法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569

เลขที่
วันที่ประกาศ
7 กรกฎาคม 2569
จำนวนมาตรา
11

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

หน้า ๑

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๐๕

กสว

พระราชบัญญัติ

การอํานวยความสะดวก

ในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน

พ.ศ. ๒๕๒๐๕

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ

=- 9๑7 9๑7 1 ๑

พระวชรเกลาเจาอยูหว

ให้ไว้ ณ วันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๕

เป็นปีที่ ๑๑ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต

ของทางราชการ

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอม

ของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการอํานวยความสะดวก

ในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๕”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพันกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศ

ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่หมวด ๑ บททั่วไป และมาตรา ๓๕ วรรคสอง ให้ใช้บังคับ

ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต

ของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๕

หน้า ๒

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๐๕

มาตรา ๕

มาตรา ๕ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่บรรดาการอนุญาต การจดทะเบียน และการแจ้ง

รวมทั้งการพิจารณา การดําเนินการ และการให้บริการหรือประโยชน์อื่นใดแก่ประชาชน บรรดา

ที่ประชาชนต้องยื่นคําขอต่อหน่วยงานของรัฐ

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ในพระราชบัญญัตินี้

“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น

รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐทุกหน่วย

“อนุญาต” หมายความว่า การที่เจ้าหน้าที่ยินยอมให้บุคคลใดกระทําการใดที่มีกฎหมาย

กําหนดให้ต้องได้รับความยินยอมก่อนกระทําการนั้น และให้หมายความรวมถึงการออกใบอนุญาต

การอนุมัติ การจดทะเบียน การขึ้นทะเบียน การรับแจ้งหรือจดแจ้ง การให้ประทานบัตร และการให้

อาชญาบัตรด้วย

“ผู้อนุญาต” หมายความว่า ผู้ซึ่งกฎหมายกําหนดให้มีอํานาจในการอนุญาต

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

“กฎหมายว่าด้วยการอนุญาต” หมายความว่า บรรดากฎหมายที่มีบทบัญญัติกําหนดให้

การดําเนินการใดหรือการประกอบกิจการใดจะต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะดําเนินการได้

“กฎ” หมายความว่า พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น

ระเบียบ ข้อบังคับ หรือบทบัญญัติอื่นที่มีผลบังคับเป็นการทั่วไป โดยไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใด

หรือบุคคลใดเป็นการเฉพาะ

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาต

“คําขอ” หมายความว่า คําขออนุญาต และให้หมายความรวมถึงคําขอรับบริการและคําขอ

ให้ดําเนินการอื่นใด

“บริการ” หมายความรวมถึง การดําเนินการตามคําขอหรือความประสงค์ของประชาชน

รวมตลอดทั้งการอํานวยความสะดวก การให้ความอนุเคราะห์ สงเคราะห์ การจัดหรือให้สวัสดิการ

และการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนใด ๆ แก่ประชาชนด้วย

“ประเมินผลสัมฤทธิ์” หมายความว่า การประเมินผลสัมฤทธิ์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์

การจัดทําร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย

“ระบบกลาง” หมายความว่า ระบบกลางตามกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทําร่างกฎหมาย

และการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย

หน้า ๓

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๕

“คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ” หมายความว่า คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

“สํานักงาน ก.พ.ร.” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตตินี้

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่

(๑) รัฐสภาและคณะรัฐมนตรี

(๒) การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลและการดําเนินงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาคดี

การบังคับคดี และการวางทรัพย์

(๓) การดําเนินงานตามหน้าที่และอํานาจขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเฉพาะในส่วนที่เป็น

การใช้อํานาจตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการดําเนินงานของหน่วยธุรการขององค์กรดังกล่าว

(๑ การดําเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ทั้งนี้ ตั้งแต่ในชั้นการสืบสวนและการสอบสวน

เป็นต้นไป

(@ การอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิงแวดล้อมแห่งชาติ

เฉพาะในส่วนที่ไม่อาจกําหนดระยะเวลาดําเนินการที่แน่นอนได้ ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

กําหนด

(๑) การอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางทหารด้านยุทธการ รวมทั้งตามกฎหมาย

เกี่ยวกับการควบคุมยุทธภัณฑ์ และกฎหมายว่าด้วยโรงงานผลิตอาวุธของเอกชน

การยกเว้นไม่ให้นําบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับแก่การดําเนินการใดหรือแก่หน่วยงาน

ของรัฐใดนอกจากที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ให้กระทําเท่าที่จําเป็น และให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตตินี้ และให้มีอํานาจออกกฎกระทรวง

เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

บททั่วไป

มาตรา ๕

มาตรา ๕ หหน่วยงานของรัฐพึงพัฒนาระบบการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิจารณาอนุญาต

และการให้บริการประชาชน ให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีโดยใช้เทคโนโลยี

ที่เหมาะสมกับสภาพกาล โดยหน่วยงานของรัฐ ผู้อนุญาต และเจ้าหน้าที่ของรัฐพึงตระหนักว่าประชาชน

หน้า ๕

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๕

เป็นประธานแห่งสิทธิที่จะได้รับบริการจากรัฐตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และต้องร่วมมือ

และช่วยเหลือกันในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การพิจารณาอนุญาตและการให้บริการประชาชน รวมทั้ง

งานอย่างอื่นที่เกี่ยวข้อง เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด เพื่อความผาสุกของประชาชนโดยรวม

รวมตลอดทั้งพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีศักยภาพ ความซื่อสัตย์สุจริต และทัศนคติในการเป็น

ผู้ให้บริการประชาชนให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว ไม่สร้างภาระและขั้นตอนที่ไม่จําเป็น และไม่เลือกปฏิบัติ

โดยไม่เป็นธรรม

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ในกรณีที่การอนุญาต การให้บริการ หรือภารกิจใดมีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน

ของรัฐหรือเป็นภารกิจที่ใกล้เคียงหรือต่อเนื่องกัน ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องนั้นกําหนดแนวทาง

การบริหารและปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดการปฏิบัติภารกิจแบบบูรณาการร่วมกัน และกําหนดหน่วยงาน

ที่เป็นผู้รับผิดชอบหลัก โดยมุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐและความผาสุกของประชาชน

ในกรณีที่เกิดปัญหาและอุปสรรคในการดําเนินการตามวรรคหนึ่งจากหน่วยงานของรัฐ

หรือระเบียบข้อบังคับที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ ให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย

ต้องร่วมกันดําเนินการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคนั้น

ในกรณีที่จะต้องมีการดําเนินการตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้เป็นหน้าที่ของสํานักงาน

