法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569

เลขที่
วันที่ประกาศ
1 มิถุนายน 2569
จำนวนมาตรา
10

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

หน้า ๑

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มิถุนายน ๒๕๒๕

ณส

พระราชกฤษฎกา

พระราชทานอภัยโทษ

พ.ศ. ๒๕๒๐๕

๕ ๓ 0 =- =

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดศรสนทรมหาวชราลงกรณ

ณี 9๑7 9๑7 1 ๓

พระวชรเกลาเจาอยู่หว

ให้ไว้ ณ วันทิ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๐๕

เป็นปีที ๑๑ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยทีทรงพระราชดําริเห็นว่า ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๒๕ นับเป็นอภิลักขิตกาลสําคัญ สมควร

๑7 19/9/ ๑ 6 ฆ่ 1 |, ๑7 = ๕ ฆ ฆ

พระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี

อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๓๕ และมาตรา ๑๓๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

และมาตรา ๒๒๐๑ ทวิ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึงแก้ไขเพิมเติม

โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิมเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที ๓๑) พ.ศ. ๒๕๑

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี่

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานีเรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. ๒๕๒๑”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานีให้ใช้บังคับตังแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

หน้า ๒

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มิถุนายน ๒๕๒๕

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี

“ผู้ต้องกักขัง” หมายความว่า ผู้ต้องโทษกักขังแทนโทษจําคุกหรือผู้ถูกกักขังแทนค่าปรับ

๕< ณฆฒ ๐ = =ฆ ๐ ฆ =% จ่ 1 ฆ ๑7 จ่ ฆ 6 9๑7 ๐/ 0๐7

ซึ่งมีคําพิพากษาหรือคําสังของศาลถึงทีสุดก่อนหรือในวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ

“ผู้ทํางานบริการสังคมหรือทํางานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ” หมายความว่า ผู้ต้องโทษปรับ

ซึ่งศาลมีคําสังอนุญาตให้ทํางานบริการสังคมหรือทํางานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับตามมาตรา ๓๐/๑

1 ู ฆ ๑7 จ่ ฆ =% 9๑7 ๐/ 0๐๑๐7 ท 9๑/ เ= ๑/= ๐ ฆ

แห่งประมวลกฎหมายอาญา ก่อนหรือในวันทิพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ โดยผู้นันได้ปฏิบัติตามคําสังศาล

๕ง 97 ๐ = ฆ่

และมิได้กระทําผิดเงือนไข

ณ 9๑7๐7 1 ๑7 2๒% 1 ๑7 ๕ = ๕ 97๐7 ๑7

ผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ” หมายความว่า นักโทษเด็ดขาดซึงเป็นผู้ได้รับการพักการลงโทษ

ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์หรือกฎหมายว่าด้วยเรือนจําทหาร หรือได้รับการลดวันต้องโทษจําคุก

ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ ซึงมิได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขแห่งการพักการลงโทษ หรือการลดวันต้องโทษจําคุก

1 ฆ ๑7 ส่ ฆ 6 9๑7 ๐/ 0๐7

ก่อนหรือในวันที่พระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ

ซ่ ๕ 3» 1 ข๕= ๑ จ่ ฆ =% 9๑7/ ๑๐/ 0๑7 ๕ ๑7 ๕

นักโทษเด็ดขาด” หมายความว่า ผู้ซึ่งในวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับเป็นนักโทษเด็ดขาด

ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์หรือนักโทษตามกฎหมายว่าด้วยเรือนจําทหาร

“ผู้กระทําความผิดซํา” หมายความว่า นักโทษเด็ดขาดซึงเคยต้องโทษจําคุกและพันโทษแล้ว

กลับมากระทําความผิดอีกภายในห้าปีนับแต่วันทีพันโทษจําคุกคราวก่อน โดยความผิดทั้งสองคราว

1 1 = ส่ ๐ ซฆ =

ไม่ใช่ความผิดทีกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

“กําหนดโทษ” หมายความว่า กําหนดโทษทีศาลได้กําหนดไว้ในคําพิพากษาและระบุไว้

ในหมายแจ้งโทษเมือคดีถึงที่สุด หรือกําหนดโทษตามคําสังทีชอบด้วยกฎหมายให้ลงโทษ หรือกําหนดโทษ

๑7 1 จ่ 9/ 9/ 9๑7๐27 ๑7 ฆ ฆ่

ดังกล่าวทีได้ลดโทษลงแล้วโดยการได้รับพระราชทานอภัยโทษหรือโดยเหตุอิน

“ต้องโทษจําคุกเป็นครั้งแรก” หมายความว่า ต้องโทษเพราะถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจําคุก

1 ฆ = - - ฆ - ๑ท ย” = ข =% ๐ ๑= ซฆ

ไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียวหรือหลายคดี โดยมิได้ถูกศาลพิพากษาให้เพิมโทษฐานกระทําความผิดอีก

ตามมาตรา ๑๒ หรือมาตรา ๕๓ แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือตามกฎหมายอื่น และไม่เป็น

ผู้กระทําความผิดซํา

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ผู้ซึงจะได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกานี ต้องมีตัวอยู่ใน

ความควบคุมของทางราชการ หรือถูกกักขังไว้ในสถานทิหรือทีอาศัยทิศาลหรือทางราชการกําหนด

ในวันที่พระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับติดต่อกันไปจนถึงวันทีศาลออกหมายสังปล่อยหรือลดโทษ

ฆ ฆ ฆฆ๐ ๓% ฆ ฆ่ ๑ ๑๑ จฆ จฉั บข” 197 ๐ = วว

หรือนายกรัฐมนตรีมีคําสังปล่อยหรือลดโทษตามทีบัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกานี เว้นแต่ผู้ทํางานบริการสังคม

หรือทํางานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ และผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ

หน้า ๓

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มิถุนายน ๒๕๒๕

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๒ และมาตรา ๑๕ นักโทษเด็ดขาดซึ่งจะได้รับ

๑7 ฆ จ 1|! ฆ = ๊ ฆ ฆฐ 9๑7 97๑๐7

พระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกานี ไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียวหรือหลายคดี จะต้องได้รับ

โทษจําคุกมาแล้วถึงวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของกําหนดโทษ

ตามคําพิพากษาถึงที่สุดหรือไม่น้อยกว่าแปดปี แล้วแต่ระยะเวลาใดจะเป็นคุณมากกว่า ในกรณี

9 ๐ ฆ 4 ๐ ฆซฆ่= จ่ ๕ =

ต้องโทษจําคุกหลายคดี ให้ถือเอากําหนดโทษในคดีทิมีโทษสูงทิสุดเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา

มาตรา ๒

มาตรา ๒ ผู้ต้องโทษดังต่อไปนี่ ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป

(๑) ผู้ต้องกักขัง

(๒) ผู้ทํางานบริการสังคมหรือทํางานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ

ฆญข๑ ๑/ 0๑7 = ๕ ๑7 ๕ ๑7 เท ข7๑7 ๑/ 0๑/ ๐

กรณีผู้ต้องกักขังตาม (๑) ซึงเป็นนักโทษเด็ดขาด และยังไม่ได้รับโทษกักขังแทนโทษจําคุก

หรือยังไม่ได้ถูกกักขังแทนค่าปรับ ให้ผู้ต้องกักขังนันได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป

ในส่วนของโทษกักขังแทนโทษจําคุกหรือในส่วนของการกักขังแทนค่าปรับ แล้วแต่กรณี

มาตรา ซ ผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษลง ๑ ใน ๓

จากกําหนดโทษทียังเหลืออยู่นับแต่วันทีได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ เว้นแต่ผู้ได้รับการปล่อยตัว

คุมประพฤติเป็นผู้มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๕ ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๒๐

มาตรา ๑๒๐ และมาตรา ๑๕ นักโทษเด็ดขาดดังต่อไปนี่ ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป

(๑) ผู้ต้องโทษจําคุกไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียวหรือหลายคดี ซึงมีโทษจําคุกตามกําหนดโทษ

จ่ 9๑/ 97๑๐7 1 ฆ 1 | ๑ =% =ฆ ๑ 1๑ จ ฆ =% 9๑7 ๐7/ 0๐7

ทิจะต้องได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ

(๒) ผู้มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี่

(ก) เป็นคนพิการโดยตาบอดทังสองข้าง มือหรือเท้าด้วนทั้งสองข้าง หรือเป็นบุคคล

ซึ่งแพทย์ของทางราชการไม่น้อยกว่าสองคนได้ตรวจรับรองเป็นเอกฉันท์ว่าเป็นคนทุพพลภาพมีลักษณะ

๑7 ๕ 97 ๑7

อันเห็นได้ชัด

(ข) เป็นคนเจ็บป่วยด้วยโรคอัมพาต โรคสมองเสือม โรคสมองพิการ โรคจิต

โรคปอดอุดกันเรือรังขันรุนแรง โรคตับวายเรือรัง โรคไตวายเรือรัง โรคมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

