法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569

เลขที่
วันที่ประกาศ
8 พฤษภาคม 2569
จำนวนมาตรา
6

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

หน้า ๑

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ พฤษภาคม ๒๕๐๕

พระราชกาหนด

ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน

เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน

และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

พ.ศ. ๒๕๒๐๕

๕ =% ซ ส%= =

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ

ณี 9๑7 9๑7 1 ๓

พระวชรเกลาเจาอยูหว

ให้ไว้ ณ วันทิ ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๐๕

เป็นปีที ๑๑ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าๆฯ ให้ประกาศว่า

โดยทีเป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา

ผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๓๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจึงทรงพระกรุณา

โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกําหนดขึ้นไว้ ดังต่อไปนี่

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกําหนดนีเรียกว่า “พระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน

เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลียนผ่านด้านพลังงาน

ของประเทศ พ.ศ. ๒๕๒๐๕”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชกําหนดนีให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน

ทิมีต่อประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ การรักษาความมันคงในระบบเศรษฐกิจของประเทศ

หน้า ๒

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ พฤษภาคม ๒๕๒๕

ไม่ให้หยุดชะงัก และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศให้มีประสิทธิภาพ รองรับการใช้

เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกให้ทันต่อเหตุการณ์ ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติ

คณะรัฐมนตรีมีอํานาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ หรือออกตราสารหนี้ ในนามรัฐบาล

แห่งราชอาณาจักรไทยมีมูลค่ารวมกันไม่เกิ นสี่แสนล้านบาท โดยต้องลงนามในสั ัญญากู้เงินหรี อออกตราสารหนี้

ภายในวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๐

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้การกู้เงินตามพระราชกําหนดนี้เป็นการกู้เงินตามมาตรา ๕๓ แห่งพระราชบัญญัติ

วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๒๐๑

มาตรา ๕

มาตรา ๕ เงงินกู้ตามพระราชกําหนดนี้จะนําไปใช้เพื่อการอื่นนอกจากการดังต่อไปนี้มิได้

(๑) เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจาก

สถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน

(๒) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่าน

การพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของภาครัฐ

ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชนทั่วไป ให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมทั้งเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชน

และนวัตกรรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

แผนงานหรือโครงการใช้จ่ายเงินกู้เพื่อการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ

ตามบัญชีท้ายพระราชกําหนดนี้

มาตรา ๐

มาตรา ๐ การกู้เงินตามพระราชกําหนดนี้ ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติเท่าที่จําเป็น

โดยคํานึงถึงขีดความสามารถของรัฐในการชําระหนี้คืนประกอบด้วย ในกรณีจําเป็นคณะรัฐมนตรีจะมีมติ

ให้ปรับวงเงินกู้ที่กําหนดไว้ตามบัญชีท้ายพระราชกําหนดนี้เพื่อการตามมาตรา ๕ (๑) หรือ (๒) ก็ได้

แต่เมื่อรวมวงเงินกู้ทั้งหมดต้องไม่เกินสี่แสนล้านบาท

มาตรา ๓

มาตรา ๓ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณากลันกรองและอนุมัติการใช้จ่ายเงินกู้ให้เป็นไป

ตามมาตรา ๕ และมาตรา ๒ ให้มีคณะกรรมการกลันกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ประกอบด้วย

ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง

และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่งตั้งจํานวนไม่เกินสามคนเป็นกรรมการ

ให้ผู้อํานวยการสํานักงานบริหารหนี้สาธารณะเป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้แทนสํานักงาน

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและผู้แทนสํานักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

โดยให้สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะรับผิดชอบงานวิชาการและธุรการของคณะกรรมการกลั่นกรอง

การใช้จ่ายเงินกู้

วาระการดํารงตําแหน่งและการพันจากตําแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไป

ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนด

หน้า ๓

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ พฤษภาคม ๒๕๒๕

การดําเนินการตามแผนงานหรือโครงการตามพระราชกําหนดนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบ

ที่กระทรวงการคลังกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ การดําเนินการดังกล่าว

จะต้องกระทําด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้มีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณากลั่นกรองแผนงานหรือโครงการการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดนี้ก่อนเสนอ

คณะรัฐมนตรีอนุมัติ

(๒) กํากับดูแลการดําเนินงานตามแผนงานหรือโครงการที่ใช้เงินกู้ตามพระราชกําหนดนี้

และรายงานความก้าวหน้าต่อคณะรัฐมนตรีอย่างน้อยทุกสามเดือน

(๓) กําหนดวงเงินสําหรับรายการเงินสํารองจ่ายตามแผนงานหรือโครงการที่กําหนดไว้ในบัญชี