ก.พ.ร. ที่จะจัดให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องหารือร่วมกัน ในกรณีที่ไม่สามารถบูรณาการหรือร่วมกัน

แก้ไขปัญหาอุปสรรคได้ ให้สํานักงาน ก.ุพ.ร. เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาวินิจฉัย และ

เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเป็นประการใดแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น

และรายงานผลการดําเนินการต่อคณะรัฐมนตรีทราบโดยเร็ว

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐได้รับการติดต่อสอบถาม ข้อเสนอแนะ หรือแสดง

ความคิดเห็นเป็นหนังสือจากประชาชน หรือจากหน่วยงานของรัฐด้วยกัน เกี่ยวกับงานบริการหรือการอนุญาต

ที่อยู่ในหน้าที่ และอํานาจของหน่วยงานของรัฐนั้น ให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐนั้นที่จะต้องตอบคําถาม

ให้ข้อมูล หรือแจ้งผลการดําเนินการให้บุคคลดังกล่าวทราบภายในสิบห้าวัน

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้ต้องมีการออกกฎเพื่อกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

เงื่อนไข หรือรายละเอียดอื่นใดในการขอรับอนุญาตหรือขอรับบริการ หน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่ออกกฎดังกล่าว

ต้องคํานึงถึงความสะดวกและรวดเร็วที่ประชาชนจะได้รับเป็นสําคัญ และสร้างภาระแก่ประชาชนน้อยที่สุด

หน้า ๕

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๕

กฎตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่กําหนดให้ประชาชนแสดงหรือส่งมอบเอกสารต้นฉบับหรือสําเนาเอกสารใด

ที่หน่วยงานของรัฐนั้นเป็นผู้ออก หรือมีเอกสารต้นฉบับหรือสําเนาเอกสารนั้นอยู่ในความครอบครอง

ของหน่วยงานของรัฐนั้นอยู่แล้ว และเอกสารที่เชื่อมโยงจากศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางตามกฎหมาย

ว่าด้วยการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล

ความในวรรคสองไม่ใช้บังคับแก่กรณีจําเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่จะต้องให้ประชาชน

นําเอกสารต้นฉบับหรือสําเนาเอกสารมาแสดงหรือส่งมอบในการยื่นคําขอตามกฎหมาย ทั้งนี้ ตามที่กําหนด

ในกฎกระทรวง

ในกรณีที่กําหนดให้ต้องส่งมอบเอกสารมากกว่าหนึ่งชุด หากผู้ยื่นได้ส่งมอบเอกสารต้นฉบับ

หรือสําเนาเอกสารให้หนึ่งชุดแล้ว ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่จะต้องเป็นผู้จัดทําสําเนาให้ครบถ้วน

ตามจํานวนที่ตนต้องการ

เมื่อมีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายรวมทั้งกฎตามกฎหมายใด ให้หน่วยงานของรัฐแก้ไข

หรือปรับปรุงกฎหมายหรือกฎในความรับผิดชอบของตนทุกฉบับให้เป็นไปตามหลักการในมาตรานี้ด้วย

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ในกรณีที่มีกฎหมายหรือกฎใดออกใช้บังคับและมีผลให้ต้องเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์

วิธีการ เงื่อนไข หรือรายละเอียดอื่นใดที่ปรากฏในคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา ๑๕

การเปลี่ยนแปลงเช่นว่านั้นมิให้ใช้บังคับแก่การยื่นคําขอที่ได้ยื่นไว้แล้วโดยชอบก่อนวันที่กฎหมาย

หรือกฎดังกล่าวมีผลใช้บังคับ เว้นแต่กฎหมายนั้นจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น แต่สําหรับในกรณีกฎ

จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นได้ก็แต่เฉพาะในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ยื่นคําขอ

ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการอนุญาตใดมีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือปรับปรุงในสาระสําคัญ

อันส่งผลให้การดําเนินการบางกรณีต้องมีการขออนุญาตตามกฎหมายดังกล่าวเพิ่มเติม ห้ามมิให้บังคับใช้

กฎหมายดังกล่าวในทางที่เป็นผลร้ายหรือก่อภาระแก่ประชาชนจนกว่าจะมีการแก้ไขคู่มือสําหรับ

ประชาชนตามมาตรา ๑๕ ให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมหรือปรับปรุงกฎหมายนั้นและเผยแพร่

ตามมาตรา ๓๕ แล้ว ทั้งนี้ เว้นแต่กฎหมายดังกล่าวจะกําหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้ง

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ เพื่อประโยชน์ในการอํานวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้หน่วยงานของรัฐ

จัดให้มีศูนย์บริการร่วมเพื่อให้บริการแบบคําขอ รับคําขอ และชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการขออนุญาต

การอนุญาต และบริการต่าง ๆ ตามกฎหมายไว้ ณ ที่เดียวกันตามแนวทางที่คณะกรรมการพัฒนา

ระบบราชการกําหนด

การให้บริการของศูนย์บริการร่วมตามวรรคหนึ่ง จะต้องให้บริการผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย

หน้า ๒

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๕

การยื่นคําขออนุญาตและการอนุญาต

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ในกรณีที่บทบัญญัติของกฎหมายกําหนดให้การกระทําใดจะต้องได้รับอนุญาต

และการอนุญาตนั้นไม่จําเป็นต้องออกกฎใด ๆ ผู้อนุญาตจะต้องจัดทําคู่มือสําหรับประชาชนให้แล้วเสร็จ

ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่กฎหมายนั้นมีผลใช้บังคับ

ในกรณีที่บทบัญญัติของกฎหมายกําหนดให้การกระทําใดจะต้องได้รับอนุญาตและการอนุญาตนั้น

ต้องมีการออกกฎ ผู้อนุญาตจะต้องจัดทําคู่มือสําหรับประชาชนให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่

กฎนั้นมีผลใช้บังคับ

ในกรณีที่ผู้อนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชการส่วนภูมิภาคหรือราชการส่วนท้องถิ่น ให้หน่วยงาน

ของรัฐผู้รับผิดชอบกฎหมายว่าด้วยการนั้นในราชการส่วนกลางเป็นผู้จัดทําคู่มือสําหรับประชาชนเป็นคู่มือกลาง

ฉบับเดียว

คู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรานี้อย่างน้อยต้องประกอบด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการยื่นคําขอ ค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการ ขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาต

รายการเอกสารหรือหลักฐานที่ผู้ขออนุญาตจะต้องยื่นมาพร้อมกับคําขอ แนวทางการใช้ดุลพินิจ

