法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569

เลขที่
วันที่ประกาศ
22 สิงหาคม 2569
จำนวนมาตรา
8

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

หน้า ๑

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๕๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๐๕

ต ย

๑7 ๑>-

พระราชบัญญัติ

สร้างเสริมสังคมสันติสุข

พ.ศ. ๒๕๒๐๕

๕ =% ซ ซ= =

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดศรสนทรมหาวชิราลงกรณ

ณี 9๑/ 9๑7 1 ๓

พระวชรเกลาเจาอยูหว

ให้ไว้ ณ วันที ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๐๕

เป็นปีที ๑๑ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยทีเป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการสร้างเสริมสังคมสันติสุขด้วยการนิรโทษกรรมให้แก่

ผู้ทิเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมืองอันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจ

ทางการเมืองซึงได้กระทําตังแต่วันที ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ถึงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภา

ดังต่อไปนี่

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินิเรียกว่า “พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข

พ.ศ. ๒๕๒๐๕๑๕”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินีให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ พระราชบัญญัตินีมิให้มีผลนิรโทษกรรมแก่การกระทําความผิดฐานทุจริต

หรือประพฤติมิชอบ การกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และการกระทํา

๑ ซ่๐๑ขบญ่ ๕« | ฆ ๕ ขยวมฆ่ ข๑ 0ง

ความผิดทิทําให้ผู้อืนถึงแก่ความตาย หรือเป็นเหตุให้ผู้อืนได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา

หน้า ๒

เล่ม ๑๕๓ ตอนที ๕๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๐๕

ฆ จ่ ไล“ ๐ = 1 1 ๑7 ฆ จ่ ๕ ๐ จ่ข ๑7/ = 1

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ หรือทีเป็นการกระทําความผิดต่อส่วนตัวหรือทีเป็นการกระทําที่ต้องรับผิดต่อบุคคลใด

ทีมิใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข”

ประกอบด้วย

(๑) นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ

(๒) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธานกรรมการ

(๓) ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นกรรมการ

(๑) เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นกรรมการ

(@) ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมาย หรือด้านสิทธิมนุษยชน หรือด้านกระบวนการยุติธรรม

ทางอาญาซึงได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร จํานวนหนึ่งคน

เป็นกรรมการ

(9) ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมาย หรือด้านสิทธิมนุษยชน หรือด้านกระบวนการยุติธรรม

ทางอาญาซึงได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้าน

ในสภาผู้แทนราษฎร จํานวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ

(๓) ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมาย หรือด้านสิทธิมนุษยชน หรือด้านกระบวนการยุติธรรม

ทางอาญาซึ่งได้รับความเห็นชอบจากทีประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย จํานวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ

(@) ผู้ เชียวชาญในองค์กรภาคประชาสังคมเกียวกับการจัดการความขัดแย้ งและอํานวยความยุติธรรม

๕«- จงจ่ ๑ 6๕6 ย ๐ =< ๕

เปนท์ประจักษ์ซังประธานสภาผู้แทนราษฎรเสนอ จํานวนหนึงคน เป็นกรรมการ

(๓๑) ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการ

จข่ ขง๐ |, บ ขณฆ ! ข จ

บุคคลทีจะได้รับการแต่งตั้งตาม (๕) (๒) (๓) และ (๕) ต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสีย

ตามพระราชบัญญัตินี

ให้มีการประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขครั้งแรกภายในสามสิบวันนับตังแต่วันที

๑7 ขะ=๑๑= 9/7 ๑7/ ๑»

พระราชบัญญัตินิมีผลใช้บังคับ

มาตรา ๕

มาตรา ๕ กรรมการตามมาตรา ๕ (๕) (๒) (๓) และ (๕) พันจากตําแหน่งเมือตาย

หรือลาออก

ในกรณีทีกรรมการพ้นจากตําแหน่ง ให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขประกอบด้วย

กรรมการเท่าทีมีอยู่ แต่ต้องมีจํานวนกรรมการไม่น้อยกว่าห้าคน และให้ดําเนินการตามมาตรา ๕

หน้า ๓

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๕๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๐๕

เพื่อให้มีกรรมการครบตามจํานวนที่กําหนดภายในสามสิบวันนับจากวันที่กรรมการพันจากตําแหน่ง

