบัญชีงบดุลย์นั้น เมื่อกระทรวงการคลังเห็นชอบแล้ว จึงให้ส่งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อตรวจสอบและรับรอง แล้วส่งให้กระทรวงการคลัง
ข้อ ๑๕ การจัดสรรกำไรให้กระทำปีละ ๑ ครั้ง และเมื่อกระทรวงการคลังอนุญาตแล้ว ให้นำเงินส่วนที่เป็นรายได้ของรัฐส่งคลังโดยเร็ว
ในการจัดสรรกำไรนั้น องค์การใดประสงค์จะกันเงินไว้เพื่อขยายงานหรือเพื่อกิจการใด ให้ส่งรายละเอียดไปขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง
ข้อ ๑๖ ในกรณีลดทุนหรือเลิกกิจการ ให้นำทุนส่งคืนคลังให้เสร็จสิ้นภายใน ๗ วัน นับแต่วันลดทุน หรือวันที่ได้ชำระบัญชีเลิกกิจการเสร็จแล้ว
องค์การประเภทที่ ๒
ข้อ ๑๗ ให้กระทรวงทบวงกรมเจ้าสังกัดตั้งกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อควบคุมดำเนินงาน มีจำนวนไม่เกิน ๑๑ คน โดยให้มีผู้แทนกระทรวงการคลังเป็นกรรมการร่วมด้วย
ข้อ ๑๘ ให้ทุกองค์การมีข้อบังคับเกี่ยวกับกิจการของตนขึ้นไว้ ข้อบังคับนั้นเมื่อได้รับความตกลงจากกระทรวงการคลังแล้ว จึงเป็นอันใช้ได้
ข้อ ๑๙ เพื่อความสะดวกแก่การดำเนินงาน ให้แต่ละองค์การพิจารณากำหนดวงเงินหมุนเวียนขึ้นไว้ตามแต่จะเห็นสมควร เงินหมุนเวียนนี้จะควรมีไว้เป็นเงินสดประจำที่ทำการสำหรับใช้จ่ายเป็นรายย่อยเท่าใด ก็ให้กำหนดขึ้นไว้ นอกนั้นสำหรับส่วนกลางให้นำฝากธนาคารแห่งประเทศไทยทั้งสิ้น ถ้ามีความจำเป็นต้องฝากธนาคารอื่นใด ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง
สำหรับส่วนภูมิภาค ถ้ามีธนาคาร ก็ให้นำฝากธนาคารได้ด้วยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ถ้าไม่มีธนาคารก็ให้นำฝากคลังจังหวัด หรือคลังอำเภอแล้วแต่กรณี
เงินนอกจากเงินหมุนเวียนนี้ ให้นำฝากคลังตามระเบียบเงินฝากเพื่อถอนคืนของกระทรวงการคลังทั้งสิ้น
ข้อ ๒๐ การเก็บรักษาเงินสด เช็คและใบยืม ตลอดจนเอกสารใบสำคัญและหลักฐานอื่นใด ให้ปฏิบัติตามข้อ ๕
ข้อ ๒๑ ให้ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการขององค์การทำการตรวจสอบรับรองบัญชีเงินฝากคลัง บัญชีเงินฝากธนาคารและเงินคงเหลือ ณ ที่ทำการ เป็นการประจำทุกวัน
ข้อ ๒๒ การจ่ายเงินขององค์การต้องมีใบสำคัญคู่จ่ายไว้เป็นหลักฐานและจะจ่ายได้เฉพาะเพื่อกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมภายในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์ขององค์การเท่านั้น
ข้อ ๒๓ การจ่ายเงินขององค์การที่มีเงินฝากไว้กับธนาคารโดยปกติให้จ่ายเป็นเช็ค ถ้ามีความจำเป็น จะเบิกเงินจากธนาคาร เพื่อจ่ายเป็นเงินสดก็ได้ แต่ในกรณีนี้ให้เก็บรักษาไว้รอการจ่ายได้ไม่เกิน ๓ วันทำการ นับแต่วันเบิกเงินมา เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้ว ให้นำส่งคืนเข้าบัญชีที่ธนาคารทั้งสิ้น ทั้งนี้ ไม่รวมถึงเงินสดประจำที่ทำการ ที่กำหนดขึ้นไว้ตามความในข้อ ๑๙
การออกเช็คสั่งจ่ายเงินต้องมีผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายร่วมกัน ๒ คน
สำหรับส่วนภูมิภาคที่ไม่มีธนาคาร ให้เบิกเงินจากคลังเก็บรักษาไว้รอการจ่ายได้ไม่เกิน ๑๕ วัน นับแต่วันเบิกเงิน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้ว ถ้าจ่ายไม่หมดหรือยังไม่ได้จ่าย ให้นำส่งฝากคลังทั้งสิ้น
ข้อ ๒๔ การกำหนดตำแหน่งและอัตราเงินเดือนเจ้าหน้าที่หรือคนงาน ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ด้วยความเห็นชอบของกระทรวงเจ้าสังกัด ส่วนการบรรจุ การเลื่อนเงินเดือน และการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ขององค์การ ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
ข้อ ๒๕ การจ้างเหมา การจัดหาพัสดุ วัตถุดิบหรือสินค้าขององค์การ ให้แต่ละองค์การวางระเบียบขึ้นด้วยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
ข้อ ๒๖ การบัญชี การตรวจสอบบัญชี การรายงานผลของกิจการ การจัดสรรกำไร หรือการนำทุนส่งคลัง ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑๒ ข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖
ประกาศ ณ วันที่ ๒ เมษายน ๒๔๙๕
ภ. บริภัณฑ์ยุทธกิจ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
พรพิมล/พิมพ์
๒๔ ก.ค ๒๕๔๔
นันทพล/ปรับปรุง
๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๙
ก้องเกียรติ/ผู้จัดทำ
๑๖ กันยายน ๒๕๕๑
ชุติมา/ปรับปรุง
๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา.เล่ม ๖๙/ตอนที่ ๒๕/หน้า ๕๗๗/๑๕ เมษายน ๒๔๙๕
ข้อบังคับว่าด้วยวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการเงินขององค์การ พ.ศ. 2495 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ffc140e0e1202e9f
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com