โดยต้องกําหนดให้สามารถยื่นคําขอและเอกสารด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วย

การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในการนี้ สํานักงาน ก.พ.ร. จะพิจารณากําหนดให้มีรายละเอียด

เพิ่มเติมก็ได้

ให้สํานักงาน ก.พ.ร. มีหน้าที่ตรวจสอบคู่มือสําหรับประชาชนว่าสอดคล้องกับหลักการบริหาร

กิจการบ้านเมืองที่ดีหรือไม่ ในกรณีที่เห็นว่าเรื่องใดเป็นภาระเกินสมควรกับประชาชน หรือปรากฏ

ข้อเท็จจริงว่าหน่วยงานของรัฐผู้อนุญาตไม่อาจปฏิบัติตามระยะเวลาที่กําหนดไว้ในคู่มือสําหรับประชาชนได้

ให้สํานักงาน ก.พ.ร. แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงคู่มือสําหรับประชาชน หรือปฏิบัติให้ถูกต้อง

ตรงตามที่กําหนดไว้ในคู่มือสําหรับประชาชน ทั้งนี้ ภายในระยะเวลาที่กําหนด ในกรณีที่หน่วยงานดังกล่าว

ดําเนินการไม่แล้วเสร็จภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้รายงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการต่อไป

เพื่อประโยชน์แก่การจัดทําคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรานี้ คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

จะพิจารณากําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

ให้หน่วยงานของรัฐผู้อนุญาตปฏิบัติในการพิจารณาอนุญาตเป็นการเพิ่มเติมก็ได้ โดยหน่วยงานของรัฐ

หน้า ๓

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๕

ผู้อนุญาตจะจัดทําคู่มือสําหรับประชาชนหรือปฏิบัติขัดหรือแย้งกับหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการพัฒนา

ระบบราชการกําหนดมิได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะต้องกําหนดกรอบระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาต

สําหรับกระบวนงานแต่ละประเภทไว้ด้วย โดยหากหน่วยงานใดประสงค์จะกําหนดระยะเวลาในคู่มือ

สําหรับประชาชนเกินกรอบระยะเวลาดังกล่าว ให้หน่วยงานดังกล่าวเสนอคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

เพื่อพิจารณาเห็นชอบกรอบระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตนั้น

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ เมื่อมีการยื่นคําขอและเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาเป็นเอกสาร

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคําขอและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคําขอให้ถูกต้องครบถ้วน

ตามที่ระบุในคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา ๑๕ เมื่อตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนให้บันทึก

ความถูกต้องครบถ้วนนั้นไว้ท้ายคําขอ พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ยื่นคําขอทราบทันที แต่หากเห็นว่าคําขอ

ไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใดให้แจ้งให้ผู้ยื่นคําขอทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไข

หรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งให้ผู้ยื่นคําขอดําเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน

ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดําเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐาน

ที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกําหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคําขอจะต้องดําเนินการแก้ไขหรือยื่นเพิ่มเติม

ไว้ในบันทึกดังกล่าวด้วย และให้เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคําขอลงนามไว้ในบันทึกนั้น

ให้เจ้าหน้าที่มอบสําเนาบันทึกตามวรรคหนึ่งให้ผู้ยื่นคําขอไว้เป็นหลักฐานโดยทันที

ในกรณีที่ผู้ยื่นคําขอได้จัดทําคําขอถูกต้องและแนบเอกสารหรือหลักฐานครบถ้วนตามที่ระบุ

ในคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา ๑๕ แล้ว หรือได้แก้ไขหรือยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม

ครบถ้วนตามที่เจ้าหน้าที่แนะนําหรือตามที่ปรากฏในบันทึกตามวรรคหนึ่งแล้ว เจ้าหน้าที่จะเรียกเอกสาร

หรือหลักฐานอื่นใดเพิ่มเติมอีกไม่ได้ และจะปฏิเสธการพิจารณาคําขอนั้นโดยอาศัยเหตุแห่งความไม่สมบูรณ์

ของคําขอหรือความไม่ครบถ้วนของเอกสารหรือหลักฐานไม่ได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่ความไม่สมบูรณ์

หรือความไม่ครบถ้วนนั้นเกิดจากความประมาทเลินเล่อหรือทุจริตของเจ้าหน้าที่ และเป็นผลให้ไม่อาจอนุญาตได้

ในกรณีนี้ให้ผู้อนุญาตสังการตามที่เห็นสมควร และให้ดําเนินการทางวินัยหรือดําเนินคดีกับเจ้าหน้าที่

ที่เกี่ยวข้องโดยไม่ชักช้า

ในกรณีที่ผู้ยืนคําขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคําขอหรือไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม

ตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบหรือตามที่ปรากฏในบันทึกตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่คืนคําขอให้แก่ผู้ยื่นคําขอ

พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคําขอให้ทราบด้วย

หน้า ๕

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๕

ผู้ยื่นคําขอจะอุทธรณ์คําสั่งคืนคําขอตามวรรคสี่ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

หรือจะยื่นคําขอใหม่ก็ได้ แต่ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้ต้องยื่นคําขอใดภายในระยะเวลาที่กําหนด

ผู้ยื่นคําขอจะต้องยื่นคําขอนั้นใหม่ภายในระยะเวลาดังกล่าว

มาตรา ๑๒๐

มาตรา ๑๒๐ เมื่อมีการยื่นคําขอและเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาโดยวิธีการ

ทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคําขอและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคําขอ

ให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา ๑๕ ให้แล้วเสร็จภายในวันทําการถัดไป

เมื่อตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้องครบถ้วน ให้บันทึกความถูกต้องครบถ้วนนั้นไว้ท้ายคําขอ พร้อมทั้ง

แจ้งให้ผู้ยื่นคําขอทราบทันที แต่หากเห็นว่าคําขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด

ให้แจ้งให้ผู้ยื่นคําขอทราบทันทีที่ตรวจสอบแล้วเสร็จ โดยให้บันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร

หรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกําหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคําขอจะต้องดําเนินการแก้ไข

หรือยื่นเพิ่มเติมไว้ในบันทึกดังกล่าวด้วย และให้เจ้าหน้าที่ลงนามไว้ในบันทึกนั้น และแจ้งให้ผู้ยื่นคําขอทราบ

การยื่นคําขอและเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

ให้ถือว่าผู้อนุญาตได้รับตามวันและเวลาตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