ท้ายพระราชกําหนดนี้ เพื่อจัดเตรียมไว้เป็นค่าใช้จ่ายสําหรับการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการบริหารโครงการ

ตามความจําเป็นและเหมาะสม เพื่อขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี

(๑ เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณามีมติตามมาตรา ๒

(๓ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย

(๒) ปฏิบัติการอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะมีหน้าที่และอํานาจดําเนินการเกี่ยวกับ

การบริหารและจัดการการกู้เงิน การเบิกจ่ายเงินกู้ การบริหารความเสี่ยงหนี้สาธารณะ การติดตาม

และการประเมินผลโครงการ การชําระหนี้ และการอื่นใดที่เกี่ยวกับการกู้เงินตามพระราชกําหนดนี้

และให้นํากฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะมาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม เว้นแต่คําว่าหน่วยงาน

ของรัฐให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ทั้งนี้ นอกจากพระราชกําหนดนี้

จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ ให้กระทรวงการคลังรายงานการกู้เงิน

ตามพระราชกําหนดนี้ที่กระทําในปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้วให้รัฐสภาทราบ โดยรายงานดังกล่าว

อย่างน้อยต้องระบุรายละเอียดของการกู้เงิน วัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินกู้ รวมถึงผลสัมฤทธิ์

และประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับ

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกําหนดนี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อนุทิน ชาญวีรกูล

นายกรัฐมนตรี

บัญชีท้ายพระราชกําหนด

ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน

และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

พ.ศ. ๒๕๒๕

๑. แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน | - กระทรวงการคลัง | ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤต | - หน่วยงานของรัฐ

ด้านพลังงาน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน | ที่คณะรัฐมนตรี

และเกษตรกร และช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถประกอบอาชีพ | มอบหมาย

หรือดําเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

๒. แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน | - กระทรวงการคลัง | ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

การใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิง | - หน่วยงานของรัฐ

การใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและ | ที่คณะรัฐมนตรี

พลังงานทางเลือกของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชนทั่วไป | มอบหมาย

ให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมทั้งเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรม

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

๒.๑ แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการใช้

พลังงานฟอสซิล การใช้เทคโนโลยีเพื่อให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพ

ส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก

ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต

๒.๒ โครงการเพื่อส่งเสริมการใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ลดการใช้พลังงานฟอสซิลทําให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพ หรือส่งเสริม

การใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือก รวมทั้งสนับสนุนการติดตั้ง

สถานีบรรจุไฟฟ้า

๒.๓ แผนงานหรือโครงการเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรม

สําหรับรองรับการปรับโครงสร้างพลังงานและการสร้างเศรษฐกิจใหม่

หน้า ๕

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ พฤษภาคม ๒๕๒๐๕

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกําหนดฉบับนี้ คือ โดยที่สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค

ตะวันออกกลางส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงและเสถียรภาพด้านพลังงานของโลก โดยเฉพาะ

ประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการนําเข้าพลังงานจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง ทําให้ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน

และต้นทุนการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าและบริการ

อันกระทบต่อการบริโภคของประชาชนในภาคครัวเรือน รวมทั้งการจัดหาปัจจัยการผลิตในภาคเกษตร

และภาคอุตสาหกรรม และนําไปสู่ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงเป็นวิกฤตการณ์สําคัญ

ที่รัฐบาลมีความจําเป็นต้องดําเนินมาตรการแก้ไขโดยเร่งด่วนและต่อเนื่อง ทั้งการให้ความช่วยเหลือประชาชน

เกษตรกร และผู้ประกอบการซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ด้านพลังงานดังกล่าว และการสร้างการเปลี่ยนผ่าน

ด้านพลังงานของประเทศให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการรักษาความมันคงในระบบเศรษฐกิจของประเทศ

รัฐบาลจึงมีความจําเป็นต้องกู้เงินจํานวนสี่แสนล้านบาทเพื่อใช้ดําเนินมาตรการดังกล่าว ซึ่งไม่อาจดําเนินการ

ให้ได้มาโดยวิธีการงบประมาณตามปกติ จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจําเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้

เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจําเป็นต้องตราพระราชกําหนดนี้

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/rkj-2026-05-09-00114519

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com