เว้นแต่กรณีที่ยังไม่สามารถดําเนินการตามมาตรา ๕ (๕) (๒) และ (๕) ได้

มาตรา ๒

มาตรา ๒ ให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขมีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้

(๑) วินิจฉัยชี้ขาดการได้รับนิรวโทษกรรมและการพันจากความรับผิดทั้งปวงตามพระราชบัญญัตินี้

(๒) รับเรื่องร้องขอการนิรโทษกรรมจากผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง โดยต้องจัดให้มีช่องทาง

อํานวยความสะดวกในการร้องขอการนิรโทษกรรม

(๓) เรียกเอกสาร สิ่งของ หรือบุคคลมาให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริง

(@) จัดทํารายงานผลการดําเนินงาน การประเมินสถานการณ์ และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ

การสร้างเสริมสังคมสันติสุขเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และเผยแพร่ต่อ

ประชาชน

(@) สื่อสารสร้างความเข้าใจสาธารณะเพื่อนําไปสู่การสร้างเสริมสังคมสันติสุข

(๐) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดําเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญิตินี้

(๓) ออกระเบียบหรือประกาศเพื่อดําเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตตินี้

(๕@) ดําเนินการอื่นใดเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

คําวินิจฉัยชี้ขาดตาม (๑) ให้ถือว่าเป็นที่สุด มีผลผูกพันให้หน่วยงานของรัฐในกระบวนการยุติธรรม

ต้องรับไปดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขซึ่งได้กระทําโดยสุจริต ย่อมได้รับ

ความคุ้มครอง

มาตรา ฆ บรรดาการกระทําใด ๆ ของบุคคลที่เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง

หรือแสดงออกทางการเมือง อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองหรือแรงจูงใจทางการเมือง

ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ถึงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ที่กฎหมายบัญญัตติ

เป็นความผิดตามที่ระบุในบัญชีท้ายพระราชบัญญัตตินี้ รวมทั้งฐานความผิดที่เกี่ยวพันกัน ให้การกระทํานั้น

ไม่เป็นความผิดและให้ผู้กระทําการนั้นพันจากการเป็นผู้กระทําความผิดและไม่ถือว่าเป็นผู้เคยกระทําความผิด

รวมถึงพันจากความรับผิดทางอาญาและทางพินัยเท่าที่ไม่ขัดกับพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ

มาตรา ๕

มาตรา ๕ เมื่อพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับแล้ว ในกรณีที่ผู้ที่ได้รับสิทธิตามมาตรา ๓

ยังมิได้ถูกฟ้องคดีต่อศาลหรืออยู่ในระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ

ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการระงับหรือยุติการสอบสวนหรือการฟ้องคดี แล้วแต่กรณี

หน้า ๕

เล่ม ๑๕๓ ตอนที ๕๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๐๕

หากผู้นันถูกฟ้องคดีต่อศาลแล้วและคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลใดให้ศาลนันยุติการพิจารณา

และจําหน่ายคดีออกจากสารบบความ

=-' จ่ ณซ ๐ = ฆ ๓ ๕ 1 ๑ จซจ่ ๑7 ฆ=๑ซั= 9๑7 ๐7/ 0๑๐7 ขฆณ๓ 1 ๓ ๕

คดีใดทิศาลมีคําพิพากษาให้ลงโทษผู้นันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินีมีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าผู้นัน

ไม่เคยต้องคําพิพากษาว่าได้กระทําความผิดนั่น และถ้าผู้นันอยู่ระหว่างการรับโทษให้การลงโทษนัน

สินสุดลงและให้ปล่อยตัวผู้นันไป

ฆซฆ่= ฆ =% ฆ๓= 9 ๐ = = ๑ =%

กรณีทิมีการบันทึกประวัติอาชญากรรมของผู้กระทําความผิดหรือมีการบันทึกไว้ในฐานะ

เป็นประวัติอาชญากรรม ให้ประวัตินันเป็นอันสินผล และจะนําประวัติอาชญากรรมนันไปใช้ยันบุคคลนัน

ฆ่ ๕ =๑ท 9 ฆ 1 ฆ ๕43 ฆ ข จย่ ๐ ๑7 ๐ ฒฆฒ 0๓ ๕ ๑7/=

ในทางทีเป็นโทษมิได้ และให้หน่วยงานของรัฐซึงมีหน้าทีและอํานาจจัดทําหรือจัดเก็บประวัติอาชญากรรม