ให้นําความในมาตรา ๑๕ วรรคสาม วรรคสี และวรรคห้า มาใช้บังคับแก่กรณีการยื่นคําขอ

และเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยโดยอนุโลม ทั้งนี้

การแจ้ง การเรียกเอกสารหรือหลักฐาน และการคืนคําขอในกรณีดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่ดําเนินการ

โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ การอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตใดที่ไม่อาจดําเนินการตามมาตรา ๑๕

หรือมาตรา ๑๒ ได้ เนื่องจากมีเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องจํานวนมาก หรือด้วยเหตุจําเป็นอื่นใด

จะออกเป็นกฎกระทรวงกําหนดให้การอนุญาตนั้นไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๑๕ หรือมาตรา ๑๐ ก็ได้

แต่กฎกระทรวงดังกล่าวต้องระบุระยะเวลาในการดําเนินการให้ชัดเจนด้วย

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ผู้อนุญาตต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในกําหนดเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือ

สําหรับประชาชนตามมาตรา ๑๕ และแจ้งให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ

เมื่อครบกําหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา ๑๕ แล้ว

หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ให้แจ้งผู้ยื่นคําขอทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุกสิบห้าวัน

จนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ พร้อมทั้งส่งสําเนาการแจ้งดังกล่าวให้สํานักงาน ก.พ.ร. ทราบทุกครั้ง

เพื่อรวบรวมเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีที่ผู้อนุญาตพิจารณาไม่แล้วเสร็จ

ตามกําหนดเวลาทีระบุไว้ในคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา ๑๕ เนื่องจากเหตุสุดวิสัย ให้แจ้งผู้ยื่นคําขอ

หน้า «

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๕

ทราบถึงเหตุสุดวิสัยดังกล่าวเพียงหนึ่งครั้ง ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกําหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือ

สําหรับประชาชนตามมาตรา ๑๕

ในกรณีที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเห็นว่าความล่าช้าตามวรรคสองนั้นเกินสมควรแก่เหตุ

หรือมีความจําเป็นที่จะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของหน่วยงานของรัฐผู้อนุญาต

ให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการรายงานต่อคณะรัฐมนตรีพร้อมทั้งเสนอแนะให้มีการพัฒนา

หรือปรับปรุงหน่วยงานของรัฐหรือระบบการปฏิบัติราชการของหน่วยงานของรัฐนั้น

การแจ้งตามมาตรานี้ให้ดําเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์

ในกรณีไม่แจ้งตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือแจ้งเกินระยะเวลาที่กําหนดอันเป็นการล่าช้าเกินสมควร

ให้ถือว่าผู้อนุญาตกระทําการหรือละเว้นกระทําการเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น เว้นแต่จะเป็นเพราะ

มีเหตุสุดวิสัย

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ในกรณีที่กิจการหรือการดําเนินการใดไม่มีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดสาธารณภัย

หรือก่ออันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง จะตราพระราชกฤษฎีกา

กําหนดให้ใช้ระบบอนุญาตโดยปริยายแก่กิจการหรือการดําเนินการนั้นสําหรับกรณีที่ผู้อนุญาตพิจารณา

คําขออนุญาตไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กําหนดในคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา ๑๕ ก็ได้

ในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้ระบุชื่อพระราชบัญญัติ ชื่อใบอนุญาต รวมตลอดทั้งหลักเกณฑ์

และวิธีดําเนินการของระบบอนุญาตโดยปริยายด้วย

เมื่อมีการตราพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งแล้ว หากผู้อนุญาตเห็นว่าอาจพิจารณาคําขออนุญาต

ที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเรื่องใดไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กําหนดในคู่มือสําหรับประชาชน

ตามมาตรา ๑๕ ผู้อนุญาตอาจแจ้งการขยายระยะเวลาการพิจารณาเรื่องนั้นต่อสํานักงาน ก.พ.ร.

ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงาน กุพ.ร. กําหนดได้หนึ่งครั้งไม่เกินสิบห้าวัน หรือไม่เกินระยะเวลา

ที่กําหนดในคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา ๑๕ แล้วแต่ระยะเวลาใดจะสั้นกว่า แต่ต้องแจ้ง

การขยายระยะเวลาก่อนพันกําหนดดังกล่าว

ให้ผู้อนุญาตแจ้งการขยายระยะเวลาตามวรรคสองให้ผู้ยื่นคําขอทราบพร้อมกับการแจ้งเหตุ

แห่งความล่าช้าตามมาตรา ๑๕ ครั้งแรกด้วย

ในกรณีที่ผู้อนุญาตมิได้แจ้งการขยายระยะเวลาตามวรรคสอง หรือมีการแจ้งการขยายระยะ

เวลาแล้วแต่ผู้อนุญาตพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกําหนดเวลาที่ขยายดังกล่าว ให้ถือว่าผู้อนุญาตมีคําสัง

อนุญาตตามคําขอ และให้แจ้งผู้ยื่นคําขอรวมทั้งสํานักงาน ก.ุพ.ร. ทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ถือว่ามีคําสั่ง

หน้า ๑๐

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๕

อนุญาตดังกล่าว ทั้งนี้ ให้ผู้ยื่นคําขอประกอบกิจการหรือดําเนินการตามที่ขอได้ทันทีตั้งแต่วันที่ถือว่าผู้อนุญาต

มีคําสั่งอนุญาตโดยปริยายนั้น

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ในกรณีที่กฎหมายกําหนดอายุใบอนุญาตไว้ และกิจการหรือการดําเนินการ

ที่ได้รับใบอนุญาตนั้นมีลักษณะเป็นกิจการหรือการดําเนินการที่เห็นได้ว่าผู้รับอนุญาตจะประกอบกิจการ

หรือดําเนินการนั้นต่อเนื่องกัน ผู้รับอนุญาตจะต่ออายุใบอนุญาตโดยการชําระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาต

ภายในระยะเวลาตามที่กําหนดไว้ในกฎหมายนั้น ๆ แทนการยื่นคําขอต่ออายุใบอนุญาตก็ได้

และเมื่อหน่วยงานของรัฐซึ่งมีอํานาจออกใบอนุญาตได้รับค่าธรรมเนียมดังกล่าวแล้ว ให้ออกหลักฐาน

การต่ออายุใบอนุญาตให้แก่ผู้รับอนุญาตโดยเร็ว โดยให้ถือว่าผู้รับอนุญาตได้รับการต่ออายุใบอนุญาต

ตามกฎหมายนั้น ๆ แล้วตั้งแต่วันถัดจากวันที่ใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุลง ทั้งนี้ โดยหน่วยงานของรัฐ