< = เข ๕ = ฆ "ง ฆ ๕ ๕ แร ร ๑ ร

(โรคเอดส์) โรคโลหิตจางจากไขกระดูกไม่สร้างเม็ดโลหิต หรือโรคเรือน หรือเป็นคนเจ็บป่วยซึ่งมีภาวะติดเตียง

ฆ จ่จ่ 1 ซฬ= ฆ= ูซ่๐ ๕ 9/ ๑7 1 1 ฆ่ = ๑ ๐ ๑7

หรือมีโรคทิเสียงต่อการเสียชีวิตทีจําเป็นต้องรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ซึงทางราชการได้ทําการรักษา

หน้า ๕

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มิถุนายน ๒๕๒๕

มาแล้วไม่น้อยกว่าสามเดือนในวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ และแพทย์ของทางราชการไม่น้อยกว่าสองคน

ได้ตรวจรับรองเป็นเอกฉันท์ว่าไม่สามารถจะรักษาในเรือนจําให้หายได้ และไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียว

ฆ ฆ 9/ 97๐» ๐ 9/ -๑ 0๐7 จ่ ฆ =๊6 9๑7 ๐/ ๑๐7 | ฆ% 1

หรือหลายคดี ต้องได้รับโทษจําคุกมาแล้วถึงวันทิพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๒

ของโทษตามกําหนดโทษ

(ค) เป็นคนเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (โรคเอดส์)

ระยะสุดท้าย ซึ่งแพทย์ของทางราชการไม่น้อยกว่าสองคนได้ตรวจรับรองเป็นเอกฉันท์ว่าเป็นระยะสุดท้าย

และไม่สามารถจะรักษาในเรือนจําให้หายได้

(ง) เป็นคนเจ็บป่วยซึงมีอายุไม่ตํากว่าหกสิบปีบริบูรณ์ในวันที่พระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ

ตามทีปรากฏในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร หรือทะเบียนรายตัวของเรือนจํา

ในกรณีไม่มีช็ออยู่ในทะเบียนบ้าน ทีจําเป็นต้องรักษาพยาบาลอยู่ในสถานพยาบาลของเรือนจํา

ฆ =ฆ ๐ 1 1 ฆ่ 1 ฆ% 1 < ณฆ ๑7 จ่ ฆ =๊6 9/7 ๐๑/ ๑»

หรือสถานพยาบาลภายนอกเรือนจําอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่าหนึ่งปีในวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ

ซึงแพทย์ของทางราชการไม่น้อยกว่าสองคนได้ตรวจรับรองเป็นเอกฉันท์ว่าไม่สามารถจะรักษาในเรือนจํา

ให้หายได้

(จ) เป็นหญิงซึงต้องโทษจําคุกเป็นครั้งแรก และไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียวหรือหลายคดี

ต้องได้รับโทษจําคุกมาแล้วถึงวันทิีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๒ ของโทษ

ตามกําหนดโทษ

(ฉ) เป็นคนมีอายุไม่ตํากว่าหกสิบปีบริบูรณ์ในวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับตามทีปรากฏ

ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร หรือทะเบียนรายตัวของเรือนจําในกรณีไม่มีชือ

อยู่ในทะเบียนบ้าน และไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียวหรือหลายคดี ซึ่งมีโทษจําคุกตามกําหนดโทษ

จ่ 9/ 97๑๐2» 1 =ฆ ก 1 = ณฆี| ๑7 1๑7 จ่ ฆ =๊6 9/7 ๑7/ ๑»

ทิจะต้องได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกินสามปีนับแต่วันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ

(ช) เป็นผู้ต้องโทษจําคุกเป็นครั้งแรก และมีอายุยังไม่ครบยีสิบปีบริบูรณ์ในวันทิ

ฆ =๊« 9๑7 ๑๐7 ๑7 จ่ '=-. 9๑7 1 9/ ณีฆ

พระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับตามทีปรากฏในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร

ฆ ฆ ๑ ฆ ๐ ฆท เฆข่ 1 ฆ ขบ 1 ฆ = ฆ จฆ

หรือทะเบียนรายตัวของเรือนจําในกรณีไม่มีชื้ออยู่ในทะเบียนบ้าน และไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียว

ฆ ฆ 9/ 97๐» ๐ 9/ -๑ 0๐7 จ่ ฆ =๊6 9๑7 ๐/ ๑๐7 | ฆ% 1

หรือหลายคดี ต้องได้รับโทษจําคุกมาแล้วถึงวันทิพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๒

ของโทษตามกําหนดโทษ หรือ

หน้า ๕

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มิถุนายน ๒๕๒๕

(ช) เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นเยียม และไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียวหรือหลายคดี

ซะ ฆ ๐ ๐ ส่ 9๑7 9๑7๐7 1 ฆ 1 1 ๑ ณส ู๑7 1๑/ ซ่ ฆ จ

ซึงมีโทษจําคุกตามกําหนดโทษทิจะต้องได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกินสองปีนับแต่วันทีพระราชกฤษฎีกานี

ใช้บังคับ

มาตรา ๕

มาตรา ๕« ภายใต้บังคับมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๕ นักโทษเด็ดขาดซึงมิได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไปตามมาตรา ๕

ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษ ดังต่อไปนี่

(๑) ผู้ต้องโทษจําคุกตลอดชีวิต ให้เปลี่ยนเป็นกําหนดโทษจําคุกห้าสิบปีแล้วให้ลดโทษ

ตามลําดับชั้นนักโทษเด็ดขาดตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์หรือกฎหมายว่าด้วยเรือนจําทหาร ดังต่อไปนี่

รล่

ชั้นเยียม ๑ ใน ๕

ม ๑ๆ

ชันดีมาก ๑ ใน ๕

ม ๑ๆ

ชันดี ๑ ใน ๒

โดยให้นับโทษจําคุกนันตังแต่วันทิต้องรับโทษ เว้นแต่กรณีทีจะต้องนับโทษต่อจากคดีอิน ให้นับโทษ

1 ฆฆ่ ม

ต่อจากคดีอินนัน

(๒) ผู้ต้องโทษจําคุกไม่ถึงตลอดชีวิต ให้ลดโทษจากกําหนดโทษตามลําดับชันนักโทษเด็ดขาด

ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์หรือกฎหมายว่าด้วยเรือนจําทหารตาม (๑)

(๓) ผู้ต้องโทษจําคุกเพราะความผิดทิได้กระทําโดยประมาท ไม่ว่าจะมีความผิดอืนร่วมด้วยหรือไม่

ให้ลดโทษจากกําหนดโทษลง ๒ ใน ๓ เฉพาะความผิดทีได้กระทําโดยประมาท

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๒๐

๑7 ๕ ซะ ข ๑/ ๕๑ = ฆ ฆ จ 9๑7๑7

และมาตรา ๑๕ นักโทษเด็ดขาดซึงต้องโทษตามบัญชีลักษณะความผิดท้ายพระราชกฤษฎีกานี ให้ได้รับ

พระราชทานอภัยโทษลดโทษ ดังต่อไปนี่

(๑) ผู้ต้องโทษจําคุกตลอดชีวิต ให้เปลี่ยนเป็นกําหนดโทษจําคุกห้าสิบปีแล้วให้ลดโทษ

ตามลําดับชั้นนักโทษเด็ดขาดตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์หรือกฎหมายว่าด้วยเรือนจําทหาร ดังต่อไปนี่

ม จอ่

ชั้นเยียม ๑ ใน ๕

ม ๑ๆ

ชันดีมาก ๑ ใน ๒

ม ๑ๆ

ชันดี ๑ ใน ซ

โดยให้นับโทษจําคุกนันตังแต่วันทีต้องรับโทษ เว้นแต่กรณีทิจะต้องนับโทษต่อจากคดีอิน ให้นับโทษ

1 ฆฆ่ ม

ต่อจากคดีอินนัน

หน้า ๒

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มิถุนายน ๒๕๒๕

(๒) ผู้ต้องโทษจําคุกไม่ถึงตลอดชีวิต ให้ลดโทษจากกําหนดโทษตามลําดับชันนักโทษเด็ดขาด

ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์หรือกฎหมายว่าด้วยเรือนจําทหารตาม (๑)

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๕

๑7 ๕ ซ=ซ% ข ๐ = = จ่ ๐ | ๑ ฆ = = ๐ ฆ

นักโทษเด็ดขาดซึงต้องโทษตามคําพิพากษาถึงทีสุดให้จําคุกไม่เกินแปดปี ในความผิดฐานผลิต นําเข้า

ฆ 1 ฆ = ๐ 9๑7 ฆ 1 ฆ่ ๐ 1 ฆ ๐ 1 ซฆ ฯฆ

หรือส่งออก หรือผลิต นําเข้า หรือส่งออกเพื่อจําหน่าย หรือจําหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง

เพื่อจําหน่ายตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ กฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทํา

ความผิดเกียวกับยาเสพติด กฎหมายว่าด้วยวัตถุทีออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท หรือความผิดร้ายแรง

เกียวกับยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษจากกําหนดโทษ

ตามลําดับชั้นนักโทษเด็ดขาดตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์หรือกฎหมายว่าด้วยเรือนจําทหาร ดังต่อไปนี่