ลบข้อมูลประวัติความผิดทางอาญานัน

มาตรา «๑ ในกรณีทีการกระทําผิดตามมาตรา ซ ก่อให้เกิดความเสียหายทางแพ่ง

แก่หน่วยงานของรัฐให้การดําเนินคดีทางแพ่งโดยหน่วยงานของรัฐเป็นอันยุติลง และมิให้หน่วยงานของรัฐนัน

ฟ้องร้องเพิ่มเติมเกียวกับความเสียหายดังกล่าว

กรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าศาลมีคําพิพากษาหรือคําสังให้ผู้ใดชําระค่าเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐใด

ข 9% | ฆ ๑/ ๑7 ฆ๑ ข 1 ๑ ๕ ๑7 = ย 4 1 1 ๐ จ

ให้การชดใช้ค่าเสียหายหรือการบังคับคดีให้หน่วยงานของรัฐเป็นอันยุติลง ทังนี่ ไม่กระทบต่อการชําระหนี่

ฆ ๑/ ๑7 ฆ=ซฆ่๐ = ๕ 3%ั 1 9/

หรือการบังคับคดีทีดําเนินการเสร็จสินไปก่อนแล้ว

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ การทีผู้ใดได้รับสิทธิพันจากความรับผิดตามกฎหมายตามพระราชบัญญัตินี

| ๕ ๑/ = =๑ ขยฆญ่ 4ท ด 1 ฆ จ่ท ย๑ ๐ ๑ 67 จ่ ขฆข๕๑ =๑

ไม่เป็นการตัดสิทธิของผู้อินซึงไม่ใช่หน่วยงานของรัฐทีได้รับผลกระทบจากการกระทําของผู้นั้นในการทีจะใช้สิทธิ

เรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจากการกระทําของผู้นัน

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ บรรดาการกระทําตามความในมาตรา ซ ทีไม่ได้รับการนิรโทษกรรม

ตามพระราชบัญญัตินี ถ้าผู้กระทําความผิดซึ่งอายุตํากว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในขณะกระทําความผิดร้องขอ

ไม่ว่าผู้นันจะถูกดําเนินคดีหรือแจ้งข้อกล่าวหาแล้วหรือไม่ และคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข

เห็นเป็นการสมควรเพื่อสร้างเสริมสังคมสันติสุข ให้จัดทําแผนแก้ไขบําบัดฟืนฟูผู้กระทําความผิดแล้วส่งแผน

พร้อมความเห็นไปยังพนักงานอัยการเพื่อใช้มาตรการพิเศษแทนการดําเนินคดีอาญา หรือให้พนักงานอัยการ

ฆ่ ๐ ขซ 1 ฆ่ จฆ 1 1 = ข่ 9๑7 ขา % ซ=ซ 1๑ ณฆ ๐ =

ยืนคําร้องต่อศาลทิคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา เพื่อให้ใช้มาตรการและสังยุติคดิโดยไม่ต้องมีคําพิพากษา

ตามกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว และให้ศาล

มีอํานาจรับฟังความเห็นของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขประกอบการพิจารณาสังใช้มาตรการ

ดังกล่าวได้ไม่ว่าคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นใด

ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับการกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒

หน้า ๕

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๕๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๕

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขต้องดําเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตตินี้

ให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ประชุมครั้งแรก

ในกรณีเห็นว่าไม่อาจดําเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายในกําหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ขยายเวลา

ดําเนินการออกไปได้อีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินเก้าสิบวัน

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อนุทิน ชาญวีรกูล

นายกรัฐมนตรี

บัญชีท้ายพระราชบัญญัติ

สร้างเสริมสังคมสันติสุข

พ.ศ. ๒๕๒๐๕

๑. ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๒๐๑

(เฉพาะที่ไม่เกี่ยวพันกับการเลือกโดยทุจริต การเลือกที่ไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ)

๒. ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๐๑

(เฉพาะที่ไม่เกี่ยวพันกับการเลือกตั้งโดยทุจริต การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ)

๓. ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มา

ซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐ (เฉพาะที่ไม่เกี่ยวพันกับการเลือกตั้งโดยทุจริต การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม

และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ)

๕. ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ

สมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ (เฉพาะที่ไม่เกี่ยวพันกับการเลือกตั้งโดยทุจริต การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม

และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ)

๕. ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๕๑

(เฉพาะที่ไม่เกี่ยวพันกับการเลือกตั้งโดยทุจริต การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ)

๒. ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๕๐

(เฉพาะที่ไม่เกี่ยวพันกับการเลือกตั้งโดยทุจริต การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ)

ฒ. ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมบูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๒๐๐

(เฉพาะที่ไม่เกี่ยวพันกับการเลือกตั้งโดยทุจริต การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ)

๕. ความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑

«๕. ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

(๑) ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร มาตรา ๑๑๓ (๑) หรือ (๒) มาตรา ๑๑๕

(เฉพาะการตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ) และมาตรา ๑๑๒ ถึงมาตรา ๑๑๕

(๒) ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร มาตรา ๑๒๕

(๓) ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย มาตรา ๑๓๕/๑ (๒) หรือ (๓) มาตรา ๑๓๕/๒ และมาตรา ๑๓๕/๓

(@) ความผิดต่อเจ้าพนักงาน มาตรา ๑๓๒ ถึงมาตรา ๑๕๐

(๕) ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม มาตรา ๑๐๕ มาตรา ๑๒๕ มาตรา ๑๕๐ มาตรา ๑๕๕

มาตรา ๑๕๐

มาตรา ๑๕๐ มาตรา ๑๕๑ และมาตรา ๑๕๕

(๒) ความผิดเกี่ยวกับศาสนา มาตรา ๒๐๒ และมาตรา ๒๐๕

(๓) ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน มาตรา ๒๐๕ ถึงมาตรา ๒๑๒

(๕) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน มาตรา ๒๑๓ ถึงมาตรา ๒๒๑ มาตรา ๒๒๕

และมาตรา ๒๒๒๐

(@) ความผิดต่อร่างกาย มาตรา ๒๓๕ มาตรา ๒๕๒๐ มาตรา ๒๕๕ และมาตรา ๓๐๐

(๑๐) ความผิดต่อเสรีภาพ มาตรา ๓๐« วรรคหนึ่งและวรรคสาม มาตรา ๓๑๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๑๐ ทวิ

และมาตรา ๓๑๑ วรรคหนึ่ง

(๑๑) ความผิดฐานหมิ่นประมาท มาตรา ๓๒๒ และมาตรา ๓๒๕

(๑๒) ความผิดฐานทําให้เสียทรัพย์ มาตรา ๓๕๕ มาตรา ๓๕๕ (๓) และมาตรา ๓๒๐

(๑๓) ความผิดฐานบุกรุก มาตรา ๓๐๒ มาตรา ๓๒๕ และมาตรา ๓๐๕

(๑๕) ความผิดลหุโทษ มาตรา ๓๒๕ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕๕ มาตรา ๓๕๕ มาตรา ๓๕๑

มาตรา ๓๑๒

มาตรา ๓๑๒ และมาตรา ๓๕๓

๑๐. ความผิดตามพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๕

๑๑. ความผิดตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๕

๑๒. ความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๕๕

๑๓. ความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

๑๕. ความผิดตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑

๑๕. ความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. ๒๕๕๓

๑๒. ความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พุทธศักราช ๒๕๕

๑๓. ความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐

๑๕. ความผิดตามพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐

๑๓. ความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

๒๐. ความผิดตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕

๒๑. ความผิดตามพระราชบัญญัติธง พ.ศ. ๒๕๒๒

๒๒. ความผิดตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๕

๒๓. ความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕

๒๕. ความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๕

๒๕. ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐

๒๒. ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๕

๒๓๕. ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๕๒๑

๒๕. ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๕๕๕

๒«๕. ความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

๓๐. ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน

พ.ศ. ๒๕๕๐

๓๑. ความผิดตามประกาศและคําสั่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์

ทรงเป็นประมุข ประกาศและคําสั่งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ประกาศและคําสั่งคณะรักษาความสงบ

แห่งชาติ และประกาศและคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

หน้า ๒

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๕๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๐๕

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ตลอดระยะเวลาเกือบยี่สิบปีที่ผ่านมา