ผู้อนุญาตยังคงมีหน้าที่ที่จะต้องตรวจสอบการประกอบกิจการหรือการดําเนินการที่ได้รับชําระค่าธรรมเนียม

การต่ออายุใบอนุญาตดังกล่าว

การชําระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคําขอต่ออายุใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง

กิจการหรือการดําเนินการใดมีความเสียงสูงที่จะก่อให้เกิดสาธารณภัยหรือก่ออันตรายต่อชีวิต

และทรัพย์สินของประชาชนหรือสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง หรือมีเหตุผลความจําเป็นพิเศษอื่นที่ไม่สมควร

ดําเนินการตามวรรคหนึ่ง จะออกกฎกระทรวงกําหนดกิจการหรือการดําเนินการนั้น ให้ไม่อยู่ภายใต้บังคับ

วรรคหนึ่งก็ได้ กฎกระทรวงดังกล่าวให้ระบุชื่อพระราชบัญญัติและชื่อใบอนุญาตที่ไม่อาจดําเนินการ

ตามวรรคหนึ่งได้ และให้ระบุระยะเวลาในการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตไว้ให้ชัดเจนด้วย

กิจการหรือการดําเนินการตามกฎหมายใดมีการกําหนดอายุใบอนุญาตไว้ แต่ไม่มีการกําหนด

ให้ผู้รับอนุญาตต้องชําระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาต เมื่อผู้รับอนุญาตยื่นคําขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว

ให้สามารถดําเนินการตามที่ได้รับอนุญาตต่อไปได้จนกว่าผู้อนุญาตจะมีคําสังไม่ต่ออายุใบอนุญาต

และให้ถือว่าหลักฐานการยื่นคําขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นหลักฐานการต่ออายุใบอนุญาตไปพลางก่อน

ก่อนที่จะมีคําสังไม่ต่ออายุใบอนุญาตตามวรรคสี ผู้อนุญาตต้องตรวจสอบการประกอบกิจการ

หรือการดําเนินการก่อน หากพบข้อบกพร่อง ให้แจ้งผู้รับอนุญาตดําเนินการแก้ไขภายในระยะเวลา

ที่เหมาะสม ถ้าผู้รับอนุญาตไม่แก้ไขภายในกําหนดระยะเวลาดังกล่าว ผู้อนุญาตจึงจะมีอํานาจออกคําสัง

ไม่ต่ออายุใบอนุญาต ทั้งนี้ ในการออกคําสังไม่ต่ออายุใบอนุญาต ผู้อนุญาตต้องระบุเหตุผลประกอบคําสั่ง

ดังกล่าวด้วย

มิให้ใช้บังคับมาตรานี้แก่กิจการหรือการดําเนินการใดที่ต้องขออนุญาตเป็นรายครั้ง

หน้า ๑๑

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๐๕

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ในกรณีที่การประกอบกิจการหรือการดําเนินการของประชาชนในกิจการใด

จําเป็นต้องได้รับการอนุญาตจากผู้อนุญาตหลายรายหรือหลายกระบวนงาน จะตราพระราชกฤษฎีกา

กําหนดให้มีใบอนุญาตหลักและใบอนุญาตรองของกิจการนั้นก็ได้ ผู้ใดได้รับใบอนุญาตหลักของกิจการใด

ให้ถือว่าผู้นั้นได้รับใบอนุญาตรองของกิจการนั้นตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตนั้นด้วยแล้ว โดยไม่ต้อง

ยื่นคําขออนุญาตใหม่อีก และให้ระบุการได้รับอนุญาตสําหรับใบอนุญาตรองให้ชัดแจ้งไว้ในใบอนุญาตหลัก

ดังกล่าวด้วย

ในพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง ให้ระบุให้ชัดแจ้งถึงกิจการที่เป็นใบอนุญาตหลักและกิจการ

ที่ถือว่าได้รับใบอนุญาตรอง รวมตลอดทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตสําหรับ

ใบอนุญาตหลัก และการมีส่วนร่วมในการพิจารณาของผู้อนุญาตตามใบอนุญาตรอง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม

และการนําส่งค่าธรรมเนียม

เมื่อมีการตราพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ถือว่าหน่วยงานของรัฐผู้อนุญาต

และกระทรวงเจ้าสังกัดของหน่วยงานของรัฐผู้อนุญาตนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อดําเนินการในกิจการ

ที่ต้องมีใบอนุญาตรองด้วย

ในมาตรานี้ “ใบอนุญาตหลัก” หมายความว่า ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการหรือให้ดําเนินการ

ในกิจการทีโดยทั่วไปแล้วจะมีการประกอบกิจการหรือดําเนินการที่เป็นใบอนุญาตรองด้วย

และ “ใบอนุญาตรอง” หมายความว่า ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการหรือให้ดําเนินการที่โดยทั่วไปแล้ว

เป็นส่วนหนึ่งของการประกอบกิจการหรือการดําเนินการที่เป็นใบอนุญาตหลัก

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการอนุญาตใดกําหนดอายุใบอนุญาตไว้น้อยกว่าห้าปี

จะตราพระราชกฤษฎีกาขยายอายุใบอนุญาตสําหรับกฎหมายนั้นเป็นไม่น้อยกว่าห้าปีก็ได้

การตราพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งให้กระทําได้เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าอายุใบอนุญาต

ที่กําหนดในกฎหมายนั้น ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป หรือเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร

ในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้ระบุชื่อพระราชบัญญัติและชื่อใบอนุญาต อายุใบอนุญาตที่ขยายแล้ว

ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าห้าปี และค่าธรรมเนียมที่ต้องชําระไว้ด้วย

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ก่อนตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๒๑ หรือมาตรา ๒๒

ให้คณะรัฐมนตรีส่งร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาพิจารณาเป็นเวลา

ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน แต่ไม่เกินหกสิบวันในสมัยประชุมของรัฐสภา เมื่อพันกําหนดเวลาดังกล่าวแล้ว

หากสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภามิได้มีมติทักท้วง ให้นําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงตราพระราชกฤษฎีกา

ดังกล่าวต่อไป

หน้า ๑๒

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๕

ให้เป็นหน้าที่ของสํานักงาน ก.พ.ร. ที่จะหารือกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาต

เพื่อเสนอคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี

เกี่ยวกับการดําเนินการตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๒๑ หรือมาตรา ๒๒ ต่อไป

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ให้เป็นหน้าที่ของผู้อนุญาตที่จะต้องกําหนดหลักเกณฑ์และแนวทาง

การตรวจสอบการประกอบกิจการหรือการดําเนินการของผู้รับอนุญาตให้เป็นไปตามที่กฎหมายว่าด้วย