ป เล่

ชันเยียม ๑ ใน ๒

เว

ชันดีมาก ๑ ใน ๓

เว

ชันดี ๑ ใน ๕

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๒๐ และมาตรา ๑๕ นักโทษเด็ดขาด

ซึ่งต้องโทษตามคําพิพากษาถึงทิสุดให้จําคุกเกินแปดปี หรือจําคุกตลอดชีวิตก่อนหรือในวันทีพระราชกฤษฎีกา

พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. ๒๕๒๕ ใช้บังคับ ในความผิดฐานผลิต นําเข้า หรือส่งออก หรือผลิต

๐ 9๑7 ฆ 1 ฆ่ ๐ 1 ฆ ๐ 1 ฆ ฆ ฆ่ ๐ 1

นําเข้า หรือส่งออกเพื่อจําหน่าย หรือจําหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่ายตามกฎหมาย

ว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ กฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทําความผิดเกียวกับยาเสพติด

กฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิต่อจิตและประสาท หรือความผิดร้ายแรงเกียวกับยาเสพติด

ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษ ดังต่อไปนี่

(๑) ผู้ต้องโทษจําคุกตลอดชีวิต ให้เปลี่ยนเป็นกําหนดโทษจําคุกห้าสิบปีแล้วให้ลดโทษ

ตามลําดับชั้นนักโทษเด็ดขาดตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์หรือกฎหมายว่าด้วยเรือนจําทหาร ดังต่อไปนี่

ม จ่

ชั้นเยียม ๑ ใน ๓

ม ๑ๆ

ชันดีมาก ๑ ใน ๕

ย ๑ๆ

ชันดี ๑ ใน ๕

โดยให้นับโทษจําคุกนันตังแต่วันทีต้องรับโทษ เว้นแต่กรณีทีจะต้องนับโทษต่อจากคดีอืน ให้นับโทษ

1 ฆจข่ มื

ต่อจากคดีอื่นนัน

หน้า ๓

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มิถุนายน ๒๕๒๕

(๒) ผู้ต้องโทษจําคุกไม่ถึงตลอดชีวิต ให้ลดโทษจากกําหนดโทษตามลําดับชันนักโทษเด็ดขาด

ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์หรือกฎหมายว่าด้วยเรือนจําทหารตาม (๑)

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๕ นักโทษเด็ดขาด

ซึงต้องโทษในความผิดตามมาตรา ๑๕ซ ถึงมาตรา ๑๒๒ และมาตรา ๒๐๐ ถึงมาตรา ๒๐๕

แห่งประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิด

ของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดต่อตําแหน่งหน้าทิหรือทุจริตต่อหน้าทิ

ตามกฎหมายอืน ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษ ดังต่อไปนี่

(๑) ผู้ต้องโทษจําคุกตลอดชีวิต ให้เปลี่ยนเป็นกําหนดโทษจําคุกห้าสิบปีแล้วให้ลดโทษ

ตามลําดับชั้นนักโทษเด็ดขาดตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์หรือกฎหมายว่าด้วยเรือนจําทหาร ดังต่อไปนี่

ม จ่

ชั้นเยียม ๑ ใน ๕

ม ๑ๆ

ชันดีมาก ๑ ใน ๕

ม ๑ๆ

ชนด ๑ ใน ๑๐

โดยให้นับโทษจําคุกนันตังแต่วันทีต้องรับโทษ เว้นแต่กรณีทิจะต้องนับโทษต่อจากคดีอิน ให้นับโทษ

1 ฆฆ่ มื

ต่อจากคดีอินนัน

(๒) ผู้ต้องโทษจําคุกไม่ถึงตลอดชีวิต ให้ลดโทษจากกําหนดโทษตามลําดับชั้นนักโทษเด็ดขาด

ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์หรือกฎหมายว่าด้วยเรือนจําทหารตาม (๑)

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๕ นักโทษเด็ดขาด

ซ% ๑=๑ท ”๑๐ ๑7 1 ๑7 ไร ฆ ซ่ (|๕ ๑ จเซ ๓ จ่ ฆ จ

ซึงมิได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว และเป็นคนมีอายุตังแต่เจ็ดสิบปิขึ้นไปในวันทีพระราชกฤษฎีกานี

ใช้บังคับตามทิปรากฏในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร หรือทะเบียนรายตัว

ฆ ๐ ฆทๆ เฆข่ ฆ ย ๑๐ ๑ สเฉิ ฆ

ของเรือนจําในกรณีไม่มีซ็ออยู่ในทะเบียนบ้าน ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษลงเป็นพิเศษอีก ๑ ใน ๕

