มาตรา ๔๐
มาตรา ๔๐ เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้ (๑) เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยมิต้องเสียค่าเช่าหรือประโยชน์เพิ่มอย่างอื่น ซึ่งนายจ้างจ่าย หรือให้แก่ลูกจ้างของตนเป็นค่าจ้างแรงงาน (๒) เบี้ยประชุมกรรมการ บำเหน็จกรรมการ โบนัสกรรมการ ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า หรือเงินที่ได้เนื่องจากหน้าที่ตำแหน่งงานอย่างอื่นที่ทำนอกจากที่ระบุไว้ในอนุมาตราอื่น หรือประโยชน์อย่างอื่นซึ่งได้รับเพิ่มขึ้น (๓) เงินปีพระบรมวงศานุวงศ์ เงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล และเงินที่ได้รับเป็นส่วนแบ่งหรือส่วนแจกของผลกำไรหรือดอกเบี้ย จากเงินทุนหรือทรัพย์สินอันเป็นทรัสต์ (๔) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยจากพันธบัตรหุ้นกู้ เงินกู้ยืม จำนำ จำนอง หรือจากเงินฝาก (ข) เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ค)เงินโบนัสที่จ่ายแก่ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ง)เงินลดทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเฉพาะส่วนที่จ่ายไม่เกินกว่ากำไรและเงินที่กันไว้รวมกัน (จ)เงินเพิ่มทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งตั้งจากกำไรที่ได้มาหรือเงินที่กันไว้ (ฉ)ผลประโยชน์ที่ได้จากการที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลควบเข้ากัน หรือการรับช่วงกันหรือการเลิกกัน ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าเงินทุน ความใน (ก) นี้มิให้ใช้บังคับแก่ดอกเบี้ยจากพันธบัตรของรัฐบาลไทยจากเงินฝากธนาคารออมสินและจากเงินฝากธนาคารเฉพาะส่วนที่ไม่เกินอัตราดอกเบี้ยของธนาคารออมสิน (๕) เงินได้เนื่องในการให้เช่าทรัพย์สิน รวมทั้งประโยชน์อย่างอื่นที่ให้กันแทนเงินเนื่องในการให้เช่านั้น (๖) เงินได้จากวิชาชีพอิสระ คือวิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี หรือวิชาชีพอิสระอื่น ซึ่งจะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดชนิดไว้ (๗) เงินได้จากการรับเหมาทำการโยธา เช่น การรับเหมาทำทาง ชลประทาน ประปา ปลูกสร้างโรงเรือน และการก่อสร้างอย่างอื่น ๆ (๘) เงินได้จากอาชีพอื่น ๆ เช่น การเกษตร การพาณิชย์ การขนส่ง การหัตถกรรม การศิลปกรรม การช่างฝีมือ และการอุตสาหกรรมอื่น ๆ ตามที่จะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดชนิดไว้ วรรคสอง (ยกเลิก)