การอนุญาตกําหนด และให้เป็นหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้อนุญาตที่จะต้องตรวจสอบ

ตามหลักเกณฑ์และแนวทางดังกล่าว

เมื่อมีผู้ได้รับความเดือดร้อนรําคาญ หรือเสียหายจากการประกอบกิจการหรือการดําเนินการ

ของผู้รับอนุญาต ไม่ว่าความจะปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เองหรือมีผู้ร้องเรียน ให้เป็นหน้าที่

ของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่จะดําเนินการตรวจสอบและสังการตามหน้าที่และอํานาจโดยเร็ว

หลักเกณฑ์และแนวทางตามวรรคหนึ่ง ให้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ในกรณีที่ใบอนุญาตหรือหลักฐานการต่ออายุใบอนุญาตชํารุด สูญหาย หรือถูกทําลาย

หากจําเป็นต้องมีการแจ้งความเพื่อเป็นหลักฐานในการขอออกใบแทนใบอนุญาต ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตนั้น โดยไม่ต้องแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตํารวจอีก

ให้นําความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่กรณีที่ใบอนุญาตหรือหลักฐานการต่ออายุใบอนุญาต

ซึ่งออกให้หรืออยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

ให้เป็นหน้าที่ของสํานักงาน ก.พ.ร. ที่จะติดตามผลการปฏิบัติตามมาตรานี้ และรายงาน

คณะรัฐมนตรีในกรณีที่มีหน่วยงานของรัฐไม่ปฏิบัติตามมาตรานี้

การให้บริการ

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้หน่วยงานของรัฐใดมีหน้าที่และอํานาจในการพิจารณา

รับรอง เห็นชอบ ให้ความเห็น จ่ายเงิน ให้ได้รับสวัสดิการ รวมทั้งการดําเนินการหรือการให้บริการอื่นใด

แก่ประชาชน ให้นําความในมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๕ และมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับแก่การพิจารณา

รับรอง เห็นชอบ ให้ความเห็น จ่ายเงิน ให้ได้รับสวัสดิการ รวมทั้งการดําเนินการหรือการให้บริการ

ของหน่วยงานของรัฐนั้นด้วยโดยอนุโลม โดยในกรณีที่บทบัญญัติมาตราดังกล่าวกําหนดให้เป็นหน้าที่

หรืออํานาจของผู้อนุญาต ให้ถือว่าเป็นหน้าที่หรืออํานาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่

หน้า ๑๓

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๕

และอํานาจตามกฎหมาย หรือเจ้าหน้าที่ซึ่งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้นมอบหมาย ในการพิจารณา

รับรอง เห็นชอบ ให้ความเห็น จ่ายเงิน ให้ได้รับสวัสดิการ และการดําเนินการหรือการให้บริการอื่นใด

ดังกล่าว

การทบทวนและปรับปรุงการอนุญาตและการให้บริการ

มาตรา ๒

มาตรา ๒ เมื่อมีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายว่าด้วยการอนุญาต ให้หน่วยงาน

ของรัฐดําเนินการประเมินในประเด็นดังต่อไปนี้ด้วย

(๑) ความเหมาะสมและความคุ้มค่าของการใช้ระบบอนุญาต เมื่อพิจารณาถึงภาระหน้าที่

ที่ประชาชนต้องปฏิบัติ กับประโยชน์ที่สังคมพึงได้รับจากการใช้ระบบอนุญาตพร้อมทั้งระบุอุปสรรค

หรือความเสี่ยงหากเปลี่ยนจากระบบการขออนุญาตเป็นการจดแจ้งหรือการจดทะเบียน

(๒) ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการอนุญาตกําหนดให้คณะกรรมการเป็นผู้มีอํานาจอนุญาต

ให้ประเมินผลดีและผลเสียของการที่ยังคงระบบคณะกรรมการและการให้คณะกรรมการมีอํานาจอนุญาตไว้

การประเมินผลสัมฤทธิ์ในประเด็นตามวรรคหนึ่ง ให้หน่วยงานของรัฐที่ประเมินผลสัมฤทธิ์

ดําเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการกําหนด โดยให้มีการประเมิน

ผลสัมฤทธิ์โดยผู้ประเมินอิสระด้วย เว้นแต่เป็นกรณีที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการกําหนด

ให้ประเมินผลสัมฤทธิ์ได้โดยไม่ต้องมีผู้ประเมินอิสระ ทั้งนี้ ให้หน่วยงานของรัฐแจ้งผลการประเมิน

ผลสัมฤทธิ์ไว้ในระบบกลางด้วย

ไม่ว่าจะมีการประเมินผลสัมฤทธิ์ตามวรรคหนึ่งหรือไม่ คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

จะแจ้งหน่วยงานของรัฐพิจารณาประเมินผลสัมฤทธิ์ในประเด็นตามวรรคหนึ่งเป็นการเฉพาะในเวลา

ที่เห็นสมควรก็ได้ ทั้งนี้ ให้หน่วยงานของรัฐนั้นรายงานข้อเสนอแนะและผลการพิจารณาในประเด็นดังกล่าว

พร้อมเหตุผลต่อคณะรัฐมนตรีผ่านคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ แล้วแต่กรณี ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง เพื่อพิจารณามีมติต่อไป

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ เมื่อมีเหตุจําเป็นอันสมควรที่จะต้องปรับปรุงกระบวนการ ขั้นตอน และระยะเวลา

ในการพิจารณาอนุญาตหรือให้บริการตามที่กําหนดในคู่มือสําหรับประชาชนเพื่อให้การให้บริการประชาชน

มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ให้ผู้อนุญาตหรือหัวหน้าหน่วยงานของรัฐดําเนินการแก้ไขคู่มือสําหรับประชาชน

ตามมาตรา ๑๕ โดยพลัน โดยต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องและประชาชน และให้นําสถิติ

การแจ้งเหตุแห่งความล่าช้าตามมาตรา ๑๕ มาประกอบการพิจารณาด้วย

หน้า ๑๕

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๕

การรับฟังความคิดเห็นตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยให้ดําเนินการผ่านระบบกลางเป็นระยะเวลา

ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน และจะใช้วิธีการอื่นเพิ่มเติมด้วยก็ได้

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ให้ผู้อนุญาตจัดให้มีการทบทวนคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา ๑๕

เป็นประจําตามรอบระยะเวลาที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการกําหนด แต่ไม่เกินสามปีนับแต่

วันที่มีการทบทวนครั้งล่าสุด และให้เผยแพร่ผลการพิจารณาทบทวนดังกล่าวผ่านช่องทางที่สํานักงาน ก.พ.ร.