๐ ฆ่ทๆ ย๑ ๑7 9/ ฆ จ

จากกําหนดโทษทีได้รับการพระราชทานอภัยโทษลดโทษลงแล้วตามพระราชกฤษฎีกานี

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๕ นักโทษเด็ดขาดชั้นเยียม

= ๕ 9๑7 ๐ = 5 ๑7๑7 ๑7 ๐

ซึงเป็นผู้กระทําความผิดซํา ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษจากกําหนดโทษลง ๑ ใน ๕

หน้า ๕

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มิถุนายน ๒๕๒๕

9๑/ ๐/ 0๑7 ๑7 ๕ ๑7 1 จั 1 1 1 9๑7๐7

มาตรา ๑๒๐

มาตรา ๑๒๐ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๕ นักโทษเด็ดขาดดังต่อไปนี่ ไม่อยู่ในข่ายได้รับ

พระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกานี

(๑) นักโทษเด็ดขาดซึ่งมีคําพิพากษาถึงทีสุดให้ลงโทษประหารชีวิตทีเคยได้รับพระราชทาน

อภัยโทษแล้ว และได้รับโทษจําคุกมาแล้วถึงวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับยังไม่เกินสิบห้าปี และมิใช่

๑7 ๕ อ จ่

นักโทษเด็ดขาดชั้นเยียม

(๒) ผู้ต้องโทษตามคําพิพากษาถึงทีสุดให้จําคุกเกินแปดปี หรือจําคุกตลอดชีวิตภายหลังวันที

พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. ๒๕๒๕ ใช้บังคับ ในความผิดฐานผลิต นําเข้า

ฆ 1 ฆ ๊ง ๐ 9๑7 ฆ 1 ฆ่ ๐ 1 ฆ ๐ 1 ฆ ฆ

หรือส่งออก หรือผลิต นําเข้า หรือส่งออกเพื่อจําหน่าย หรือจําหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง

เพื่อจําหน่ายตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ กฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทํา

ความผิดเกียวกับยาเสพติด กฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิต่อจิตและประสาท หรือความผิดร้ายแรง

เกียวกับยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด

(๓) ผู้กระทําความผิดชําและมิใช่นักโทษเด็ดขาดชันเยียม

(@) นักโทษเด็ดขาดชั้นกลาง ชั้นต้องปรับปรุง หรือชันต้องปรับปรุงมาก

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๕

๑7 ๕ = 97๑๐7 [ ข ๕ ๑ 1 ฆ ฆ ๑7 ฆ ๐ 9๑ 1 ๑ 1 = =ฆ ๐ จ่

นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการแต่งตังให้เป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานเรือนจํามาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีในวันทิ

ฆ ซัด ๑7 ๑ 97๑๐7 ๑7 ๕ = ฆ =% ฆ

พระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษลงเป็นพิเศษอีกหนึ่งปี

๑7 ๕ - ฆ= 9๑7๑๐7 ๑7

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ นักโทษเด็ดขาดซึงต้องโทษประหารชีวิต ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษ

๕ ๐ ฆ=

ลงเป็นโทษจําคุกตลอดชีวิต

๑7 ๕ ซะ ๓ ฆ=ูจข่ 9๑7๐7 ๑7 ข 9๑7๑๐7 ๐

นักโทษเด็ดขาดซึงต้องโทษประหารชีวิตทีเคยได้รับพระราชทานอภัยโทษแล้ว และได้รับโทษจําคุก

% =% ๓ จ่ - รจั้ค ข์๐๑ ๑ ๑@ ๑ ข ฆ ว < ม จ่ ข๐

มาแล้วถึงวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับเกินสิบห้าปี และเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นเยียม ให้ได้รับ

พระราชทานอภัยโทษลดโทษจากกําหนดโทษลง ๑ ใน ๕ กรณีทีเคยได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษ

เป็นโทษจําคุกตลอดชีวิต ให้เปลี่ยนเป็นกําหนดโทษจําคุกห้าสิบปีแล้วให้ลดโทษจากกําหนดโทษลง ๑ ใน ๕

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ นักโทษเด็ดขาดซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว และนักโทษเด็ดขาด

ซึงได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษ และจะพันโทษในคราวเดียวกันตามพระราชกฤษฎีกานี จะต้องผ่าน

หรือเคยผ่านการอบรมเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตามทิกรมราชทัณฑ์หรือกระทรวงกลาโหมกําหนด

