มาตรา ๑๒๐ และมาตรา ๑๕ นักโทษเด็ดขาดดังต่อไปนี่ ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป
(๑) ผู้ต้องโทษจําคุกไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียวหรือหลายคดี ซึงมีโทษจําคุกตามกําหนดโทษ
จ่ 9๑/ 97๑๐7 1 ฆ 1 | ๑ =% =ฆ ๑ 1๑ จ ฆ =% 9๑7 ๐7/ 0๐7
ทิจะต้องได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ
(๒) ผู้มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี่
(ก) เป็นคนพิการโดยตาบอดทังสองข้าง มือหรือเท้าด้วนทั้งสองข้าง หรือเป็นบุคคล
ซึ่งแพทย์ของทางราชการไม่น้อยกว่าสองคนได้ตรวจรับรองเป็นเอกฉันท์ว่าเป็นคนทุพพลภาพมีลักษณะ
๑7 ๕ 97 ๑7
อันเห็นได้ชัด
(ข) เป็นคนเจ็บป่วยด้วยโรคอัมพาต โรคสมองเสือม โรคสมองพิการ โรคจิต
โรคปอดอุดกันเรือรังขันรุนแรง โรคตับวายเรือรัง โรคไตวายเรือรัง โรคมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
< = เข ๕ = ฆ "ง ฆ ๕ ๕ แร ร ๑ ร
(โรคเอดส์) โรคโลหิตจางจากไขกระดูกไม่สร้างเม็ดโลหิต หรือโรคเรือน หรือเป็นคนเจ็บป่วยซึ่งมีภาวะติดเตียง
ฆ จ่จ่ 1 ซฬ= ฆ= ูซ่๐ ๕ 9/ ๑7 1 1 ฆ่ = ๑ ๐ ๑7
หรือมีโรคทิเสียงต่อการเสียชีวิตทีจําเป็นต้องรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ซึงทางราชการได้ทําการรักษา
หน้า ๕
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มิถุนายน ๒๕๒๕
มาแล้วไม่น้อยกว่าสามเดือนในวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ และแพทย์ของทางราชการไม่น้อยกว่าสองคน
ได้ตรวจรับรองเป็นเอกฉันท์ว่าไม่สามารถจะรักษาในเรือนจําให้หายได้ และไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียว
ฆ ฆ 9/ 97๐» ๐ 9/ -๑ 0๐7 จ่ ฆ =๊6 9๑7 ๐/ ๑๐7 | ฆ% 1
หรือหลายคดี ต้องได้รับโทษจําคุกมาแล้วถึงวันทิพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๒
ของโทษตามกําหนดโทษ
(ค) เป็นคนเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (โรคเอดส์)
ระยะสุดท้าย ซึ่งแพทย์ของทางราชการไม่น้อยกว่าสองคนได้ตรวจรับรองเป็นเอกฉันท์ว่าเป็นระยะสุดท้าย
และไม่สามารถจะรักษาในเรือนจําให้หายได้
(ง) เป็นคนเจ็บป่วยซึงมีอายุไม่ตํากว่าหกสิบปีบริบูรณ์ในวันที่พระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ
ตามทีปรากฏในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร หรือทะเบียนรายตัวของเรือนจํา
ในกรณีไม่มีช็ออยู่ในทะเบียนบ้าน ทีจําเป็นต้องรักษาพยาบาลอยู่ในสถานพยาบาลของเรือนจํา
ฆ =ฆ ๐ 1 1 ฆ่ 1 ฆ% 1 < ณฆ ๑7 จ่ ฆ =๊6 9/7 ๐๑/ ๑»
หรือสถานพยาบาลภายนอกเรือนจําอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่าหนึ่งปีในวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ
ซึงแพทย์ของทางราชการไม่น้อยกว่าสองคนได้ตรวจรับรองเป็นเอกฉันท์ว่าไม่สามารถจะรักษาในเรือนจํา
ให้หายได้
(จ) เป็นหญิงซึงต้องโทษจําคุกเป็นครั้งแรก และไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียวหรือหลายคดี
ต้องได้รับโทษจําคุกมาแล้วถึงวันทิีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๒ ของโทษ
ตามกําหนดโทษ
(ฉ) เป็นคนมีอายุไม่ตํากว่าหกสิบปีบริบูรณ์ในวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับตามทีปรากฏ
ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร หรือทะเบียนรายตัวของเรือนจําในกรณีไม่มีชือ
อยู่ในทะเบียนบ้าน และไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียวหรือหลายคดี ซึ่งมีโทษจําคุกตามกําหนดโทษ
จ่ 9/ 97๑๐2» 1 =ฆ ก 1 = ณฆี| ๑7 1๑7 จ่ ฆ =๊6 9/7 ๑7/ ๑»
ทิจะต้องได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกินสามปีนับแต่วันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ
(ช) เป็นผู้ต้องโทษจําคุกเป็นครั้งแรก และมีอายุยังไม่ครบยีสิบปีบริบูรณ์ในวันทิ
ฆ =๊« 9๑7 ๑๐7 ๑7 จ่ '=-. 9๑7 1 9/ ณีฆ
พระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับตามทีปรากฏในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร
ฆ ฆ ๑ ฆ ๐ ฆท เฆข่ 1 ฆ ขบ 1 ฆ = ฆ จฆ
หรือทะเบียนรายตัวของเรือนจําในกรณีไม่มีชื้ออยู่ในทะเบียนบ้าน และไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียว
ฆ ฆ 9/ 97๐» ๐ 9/ -๑ 0๐7 จ่ ฆ =๊6 9๑7 ๐/ ๑๐7 | ฆ% 1
หรือหลายคดี ต้องได้รับโทษจําคุกมาแล้วถึงวันทิพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๒
ของโทษตามกําหนดโทษ หรือ
หน้า ๕
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มิถุนายน ๒๕๒๕
(ช) เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นเยียม และไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียวหรือหลายคดี
ซะ ฆ ๐ ๐ ส่ 9๑7 9๑7๐7 1 ฆ 1 1 ๑ ณส ู๑7 1๑/ ซ่ ฆ จ
ซึงมีโทษจําคุกตามกําหนดโทษทิจะต้องได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกินสองปีนับแต่วันทีพระราชกฤษฎีกานี
ใช้บังคับ