ประกาศกําหนด

ให้นําความในมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับแก่การดําเนินการตามวรรคหนึ่งด้วยโดยอนุโลม

ศูนย์รับคําขอกลาง

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ เพื่อประโยชน์ในการอํานวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้คณะรัฐมนตรี

ตามข้อเสนอแนะของสํานักงาน ก.พ.ร. จัดให้มีศูนย์รับคําขอกลางขึ้นในหน่วยงานของรัฐ

ตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนด โดยดําเนินการผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทําหน้าที่เป็นศูนย์กลาง

ในการรับคําขอต่าง ๆ ตามกฎหมาย ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีจะมอบหมายให้เอกชนเป็นผู้ดําเนินการ

ศูนย์ดังกล่าวก็ได้ โดยหน่วยงานของรัฐดังกล่าวเป็นผู้กํากับดูแล

การมอบหมายให้เอกชนเป็นผู้ดําเนินการศูนย์รับคําขอกลางตามวรรคหนึ่ง จะกระทําได้ต่อเมื่อ

มีหลักประกันเพียงพอที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความลับทางการค้าที่มีประสิทธิภาพ

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ เมื่อมีศูนย์รับคําขอกลางตามมาตรา ๓๐ แล้ว

(๑) ในกรณีที่กฎหมายหรือกฎที่ออกตามกฎหมายดังกล่าวกําหนดให้ต้องยื่นคําขอ

หรือส่งเอกสารหรือหลักฐาน หรือค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใด ณ สถานที่ใด ถ้าได้มีการยื่นคําขอ

หรือส่งเอกสารหรือหลักฐาน หรือค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใดไปยังศูนย์รับคําขอกลางแล้ว ให้ถือว่า

ได้มีการยื่นคําขอ หรือส่งเอกสารหรือหลักฐาน หรือค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใดโดยชอบตามกฎหมายนั้นแล้ว

(๒) บรรดาเินค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใดที่ศูนย์รับคําขอกลางได้รับไว้ตาม (๑) ให้ศูนย์รับคําขอกลาง

นําส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินในนามของหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ หรือส่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

แล้วแต่กรณี และแจ้งให้หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบทราบ

(๓) ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายจากเงินที่จะต้องนําส่งคลัง

ให้ศูนย์รับคําขอกลางหักเงินดังกล่าวแทนและส่งมอบเงินที่หักไว้นั้นให้แก่หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ

หน้า ๑๕

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๕

โดยให้ศูนย์รับคําขอกลางมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายของศูนย์รับคําขอกลางตามอัตราที่จะได้ตกลงกับหน่วยงาน

ของรัฐที่รับผิดชอบ

(๓๑) ระยะเวลาตามมาตรา ๑๕ ให้นับแต่วันที่ศูนย์รับคําขอกลางส่งเรื่องให้หน่วยงานของรัฐ

ที่รับผิดชอบ โดยศูนย์รับคําขอกลางจะต้องส่งเรื่องให้หน่วยงานของรัฐดังกล่าวไม่ช้ากว่าหนึ่งวันทําการ

และให้นํามาตรา ๑๕ วรรคสี มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

(อ ให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบที่จะต้องส่งคู่มือสําหรับประชาชน

ตามมาตรา ๑๕ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันให้ศูนย์รับคําขอกลาง

และดําเนินการให้มีการฝึกอบรมหรือชี้แจงแก่เจ้าหน้าที่ของศูนย์รับคําขอกลาง เพื่อให้เกิดความชํานาญ

ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย

(9) ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของศูนย์รับคําขอกลางที่จะต้องดําเนินการตามมาตรา ๑๒๐

และต้องรับผิดชอบในฐานะเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๒๐

ให้ศูนย์รับคําขอกลางจัดให้มีแบบคําขอกลางที่ สามารถใช้ในการยื่นคําขอผ่านศูนย์รับคําขอกลางได้

ในหลายประเภทกิจการและต่อหลายหน่วยงานของรัฐ โดยหากการอนุญาตหรือบริการใดจําเป็น

ต้องพิจารณาข้อมูลนอกเหนือจากข้อมูลที่ผู้ยื่นคําขอให้ไว้ในแบบคําขอกลาง ให้จัดทําเป็นแบบคําขอผนวก

เฉพาะสําหรับการอนุญาตหรือบริการนั้น

ให้ถือว่าแบบคําขอกลางและแบบคําขอผนวกตามวรรคสองเป็นแบบคําขอตามที่กฎหมาย

ว่าด้วยการนั้นกําหนด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะอนุญาตให้ศูนย์รับคําขอกลางหักเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใด

ตาม (๒) เป็นรายจ่ายสําหรับพัฒนาการให้บริการของศูนย์รับคําขอกลาง ไม่เกินร้อยละหท้าสิบก็ได้

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ ให้ศูนย์รับคําขอกลางมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) รับคําขอและค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใด รวมตลอดทั้งคําอุทธรณ์ ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

(๒) ให้ข้อมูล ชี้แจง และแนะนําผู้ยื่นคําขอหรือประชาชนให้ทราบถึงหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการขออนุญาต ขอรับเงิน ขอรับสวัสดิการ หรือขอรับบริการ รวมตลอดทั้งความจําเป็น

ในการยื่นคําขออื่นใดที่จําเป็นต้องดําเนินการตามกฎหมาย ในการประกอบกิจการหรือดําเนินการ

อย่างหนึ่งอย่างใด

(๓) ส่งคําขอ หรือคําอุทธรณ์ ที่ได้รับจากผู้ยื่นคําขอหรือผู้ยื่นคําอุทธรณ์พร้อมทั้งเอกสาร

หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง และคอยติดตามเร่งรัดหน่วยงานของรัฐดังกล่าว

หน้า ๑๐

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๕

เพื่อดําเนินการให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กําหนดตามพระราชบัญญัตตินี้ และคู่มือสําหรับประชาชน

ตามมาตรา ๑๕ หรือตามกฎหมายที่ให้สิทธิในการอุทธรณ์

เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการตามมาตรานี้ ให้เจ้าหน้าที่ของศูนย์รับคําขอกลางมีฐานะ

เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาต

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ให้สํานักงาน ก.พ.ร. มีหน้าที่และอํานาจในการกํากับดูแล ประสาน และขับเคลื่อน

ให้หน่วยงานของรัฐพัฒนาการให้บริการประชาชนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

ในการให้บริการประชาชนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบตลอดทั้งกระบวนงาน และให้มีหน้าที่