เว้นแต่โดยสภาพร่างกายหรือจิตใจไม่เป็นปกติจนไม่อาจรับการอบรมได้

หน้า «๕

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มิถุนายน ๒๕๒๕

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ให้กระทรวงยุติธรรม กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทยร่วมกับ

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมันคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข

และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ มีหน้าที่และอํานาจติดตาม ดูแล และช่วยเหลือผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ

ฆ่ ๑7 ๐ ณี 5

เพื่อป้องกันการกระทําความผิดซํา

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที ผู้พิพากษาศาลแห่งท้องที หรือตุลาการ

ศาลทหารแห่งท้องทีหนึ่งคน และพนักงานอัยการแห่งท้องที่หรืออัยการทหารแห่งท้องทีหนึ่งคน

รวมสามคนเป็นคณะกรรมการ มีหน้าทีตรวจสอบผู้ซึงจะได้รับพระราชทานอภัยโทษและส่งรายชื่อต่อศาล

| ข ฆ่อุย ข ๕ =% ข ฆ่=@ ๑ ง๐/ 1๑ จซ่ ฆ=ฆ ซัๆข๓ ๐ ฆ่

แห่งท้องทีให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยิสิบวันนับแต่วันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ เพื่อความสะดวก

แก่ศาลแห่งท้องทีนันพิจารณาออกหมายสังปล่อยหรือลดโทษ หรือออกคําสังยกเลิกการทํางานบริการสังคม

ฆซู ๐ 6 1 เด 9๑/ 1 ฆฯ

หรือทํางานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ แล้วแต่กรณี

ในส่วนทีเกียวกับผู้ซึงถูกลงโทษจําคุกตามคําสังทิชอบด้วยกฎหมายซึงจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ

ให้คณะกรรมการมีหน้าทีตรวจสอบและส่งรายชือต่อนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยีสิบวัน

๑7 1๑/ ซ่ ฆ 2 ๑/ ๑7 ฆ่ ๑7 ซ= =% ๐ ๓ 1 ฆ

นับแต่วันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ เพื่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาออกคําสังปล่อยหรือลดโทษ

9๑/ 1 ฆฯ

แล้วแต่กรณี

ฆ่ ๑/ฆ ฆ ๐ ๓ ผู ฆ ฆ ๐ =% ๐ = ๑7 ฆ ๐

เมือได้มีหมายหรือคําสังปล่อยหรือลดโทษ หรือคําสังยกเลิกการทํางานบริการสังคมหรือทํางาน

สาธารณประโยชน์แทนค่าปรับแล้ว ให้คณะกรรมการทําบัญชีผู้ซึงได้รับพระราชทานอภัยโทษเก็บไว้

ทีเรือนจําหรือทัณฑสถานหนึ่งฉบับ ส่งศาลหนึ่งฉบับ ส่งกระทรวงยุติธรรมหนึ่งฉบับ และทูลเกล้าฯ

ถวายอีกหนึ่งฉบับ

ถ้ากรรมการบางคนตามวรรคหนึ่งไม่อาจปฏิบัติหน้าทิได้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ฆ๐ | ๕ ข ฆ่ ๕ ๕ ข

มีอํานาจแต่งตังข้าราชการตามทีเห็นสมควรเป็นกรรมการแทนได้

ในกรณีมีปัญหาเกียวกับการปฏิบัติหน้าทีตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง

ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และเลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม เป็นกรรมการ เพื่อพิจารณา

=% =% ๑7 จ

วินิจฉัยชีขาด

หน้า ๑๐

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มิถุนายน ๒๕๒๕

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ในส่วนทีเกียวกับนักโทษตามกฎหมายว่าด้วยเรือนจําทหาร ให้รัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงกลาโหมแต่งตังข้าราชการเป็นคณะกรรมการตามทิเห็นสมควร มีหน้าที่ตรวจสอบผู้ซึงจะได้รับ

พระราชทานอภัยโทษและส่งรายชื่อต่อศาลทหารกรุงเทพ หรือศาลมณฑลทหาร แล้วแต่กรณี

ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยีสิบวันนับแต่วันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ เพื่อความสะดวก

แก่ศาลทหารดังกล่าวพิจารณาออกหมายสังปล่อยหรือลดโทษ หรือออกคําสังยกเลิกการทํางานบริการสังคม

=ฆ ๐ ด 1 ๑7 9/ 1 ฆ

หรือทํางานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ แล้วแต่กรณี

ให้นําความในมาตรา ๒๑ วรรคสองและวรรคสาม มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