ประเทศไทยเกิดการแตกแยกของความคิดทางการเมือง แบ่งแยกเป็นฝักเป็นฝ่ายไปทั่วประเทศ

มีการผลัดกันชุมนุมทางการเมืองของประชาชนที่ต่อต้านรัฐบาลที่เป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง

ตลอดมาโดยทําให้รัฐบาลได้ยกระดับการประกาศและบังคับใช้กฎหมายควบคุมการชุมนุมทางการเมือง

อย่างเข้มงวด ซึ่งส่งผลให้การชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนกลายเป็น

การกระทําผิดต่อกฎหมาย ทั้ง ๆ ที่ประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือเข้าร่วมแสดงออกทางการเมือง

ในรูปแบบต่าง ๆ หรือแม้กระทังประชาชนผู้ไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองและไม่ได้เข้าร่วมแสดงออก

ทางการเมือง แต่เมื่อได้มีการกระทําที่มีมูลเหตุเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องกันมาจากความขัดแย้งทางการเมือง

แม้จะได้กระทําการใด ๆ ไปเพียงเพราะมีเจตนาที่ดีต่อบ้านเมืองหรือเจตนาต้องการเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าด้วยดี

นอกจากนี้แล้วสาเหตุอันสําคัญอีกประการหนึ่งที่ก่อให้เกิดการกระทําของบุคคลเช่นว่านั้นก็อาจกล่าวได้ว่า

เกิดมาจากการบังคับใช้กฎหมายที่ขาดความยืดหยุ่นจนนําไปสู่ การเผชิญหน้าของประชาชนและ

เจ้าหน้าที่ของรัฐจนเกิดกระทบกระทั่งทางอารมณ์ต่อกัน และเจ้าหน้าที่ ของรัฐสลายการชุมนุม

จนเป็นเหตุให้ประชาชนตลอดจนเจ้าหน้าที่ของรัฐจํานวนมากเกิดการบาดเจ็บล้มตาย และยังมีผู้เข้าร่วมชุมนุม

หรือเข้าร่วมแสดงออกทางการเมืองโดยบริสุทธิ์อีกจํานวนมากต้องถูกจับกุมและดําเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา

ซึ่งจากความผิดที่มีเจตนาที่แท้จริงเพียงต้องการแสดงความเห็นต่างทางการเมือง มิใช่เจตนาชั่วร้ายหรือเจตนา

กระทําความผิดทางอาญา

ด้วยปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติไม่เฉพาะแต่ทางการเมือง

หากแต่มีผลกระทบถึงภาวะทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศชาติ การกระทําต่าง ๆ

ของประชาชนผู้ร่วมชุมนุม หรือร่วมแสดงออกทางการเมืองแม้จะกลายเป็นการกระทําความผิดโดยสภาพ

ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอาญา แต่ก็เป็นการกระทําความผิดที่แท้จริงแล้วผู้กระทํามิได้มีเจตนาชั่วร้าย

หรือเจตนากระทําความผิดอาญาแต่อย่างใด หากแต่เป็นเพียงเจตนาที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง

ที่เกิดขึ้นเพียงเพราะความต้องการแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมืองหรือเพื่อเรียกร้องต่อรัฐบาลเท่านั้น

ไม่ใช่แสดงออกเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อมีวัตถุประสงค์ที่จะกระทําผิดอาญา หากแต่เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพ

ขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ จึงสมควรให้ประชาชนหรือบุคคลผู้ที่ต้องกลายเป็นผู้กระทําความผิด

และต้องรับโทษอย่างรุนแรงด้วยเหตุดังกล่าวพ้นจากความรับผิดตามกฎหมายและปราศจากมลทินมัวหมอง

เพื่อเป็นการให้โอกาสกับประชาชนและสังคมไทยที่จะกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขด้วยความสมัครสมาน

หน้า ๓

เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๕๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๐๕

สามัคคีปรองดองของคนในชาติอีกครั้ง อีกทั้งยังจะได้เป็นการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมือง

ตามระบอบประชาธิปไตย อันเป็นการรักษาคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ด้วยอันจะทําให้สังคมไทยกลับมา

อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อสร้างเสริมสังคมสันติสุขและร่วมกันพัฒนาประเทศชาติ

ให้มีความเจริญอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตตินี้

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/rkj-2026-08-23-00123992

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com