และอํานาจดังต่อไปนี้ด้วย

(๑) รวบรวมปัญหาและอุปสรรคจากการอนุญาตและการดําเนินการของศูนย์รับคําขอกลาง

เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการและรายงานต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสังการ

ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดําเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมต่อไป

(๒) ในกรณีที่เห็นว่าหลักเกณฑ์หรือวิธีการในการยื่นคําขอ มีรายละเอียดหรือกําหนด

ให้ต้องส่งเอกสารที่ไม่จําเป็น หรือไม่เอื้อต่อการให้บริการประชาชนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

หรือเป็นภาระเกินสมควรแก่ประชาชน ให้เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อสังการให้หน่วยงานของรัฐ

ที่เกี่ยวข้องดําเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

(๓) เสนอแนะในการพัฒนาหรือปรับปรุงกระบวนการ ขั้นตอน ระยะเวลา เกี่ยวกับการอนุญาต

การจ่ายเงิน การให้ได้รับสวัสดิการ หรือการให้บริการต่าง ๆ รวมถึงข้อเสนอในการออกกฎหมาย กฎ

หรือกําหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการอนุญาต การจ่ายเงิน การให้ได้รับสวัสดิการ หรือการให้บริการ

เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกมากขึ้น

บทเบ็ดเตล็ด

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา ๑๕ รวมทั้ง

หลักเกณฑ์และแนวทางตามมาตรา ๒๕ ได้โดยสะดวก ให้ผู้อนุญาตและหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ

มีหน้าที่เผยแพร่คู่มือ หลักเกณฑ์และแนวทางดังกล่าวผ่านระบบสารสนเทศของหน่วยงานและปิดประกาศไว้

ณ สถานที่ที่กําหนดให้ยื่นคําขอ รวมทั้งเผยแพร่ผ่านช่องทางที่สํานักงาน ก.ุพ.ร. ประกาศกําหนด

หน้า ๑

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๐๕

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ ในกรณีที่ผู้ใดมีความจําเป็นเร่งด่วน ประสงค์จะได้รับอนุญาตหรือบริการ

ในระยะเวลารวดเร็วเป็นพิเศษกว่าระยะเวลาที่กําหนดไว้ในคู่มือสําหรับประชาชน จะยื่นคําขอเพื่อขอรับ

การอนุญาตหรือบริการเป็นพิเศษดังกล่าว โดยยินยอมเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามที่ผู้อนุญาตกําหนดก็ได้

การจัดให้มีช่องทางพิเศษแบบเร่งด่วนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง ในกฎกระทรวงดังกล่าวให้ระบุค่าใช้จ่ายที่ผู้ยื่นคําขอจะต้องชําระ

เพิ่มขึ้นด้วย

การจัดให้มีช่องทางพิเศษตามวรรคสอง ต้องไม่มีผลกระทบต่อการให้บริการประชาชนตามปกติ

ที่ปรากฏอยู่ในคู่มือสําหรับประชาชนอยู่แล้ว

ค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่งให้นําส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

จะอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐหักเป็นรายจ่ายสําหรับพัฒนาการให้บริการแก่ประชาชนไม่เกินร้อยละหท้าสิบก็ได้

ความในวรรคสีไม่ใช้บังคับแก่รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐอื่นที่มีกฎหมายกําหนดให้รายได้

ของหน่วยงานตกเป็นของหน่วยงานนั้น

มาตรา ๓๒๐

มาตรา ๓๒๐ เพื่อประโยชน์ในการให้บริการประชาชน หน่วยงานของรัฐอาจจัดให้แบบคําขอ

ใบอนุญาต หลักฐานการต่ออายุใบอนุญาต ใบแทนใบอนุญาต หรือคู่มือสําหรับประชาชนตามมาตรา ๑๕

เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น หรือมีภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นกํากับด้วย ตามที่เห็นสมควรหรือตามที่

สํานักงาน ก.พ.ร. เสนอแนะก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ การกรอกข้อความในเอกสารดังกล่าวจะกระทํา

เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นดังกล่าวก็ได้ และมิให้นํามาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ

ทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๕ มาใช้บังคับ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๓

มาตรา ๓ เมื่อพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแล้ว บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ คําสั่ง

หรือมติคณะรัฐมนตรีใด อ้างถึงบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต

ของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๕ ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ คําสัง หรือมติคณะรัฐมนตรีนั้น

อ้างถึงบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ในบทมาตราที่มีนัยเดียวกัน

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ คู่มือสําหรับประชาชนที่จัดทําขึ้นตามพระราชบัญญัติการอํานวยความสะดวก

ในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๕ ให้ใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะมีคู่มือสําหรับประชาชน

ตามพระราชบัญญัตินี้ในเรื่องเดียวกัน

หน้า ๑๕

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๐๕

ให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่และอํานาจตามมาตรา ๒๐ จัดทําคู่มือสําหรับประชาชน

ตามมาตรา ๑๕ ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศ

ในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ ให้พระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติ

การอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๕ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับ

หลักเกณฑ์และวิธีการชําระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคําขอต่ออายุใบอนุญาต

ยังคงมีผลใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่ากฎกระทรวงตามมาตรา ๒๐ วรรคสองจะใช้บังคับ

มาตรา ๕๐

มาตรา ๕๐ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐใดมีการจัดให้มีช่องทางพิเศษแบบเร่งด่วนอยู่แล้ว

ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้สามารถดําเนินการดังกล่าวได้ต่อไปจนกว่ากฎกระทรวง

ตามมาตรา ๓๕ วรรคสองจะใช้บังคับ และเมื่อกฎกระทรวงดังกล่าวใช้บังคับแล้วให้ปฏิบัติตามข้อกําหนด

ในกฎกระทรวงและภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงกําหนด

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อนุทิน ชาญวีรกูล

นายกรัฐมนตรี

หน้า ๑๕

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๓๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๕

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง

พระราชบัญญัติการอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๕ ให้ทันสมัย

มีกําหนดเวลาดําเนินการในแต่ละขั้นตอนที่ชัดเจน ลดขั้นตอนการอนุญาตที่ไม่จําเป็น นําเทคโนโลยีมาใช้

ในการอนุญาตและการให้บริการภาครัฐ และให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจในการอนุมัติ อนุญาต เพียงเท่าที่จําเป็น

อันเป็นการลดภาระและต้นทุนของประชาชนซึ่งจะเป็นผลดีต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ของประเทศในภาพรวม จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/rkj-2026-07-08-00117433

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com