ในกรณีทิมีปัญหาเกียวกับการนําบทบัญญัติแห่งพระราชกฤษฎีกานีมาใช้บังคับแก่นักโทษ

1 9/ =ฆ ๐ จ่ 9/7 ๑7 ๑,๑ๆ 9” 9/ =. จ 97๑2» =

ตามกฎหมายว่าด้วยเรือนจําทหาร นอกจากทีได้บัญญัติไว้แล้วในพระราชกฤษฎีกานี ให้รัฐมนตรีว่าการ

=ี ๑ '= ฆ๑ ข ๕ ๑7 ๑/- 1 =ฆ จ

กระทรวงกลาโหมพิจารณาสังเทียบกรณีให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชกฤษฎีกานี

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ให้นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี

ในส่วนทีเกียวกับหน้าทิและอํานาจของตน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อนุทิน ชาญวีรกูล

นายกรัฐมนตรี

บัญชีลักษณะความผิดท้ายพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. ๒๕๒๕

(๑) ความผิดในภาค ๒ ความผิด แห่งประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา ๑๓๕/๑

มาตรา ๑๓๕/๑ ถึงมาตรา ๑๓๕/๕

มาตรา ๑๓๕

มาตรา ๑๓๕ มาตรา ๑๕๐

มาตรา ๑๕๓

มาตรา ๑๕๓ และมาตรา ๑๕๕

มาตรา ๑๐๒

มาตรา ๑๐๒ซ มาตรา ๑๓๒ มาตรา ๑ซ๓

มาตรา ๑๓๕

มาตรา ๑๓๕ มาตรา ๑๓๕ มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓«๑ มาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๕๑

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ซ มาตรา ๑๕๕ มาตรา ๑๕๑

มาตรา ๑๕๒

มาตรา ๑๕๒ และมาตรา ๑๕๕

มาตรา ๒๐๕

มาตรา ๒๐๕ ถึงมาตรา ๒๑๓

มาตรา ๒๑๕

มาตรา ๒๑๕ มาตรา ๒๒๐ วรรคสอง มาตรา ๒๒๑

มาตรา ๒๒๒

มาตรา ๒๒๒ มาตรา ๒๒๕ มาตรา ๒๒๕

มาตรา ๒๒๕

มาตรา ๒๒๕ มาตรา ๒๓๐ มาตรา ๒๓๑

มาตรา ๒๓๒

มาตรา ๒๓๒ มาตรา ๒๓๕ มาตรา ๒๓๕

มาตรา ๒๓๐

มาตรา ๒๓๐ มาตรา ๒๓ และมาตรา ๒๓๕

ลักษณะ «๕ ความผิดเกี่ยวกับเพศ

มาตรา ๒๓๒๐

มาตรา ๒๓๒๐ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๓ ทวิ มาตรา ๒๓ ตรี

มาตรา ๒๕๐

มาตรา ๒๕๐ มาตรา ๒๕๒ มาตรา ๒๕๓ มาตรา ๒๕๕

และมาตรา ๒๕๕/๒

มาตรา ๒๕๕

มาตรา ๒๕๕ มาตรา ๒๕๕ และมาตรา ๒๕๐

มาตรา ๒๕๓

มาตรา ๒๕๓ และมาตรา ๒๕๕

มาตรา ๓๑๓

มาตรา ๓๑๓ ถึงมาตรา ๓๑๕ และมาตรา ๓๑

และปล้นทรัพย์

มาตรา ๓๓๕

มาตรา ๓๓๕ วรรคห้า มาตรา ๓๓๕ ทวิ วรรคห้า

มาตรา ๓๕๐

มาตรา ๓๕๐ วรรคห้า มาตรา ๓๕๐ ทวิ วรรคหก

และมาตรา ๓๕๐ ตรี

มาตรา ๓๕๓

มาตรา ๓๕๓

(๒) ความผิดที่มีโทษตามมาตรา ๕ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน

เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๕๓๕๐

(๓) ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ กฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ

และกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ

(@) ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

(@) ความผิดเกี่ยวกับการยักยอกหรือฉ้อโกงหรือประทุษร้ายต่อทรัพย์หรือกระทําโดยทุจริต

ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์

และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ กฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน หรือกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์

และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งกระทําโดยกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใด ซึ่งรับผิดชอบหรือมีประโยชน์

เกี่ยวข้องในการดําเนินงานของสถาบันการเงินนั้น

(๒) ความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

(๓) ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์

หน้า ๑๑

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มิถุนายน ๒๕๒๕

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล

เฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๒๐๕ นับเป็นอภิลักขิตกาลสําคัญ

สมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี

อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป จึงจําเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/rkj-2026-06-02-00116497

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com