มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจําตําแหน่ง
ของข้าราชการและผู้ดํารงตําแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๑๕ ผู้ได้รับแต่งตั้งให้รักษาราชการแทนหรือให้รักษาการในตําแหน่งผู้บริหาร
ในสถาบันอุดมศึกษาตามมาตรา ๑ (๑) (๒) และ (๓) ในกรณีที่เป็นตําแหน่งว่างตําแหน่งใด
และปฏิบัติหน้าที่หลักของตําแหน่งดังกล่าว ให้ได้รับเงินประจําตําแหน่งตามบัญชีอัตราเงินประจําตําแหน่ง
ผู้บริหารในมหาวิทยาลัยของรัฐท้ายพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง พ.ศ. ๒๕๓๕
ในอัตราที่กําหนดไว้สําหรับตําแหน่งนั้นนับแต่วันที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ในตําแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง
ให้รักษาราชการแทนหรือให้รักษาการในตําแหน่ง แล้วแต่กรณี เป็นต้นไป จนถึงวันที่พันจากการปฏิบัติหน้าที่
ดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหกเดือน เว้นแต่ในกรณีผู้ได้รับแต่งตั้งให้รักษาราชการแทนหรือให้รักษาการ
ในตําแหน่งอธิการบดีตามมาตรา ๑ (๑) ในระหว่างการดําเนินการสรรหาหรือดําเนินการเพื่อแต่งตั้ง
ผู้ดํารงตําแหน่งอธิการบดีที่มีระยะเวลาเกินหกเดือน ถ้าผู้นั้นได้ปฏิบัติหน้าที่หลักของตําแหน่งดังกล่าว
และมิได้ดํารงตําแหน่งประเภทผู้บริหารตําแหน่งอื่นที่มีสิทธิได้รับเงินประจําตําแหน่งตามพระราชกฤษฎีกานี้
ให้ได้รับเงินประจําตําแหน่งจนถึงวันที่พันจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว”
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรี
หน้า ๓
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๒๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ มีนาคม ๒๕๒๕
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ
แห่งชาติ ที่ ๓@/๒๕๒๐๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ ๕ สิงหาคม
พุทธศักราช ๒๕๒๐๐ กําหนดมิให้นําบทบัญญัติที่เกี่ยวกับระยะเวลาในการรักษาราชการแทนผู้ดํารงตําแหน่ง
อธิการบดีที่บัญญัติอยู่ในกฎหมายจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา มาใช้บังคับกับการรักษาราชการแทนในระหว่าง
การดําเนินการสรรหาหรือดําเนินการเพื่อแต่งตั้งผู้ดํารงตําแหน่งดังกล่าว เพื่อให้การบริหารงานของ
สถาบันอุดมศึกษาของรัฐเกิดความต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ข้างต้น สมควรกําหนดข้อยกเว้นการได้รับเงินประจําตําแหน่งประเภทผู้บริหารของข้าราชการพลเรือน
ในสถาบันอุดมศึกษาและผู้ดํารงตําแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
กรณีผู้รักษาราชการแทนหรือผู้รักษาการในตําแหน่งอธิการบดี ในระหว่างการดําเนินการสรรหาหรือดําเนินการ
เพื่อแต่งตั้งผู้ดํารงตําแหน่งอธิการบดีที่มีระยะเวลาเกินหกเดือน ให้ได้รับเงินประจําตําแหน่งจนกว่าจะพันจาก
การปฏิบัติหน้าที่ จึงจําเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้